ผู้แทน 17 ประเทศ ร่วมสังเกตการณ์ “เลือกตั้ง สส. – ประชามติรัฐธรรมนูญ”
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (6 ก.พ.69) คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประกอบด้วย นายเลิศวิโรจน์ โกวัฒนะ นายสิทธิโชติ อินทรวิเศษ และนายอนันต์ สุวรรณรัตน์ เข้าร่วมกิจกรรมสังเกตการณ์การออกเสียงประชามติ ในวันเดียวกับวันเลือกตั้ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ของผู้แทนองค์กรจัดการเลือกตั้งต่างประเทศ องค์กรระหว่างประเทศ สถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลต่างประเทศประจำประเทศไทย
โดยมีนายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. ชี้แจงกระบวนการจัดการเลือกตั้งและการออกเสียงประชามติว่า เป็นครั้งแรกที่กฎหมายกำหนดให้ทั้งสองกระบวนการจัดขึ้นในวันเดียวกัน นับเป็นภารกิจสำคัญและท้าทายของ กกต. และสำนักงาน กกต. ที่ต้องเตรียมการและดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด โปร่งใส และเป็นธรรม
กิจกรรมสังเกตการณ์ดังกล่าวครั้งนี้ นับเป็นครั้งที่ 16 โดยจัดต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2544 ครั้งนี้มีผู้เข้าร่วมสังเกตการณ์จาก 17 ประเทศ และ 1 องค์กรระหว่างประเทศ รวม 44 คน ประกอบด้วย เครือรัฐออสเตรเลีย สาธารณรัฐเบลารุส บรูไนดารุสซาลาม สาธารณรัฐโคลอมเบีย จอร์เจีย สาธารณรัฐอินเดีย สาธารณรัฐอินโดนีเซีย สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว มาเลเซีย สาธารณรัฐมัลดีฟส์ สหรัฐเม็กซิโก มองโกเลีย สาธารณรัฐฟิลิปปินส์ สหพันธรัฐรัสเซีย สาธารณรัฐประชาธิปไตยติมอร์-เลสเต สาธารณรัฐตุรกี สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม และ International IDEA
สำนักงาน กกต. แบ่งผู้เข้าร่วมสังเกตการณ์ออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่
กลุ่มที่ 1 ประเทศสมาชิกอาเซียน
กลุ่มที่ 2 ประเทศที่มีความร่วมมือและสนับสนุนภารกิจของ กกต. อย่างต่อเนื่อง เช่น ออสเตรเลีย อินเดีย รัสเซีย ตุรกี รวมถึง International IDEA
กลุ่มที่ 3 กลุ่มอื่น ๆ ได้แก่ สถานเอกอัครราชทูตต่างประเทศประจำประเทศไทย และองค์กรระหว่างประเทศที่ขออนุญาตเข้าสังเกตการณ์โดยใช้งบประมาณของตนเอง
กิจกรรมสังเกตการณ์ตลอดช่วงวันที่ 5–9 กุมภาพันธ์ 2569 ประกอบด้วย การบรรยายสรุปเกี่ยวกับการเลือกตั้งและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง การสังเกตการณ์การรับวัสดุอุปกรณ์เลือกตั้ง การเปิด–ปิดหน่วยเลือกตั้งและหน่วยออกเสียงประชามติ การลงคะแนนและการนับคะแนน รวมถึงการสรุปผลการสังเกตการณ์ในวันสุดท้าย
ทั้งนี้ ตามหลักสากล การเปิดให้ผู้สังเกตการณ์ต่างประเทศเข้าร่วมติดตามกระบวนการเลือกตั้งและการออกเสียงประชามติ ถือเป็นองค์ประกอบสำคัญในการสะท้อนความชอบธรรม ความโปร่งใส และความสุจริตเที่ยงธรรมของการบริหารจัดการเลือกตั้ง เพื่อให้ผลการเลือกตั้งได้รับการยอมรับทั้งในระดับประเทศและนานาชาติ