โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ป.ป.ท.ยกทีมลงสอบเจ้าของลานปมเงิน 7 แสน ส.ไอซ์ฮอกกี้

Manager Online

เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • MGR Online

คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ หรือ ป.ป.ท. ยกทีมลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีการเบิกงบแข่งขันฮอกกี้น้ำแข็ง กีฬาซีเกมส์ สูงเกินกว่าความเป็นจริง

นายภูมิวิศาล เกษมศุข เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ ( ป.ป.ท.) พร้อมด้วย นางสาวอรณิช สุขบาล ผู้อำนวยการกองปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ 2 พันตำรวจโทสราวุธ คำเหลือง ผู้อำนวยการกองอำนวยการต่อต้านการทุจริต และเจ้าหน้าที่สำนักงาน ป.ป.ท. ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงตามที่ได้รับเรื่องร้องเรียนกรณีสมาคมกีฬาฮอกกี้น้ำแข็งแห่งประเทศไทย ตั้งเบิกงบเช่าสนามสำหรับใช้ในการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ สูงเกินกว่าค่าใช้จ่ายจริง ณ ลานฮอกกี้น้ำแข็ง Thailand International Ice Hockey Arena (TIIHA) เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร

สืบเนื่องจาก สำนักงาน ป.ป.ท. ได้รับเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับการเบิกจ่ายงบประมาณ ว่า ภายหลังจากการแข่งขันกีฬาซีเกมส์จบลง ผู้บริหารลานฮอกกี้น้ำแข็ง Thailand International Ice Hockey Arena (TIIHA) ซึ่งเป็นสนามซ้อมและสนามที่ใช้ในการแข่งขันซีเกมส์ ได้ตรวจสอบเอกสารเพื่อจัดทำงบการเงินรายปี แต่กลับพบความผิดปกติของการออกเอกสารแจ้งหนี้ให้กับทางสมาคมกีฬาฮอกกี้น้ำแข็งแห่งประเทศไทย เพื่อนำไปใช้เบิกเงินจากการกีฬาแห่งประเทศไทย มียอดเงินสูงเกินกว่าความเป็นจริง และข้อมูลที่ไม่ตรงกับความเป็นจริง ดังนี้

1. สมาคมฯ เบิกเงินค่าเช่าลานฮอกกี้น้ำแข็งโดยเฉลี่ย เดือนละประมาณ 700,000 บาท ซึ่งสูงเกินกว่าค่าเช่าตามการใช้งานจริง ที่จะตกอยู่ที่เดือนละประมาณ 200,000 – 300,000 บาท เท่านั้น โดยในความเป็นจริงทางลานฮอกกี้น้ำแข็งได้ตกลงราคาอัตราค่าบริการกับทางสมาคมฯ อยู่ที่ 13,000 บาท/ครั้ง เวลาการฝึกซ้อมแต่ละครั้งอยู่ระหว่าง 1 ชั่วโมง ถึง 1 ชั่วโมง 30 นาที เท่านั้น 2. จ่ายเงินค่าเบี้ยเลี้ยงนักกีฬาทีมชาติน้อยกว่าที่นำไปเบิกจากการกีฬาแห่งประเทศไทย และ 3. มีการเบิกจ่ายค่าจ้างผู้ฝึกสอนชาวต่างชาติรวมถึงที่พักสำหรับผู้ฝึกสอน ทั้งๆที่ไม่มีการจ้างจริง

นายภูมิวิศาล เปิดเผยหลังจากจากพูดคุยกับทั้งนักกีฬาและผู้ร้องว่า จากการลงพื้นที่ครั้งนี้เป็นการตรวจสอบข้อเท็จจริงในเบื้องต้น โดยยืนยันว่ากระบวนการตรวจสอบจะดำเนินไปอย่างรวดเร็ว โปร่งใส และเป็นธรรมกับทุกฝ่าย พร้อมระบุว่า ป.ป.ท. ให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับกรณีที่เกี่ยวข้องกับนักกีฬาทีมชาติ ซึ่งทำหน้าที่เป็นตัวแทนประเทศ และอาจได้รับผลกระทบจากความไม่โปร่งใสด้านงบประมาณ

อย่างไรก็ตามตอนนี้เอกสารทางการเงินที่เกี่ยวข้องยังส่งมาไม่ครบถ้วน จำเป็นต้องเรียกเอกสารเพิ่มเติมจากทุกฝ่าย เพื่อให้ข้อมูลมีความสอดคล้องกัน ก่อนเร่งสรุปผลการตรวจสอบโดยเร็ว พร้อมยืนยันว่าการดำเนินการเป็นไปตามนโยบายรัฐบาลที่เน้นความโปร่งใส และให้ความคุ้มครองผู้ร้องเรียน

