PTTGC จังหวะฟื้นตัว.!
ข่าวหุ้นธุรกิจ
อัพเดต 29 มี.ค. เวลา 09.41 น. • เผยแพร่ 29 มี.ค. เวลา 23.50 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์ตามที่รับรู้กันวัฏจักรของธุรกิจจะดีทุก ๆ 10 ปี และแย่ทุก ๆ 10 ปี แต่วัฏจักรของปิโตรเคมีรอบนี้ฟื้นตัวช้ากว่าที่ควรจะเป็นแฮะ…โน่นตั้งแต่ก่อนเกิดวิกฤตโควิด กระทั่งโควิดเจือจาง แล้วมาเจอสงครามรัสเซีย- ยูเครน ไหนจะตลาดจีนซึ่งเป็นตลาดหลักสะดุดอีก ไม่เท่านั้นซัพพลายจากจีนที่เพิ่มขึ้นสูงมากอย่างรวดเร็วซ้ำเติมอีกดอก ทำให้อุปทานของปิโตรเคมีฟื้นตัวช้ามาก ดูท่าแล้วคงอีกหลายปีกว่าจะกลับมาเหมือนที่เคยเป็น…
แต่จากสงครามตะวันออกกลาง ทำให้เกิดจุดพลิกผัน…ท่ามกลางภาวะสงครามช่วยชุบชีวิตให้ธุรกิจปิโตรเคมีฟื้นตัวภายในพริบตา อันเป็นผลมาจาก 2 ปัจจัยหลัก 1) ค่าการกลั่น (Gross Refining Margin: GRM) ที่พุ่งขึ้นร้อนแรง และ 2) การขาดแคลนเม็ดพลาสติก ทำให้ราคาปรับตัวสูงขึ้น
มิน่าละ…หุ้นปิโตรฯ ถึงได้เริงร่ากันถ้วนหน้า โดยเฉพาะบริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ PTTGCจากเดิมซึมกะทือมาแรมปี อาจจะเห็นวิ่งล้อไปตามธีม China Play บ้าง แต่ส่วนใหญ่ราคาร่วงมากกว่าวิ่ง โดยเมื่อช่วงปลายปีที่แล้ว ราคาเคยลงไปลึกหลุด 20 บาทเสียด้วยซ้ำ
จนกระทั่งคู่หูสหรัฐฯ กับอิสราเอลเปิดศึกยิงขีปนาวุธใส่อิหร่านนั่นแหละ ราคาหุ้น PTTGC ก็วิ่งแรงงส์จนล่าสุดแตะที่ 33 บาทไปแล้ว…โดยในรอบ 1 เดือนที่ผ่านมาราคาปรับขึ้นไป 20% และรอบ 3 เดือน ราคาปรับขึ้นไปเกือบ 60% เลยทีเดียว
สอดรับกับมุมมองของ บล.ทรีนีตี้ ซึ่งระบุว่า PTTGC มีปัจจัยขับเคลื่อนเชิงบวกอย่างมีนัยสำคัญจากกลุ่มธุรกิจโรงกลั่น ซึ่งล่าสุดค่าการกลั่นในช่วงเดือน มี.ค. ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างร้อนแรงมาแตะที่ระดับ 25 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ซึ่งเป็นการพุ่งขึ้นกว่า 250% เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยในเดือน ก.พ.ที่ระดับ 7-8 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล
ขณะที่ธุรกิจปิโตรเคมีจะได้รับแรงระเบิดเชิงบวกจากราคาขายเม็ดพลาสติกต่าง ๆ ที่ปรับตัวขึ้นมาอย่างมาก โดยในเดือน มี.ค.ราคาได้ปรับตัวสูงขึ้นกว่า 50% จากระดับ 800-900 เหรียญสหรัฐต่อตัน ในเดือน ก.พ. ทยานขึ้นสู่ระดับ 1,400-1,500 เหรียญสหรัฐต่อตัน
ปรากฎการณ์นี้เป็นผลสะท้อนจากภาวะอุปทานในตลาดโลกที่ตึงตัวอย่างหนัก ประกอบแรงหนุนเชิงโครงสร้างจากต้นทุนการผลิต (Cost-push) และปัญหาคอขวดด้านโลจิสติกส์ ซึ่งปัจจัยเหล่านี้เอื้อให้บริษัทฯ สามารถขยายส่วนต่างราคา (Spread) และรักษามาร์จิ้นของกลุ่มผลิตภัณฑ์โพลิเมอร์ได้อย่างแข็งแกร่ง
ไม่เท่านั้น บล.ทรีนีตี้ยังชี้ว่า การที่ PTTGC มีโครงสร้างธุรกิจแบบ Fully Integrated Refinery and Petrochemical ถือเป็นจุดแข็งที่สร้างความแตกต่าง โดยช่วยสร้างมูลค่าเพิ่ม และความได้เปรียบทางการแข่งขันอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเปรียบเทียบกับผู้ประกอบการปิโตรเคมีแบบ Pure Play
แล้วการมีโรงกลั่นเป็นของตัวเองก็ทำให้บริษัทฯ สามารถบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานได้อย่างครบวงจรตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ และสร้าง Synergy ด้านต้นทุนการดำเนินงานได้อย่างสูงสุด
ส่วนประเด็นสำคัญที่ช่วยเพิ่มศักยภาพการทำกำไรของ PTTGC ขั้นสูงสุดคือ ความยืดหยุ่นในการใช้วัตถุดิบระดับสูง (Flexible Feedstock) โดยโรงงานของบริษัทฯ ได้รับการออกแบบให้สามารถปรับเปลี่ยนสัดส่วนการใช้วัตถุดิบระหว่างแนฟทา หรือก๊าซธรรมชาติได้
มีปัจจัยบวกหนุนซะขนาดนี้…ถ้าไม่เห็นงบไตรมาส 1/2569 ของPTTGCโชว์กำไรโตระเบิดระเบ้อ…ก็ให้มันรู้ไป
ขณะที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ปรับคำแนะนำเป็น “ซื้อ”หุ้น PTTGCโดยให้ราคาเป้าหมายสูงสุดที่ 38 บาท
ยังมีอัพไซด์อีกเพียบ…
แต่ถ้าใครจะเห็นต่างไปจากนี้ก็ไม่ว่ากัน…
เอาเป็นว่า ใครใคร่ซื้อก็ซื้อ…ใครใคร่ขายก็ขาย
เลือกที่สบายใจละกัน…
…อิ อิ อิ…