โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

เผย 4 เหตุผลอันตราย ทำไมไม่ควร "Live สด" สถานการณ์รุนแรง

Thai PBS

อัพเดต 4 นาทีที่แล้ว • เผยแพร่ 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Thai PBS

วันนี้ (11 ก.พ.2569) ในโลกปัจจุบันที่แอปพลิเคชันอย่าง Facebook, Instagram และ TikTok อนุญาตให้ผู้ใช้หลายล้านคนสร้าง "รายการสด" ของตนเองได้ในทันที ความต้องการยอดไลก์และยอดแชร์มักผลักดันให้คนพยายามบันทึกภาพเหตุการณ์สด ๆ

อย่างไรก็ตาม เมื่อความเรียล (Real-time) มาเจอกับเหตุการณ์รุนแรง เช่น การกราดยิง การจับตัวประกัน หรือการก่อการร้าย ผลลัพธ์ที่ได้มักไม่ใช่ความโปร่งใส แต่กลับเป็นโศกนาฏกรรมที่ขยายวงกว้างขึ้น

1.เป็นสายลับให้คนร้ายโดยไม่รู้ตัว (Tactical Intelligence)

ปัญหาที่ใหญ่ที่สุดของการไลฟ์สดในขณะเกิดเหตุคือ การส่งข้อมูลทางยุทธวิธีให้แก่ผู้ก่อเหตุ ในสถานการณ์วิกฤต ผู้ก่อเหตุมักพกพาอุปกรณ์สื่อสารที่สามารถรับชมข่าวสารหรือสตรีมมิงได้ ซึ่งการไลฟ์สดจะทำหน้าที่เป็น "ดวงตา" ให้คนร้ายเห็นความเคลื่อนไหวของเจ้าหน้าที่

  • เปิดเผยที่ซ่อนของตัวประกันหรือคนที่กำลังแอบซ่อนตัวอยู่ ซึ่งผู้ก่อเหตุอาจยังไม่พบในตอนแรก
  • เปิดเผยแผนการของตำรวจ จากการถ่ายภาพ การเคลื่อนกำลังของหน่วยคอมมานโด ตำแหน่งพลซุ่มยิง หรือทิศทางการบุกจู่โจม ช่วยให้คนร้ายเตรียมการตั้งรับหรือยิงต่อสู้ได้แม่นยำขึ้น
  • ทำลายการเจรจา การโทรศัพท์เข้าไปหาผู้ก่อเหตุเพื่อสัมภาษณ์สดหรือการคอมเมนต์ยั่วยุในไลฟ์ สามารถทำลายสมาธิและบรรยากาศที่นักเจรจาพยายามสร้างขึ้นเพื่อเกลี้ยกล่อมให้ผู้ก่อเหตุยอมจำนน

2.แรงจูงใจและการเลียนแบบ (Inspiration and Publicity)

เป้าหมายสำคัญของการก่อการร้ายคือการ "สร้างความหวาดกลัว" และ "เรียกร้องความสนใจ" การไลฟ์สดเปรียบเสมือนการส่งมอบเวทีและไมโครโฟนให้ผู้ก่อเหตุได้ประกาศอุดมการณ์รุนแรงของตน

นอกจากนี้ หลักฐานทางสถิติยังชี้ชัดว่า การแพร่กระจายของวิดีโอเหตุกราดยิงช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้เกิด "พฤติกรรมเลียนแบบ" (Copycats) ในกลุ่มคนที่มีความโน้มเอียงทางจิตใจที่รุนแรงอยู่แล้ว จนทำให้แพลตฟอร์มอย่าง Facebook ต้องใช้นโยบาย "One Strike" เพื่อระงับสิทธิ์การไลฟ์ทันทีสำหรับผู้ที่ละเมิดกฎขั้นรุนแรง

3.ผลกระทบต่อสุขภาพจิตอย่างรุนแรง (Traumatic Media Overload)

ข้อมูลจาก Psychology Today ระบุว่า การรับชมความรุนแรงผ่านหน้าจอแบบสด ๆ ไม่เพียงแต่ทำร้ายผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ แต่ยังส่งผลเสียต่อสุขภาพจิตของผู้ชมสาธารณะ

  • ภาวะสะเทือนขวัญทางอ้อม (Vicarious Trauma) การเห็นภาพการทำร้ายร่างกายหรือการเสียชีวิตแบบไม่เซ็นเซอร์ สามารถกระตุ้นให้เกิดภาวะ PTSD (Post-Traumatic Stress Disorder) แม้จะไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์จริงก็ตาม
  • การลดทอนความรู้สึก (Desensitization) การบริโภคสื่อรุนแรงซ้ำ ๆ อาจทำให้สังคมเกิดความชินชาต่อความสูญเสีย และสูญเสียความเห็นอกเห็นใจเพื่อนมนุษย์ในระยะยาว

4.ความเสี่ยงทางกฎหมายจาก "ผู้ชม" สู่ "จำเลย"