ด้านนายจุมพล ครุศักดาพงศ์ เจ้าของสนามไอซ์ฮอกกี้ เปิดใจถึงการตัดสินใจร้องเรียนต่อ ป.ป.ท. เพื่อขอให้ตรวจสอบการดำเนินงานของสมาคมฯ โดยยืนยันว่า ตนทำสนามไอซ์ฮอกกี้ด้วยใจล้วน ๆ เพื่อสนับสนุนกีฬาที่บุตรชายและบุตรสาวของตนเล่น และต้องการพัฒนาวงการกีฬาให้มีมาตรฐาน ไม่ได้มุ่งหวังผลกำไรทางธุรกิจ เพราะตอนนี้ก็เป็นหนี้ธนาคารหลักร้อยล้านบาท

ซึ่งที่ผ่านมาให้การสนับสนุนสมาคมมาโดยตลอด ทั้งการลดค่าเช่าสนามมากกว่า 50% การเปิดให้ทีมชาติฝึกซ้อมฟรีในช่วงเริ่มต้น รวมถึงยอมขาดทุนเพื่อให้กิจกรรมต่าง ๆ สามารถเดินหน้าต่อไปได้ ขณะเดียวกัน ยังสะท้อนถึงปัญหาการดูแลนักกีฬาที่ไม่เหมาะสม โดยเฉพาะด้านสวัสดิการ การรักษาพยาบาล และอุปกรณ์กีฬา ซึ่งนักกีฬาหลายรายต้องควักเงินส่วนตัว แม้เป็นกีฬาที่มีความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บสูง บางกรณีเข้ารับการรักษาแล้วไม่สามารถเบิกค่าใช้จ่ายได้จริง อีกทั้งในบางช่วงการแข่งขัน นักกีฬายังไม่มีชุดแข่งขันหรือชุดวอร์ม ต้องจัดหาเอง

สำหรับประเด็นค่าเช่าสนาม นายจุมพล กล่าวว่า เคยตกลงกับสมาคมว่าจะคิดค่าเช่าครั้งละประมาณ 13,000 บาท โดยเฉลี่ยฝึกซ้อมไม่เกินสัปดาห์ละ 6 ครั้ง แต่ปัญหาอยู่ที่การออกเอกสารแจ้งหนี้และใบเสร็จในยอดที่สูงกว่าความเป็นจริงอย่างมาก

“ค่าใช้จ่ายจริงประมาณ 300,000 บาท แต่เอกสารที่นำไปเบิกกลับอยู่ที่ราว 700,000 บาท ซึ่งผมไม่รับรู้ ไม่ได้เซ็น ไม่ได้อนุมัติ เป็นการออกเอกสารโดยพนักงานที่เข้าใจว่าเจ้าของสนามกับสมาคมตกลงกันแล้ว” นายจุมพลกล่าว พร้อมย้ำว่าเหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว และเมื่อทราบเรื่องก็ไม่ยอมรับทันที

นายจุมพล กล่าวว่า หลักฐานเอกสารทั้งหมดได้ส่งให้ ป.ป.ท. แล้ว และขอให้หน่วยงานตรวจสอบให้แล้วเสร็จก่อนเปิดเผยต่อสาธารณะ เพื่อความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย พร้อมยอมรับว่าการลุกขึ้นมาเปิดโปงครั้งนี้ ต้องแลกกับผลกระทบต่อลูก ๆ ของตน ซึ่งตัดสินใจไม่เข้าร่วมทีมชาติ เพื่อยืนหยัดในหลักความถูกต้อง ทั้งนี้ นายจุมพลยืนยันว่า การร้องเรียนไม่ได้เกิดจากเรื่องส่วนตัว หรือความไม่พอใจที่บุตรชายไม่ได้ลงเล่นในทีมชาติชุดหลัก โดยระบุว่า อดทนกับปัญหาภายในวงการมานานกว่า 3–4 ปี แต่ประเด็นการเบิกงบประมาณเกินจริงเป็นเรื่องที่ไม่อาจยอมรับได้

นายจุมพล ยังกล่าวว่า ไม่ว่าสมาคมจะถูกตรวจสอบไปถึงขั้นใด ตนยังคงเดินหน้าทำสนามและจัดการแข่งขันทั้งในประเทศและระดับนานาชาติต่อไป เพราะยังรักและต้องการพัฒนากีฬาไอซ์ฮอกกี้ของไทย แต่หากระบบทีมชาติไม่สามารถขับเคลื่อนบนพื้นฐานของความโปร่งใสได้ ก็พร้อมให้บุตรหลานเลือกเส้นทางการแข่งขันในต่างประเทศแทน

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...