ในหลายประเทศ รวมถึงประเทศไทย การไลฟ์สดในที่เกิดเหตุรุนแรงอาจมีโทษหนักถึงจำคุก

  • ความผิดตาม พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ฯ หากการไลฟ์นั้นนำเข้าข้อมูลเท็จ สร้างความตื่นตระหนกแก่ประชาชน หรือกระทบต่อความมั่นคง มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท
  • การละเมิดสิทธิความเป็นส่วนตัว เหยื่อที่ถูกทำร้ายมีสิทธิที่จะไม่ถูกบันทึกภาพในขณะที่กำลังได้รับความทุกข์ทรมาน การไลฟ์สดโดยไม่ได้รับอนุญาตอาจนำไปสู่การฟ้องร้องทางแพ่งและอาญา
  • ข้อหาเผยแพร่สื่อลามกอนาจารหรือความรุนแรง ในกรณีอาชญากรรมทางเพศ หากเพื่อนหรือคนรู้จักไลฟ์สดเหตุการณ์แทนที่จะเข้าช่วยเหลือ อาจถูกดำเนินคดีในฐานะผู้ร่วมกระทำผิดหรือเผยแพร่สื่อที่ไม่เหมาะสม

เจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานความมั่นคงในต่างประเทศต่างเห็นตรงกันว่า ในสถานการณ์วิกฤต "การไม่ไลฟ์คือการช่วยชีวิต" หากคุณตกอยู่ในเหตุการณ์ สิ่งที่ควรทำคือ

  • รักษาชีวิต หาที่ปลอดภัย ปิดเสียงโทรศัพท์ และไม่ทำตัวเป็นเป้าสายตา
  • แจ้งเหตุ ใช้โทรศัพท์เพื่อติดต่อเจ้าหน้าที่ ไม่ใช่เพื่อโซเชียลมีเดีย
  • บันทึกเพื่อเป็นหลักฐาน (ถ้าปลอดภัย) หากต้องการบันทึกภาพ ให้เก็บไว้ในเครื่องเพื่อส่งมอบให้เจ้าหน้าที่สืบสวนเท่านั้น ไม่ควรโพสต์ลงสาธารณะจนกว่าสถานการณ์จะจบลง

จำไว้ว่า "หนึ่งยอดวิว" อาจแลกมาด้วยความล้มเหลวในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่และอันตรายต่อชีวิตของผู้ประสบเหตุที่กำลังรอความช่วยเหลือ

ที่มา : Dramatic Functions of Press Coverage, DSI, Police On Live Stream: Transparency, Challenges, And The Future

อ่านข่าวอื่น :

เร่งปลด “ปลอกคอช้างป่า” ล่าสุดถอดแล้ว 40 ตัว เหลืออีก 8 ตัว

บุกยิงในโรงเรียน อ.หาดใหญ่ ผอ.บาดเจ็บ จับครู-นร.เป็นตัวประกัน

ปปง. ส่งอัยการ ยึดทรัพย์ "ยิม เลียก-เฉิน จื้อ" 1.3 หมื่นล้าน เตรียมตกเป็นของแผ่นดิน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...

ล่าสุดจาก Thai PBS

บัตร(สอง)เราไม่เท่ากัน: เปิดผลต่างผู้มาใช้สิทธิเลือก สส.เขต – สส.บัญชีรายชื่อ แม้รับบัตรพร้อมกัน

27 นาทีที่แล้ว

ครป. เชื่อ โกงเลือกตั้งเป็นระบบ ร้องนับคะแนนใหม่เขตที่พบหลักฐานความไม่โปร่งใส

1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ช่องโหว่อยู่ตรงไหน ร้อง กกต. #นับใหม่ทั้งประเทศ (11 ก.พ. 69) I ตรงประเด็น

2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

เหตุรอไฟ…กว่า 10 ปี บอยคอต เลือกตั้งทั้งหมู่บ้าน (11 ก.พ. 69) I ตรงประเด็น

2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

วิดีโอแนะนำ

ข่าว สังคม อื่น ๆ

พม. ส่ง ทีม พม.ใกล้คุณ เร่งประสาน ช่วยคุณยายยอดนักสู้ มีที่ขายผัก ไม่ต้องแอบขายบนสะพานลอย พร้อมเงินทุนประกอบอาชีพ

สวพ.FM91

“ไชยชนก” ลุย หาดใหญ่ ติดตามโครงการนำร่อง Tomorrow.io ยกระดับพยากรณ์อากาศแม่นยำสูง พร้อมให้ ปชช.ร่วมทดสอบใช้งาน

สวพ.FM91

ฉลองตรุษจีน69 ประดับไฟตรุษจีนถนนเยาวราช ส่งมอบความสุข ส่งต่อความรุ่งเรือง

สวพ.FM91

กลุ่มคนรักสัตว์สุดทน! รวมพลร่วมทวงความยุติธรรม ให้ช้างป่า สีดอหูพับ

สยามนิวส์

“แพท วงKLEAR” เดือด! ตั้งคำถามเลือกตั้ง 69 โปร่งใสหรือไม่ ปมคะแนนนิ่ง–หีบบัตรไร้เคเบิ้ลไทร์

THE ROOM 44 CHANNEL
วิดีโอ

ตัวเลขผู้ใช้สิทธิ สส.เขต และ สส.บัญชีรายชื่อ ทำไมจำนวนไม่เท่ากัน?

THE ROOM 44 CHANNEL
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...