โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

15 ปี ฟุกุชิมะ ญี่ปุ่นเตรียมเดินเครื่องโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่ใหญ่ที่สุด

SpringNews

อัพเดต 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา

เหลืออีกไม่กี่สัปดาห์ก่อนจะครบรอบ 15 ปีของเหตุการณ์ภัยพิบัติสึนามิครั้งใหญ่ที่พัดถล่มโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟุกุชิมะ ส่งผลให้เตาปฏิกรณ์ 3 เครื่องหลอมละลาย ทำให้ประชาชน 160,000 คนต้องอพยพ และคร่าชีวิตผู้คนไปประมาณ 20,000 คนตามแนวชายฝั่งตะวันออกเฉียงเหนือของญี่ปุ่น นับเป็นอุบัติเหตุนิวเคลียร์ที่ร้ายแรงที่สุดในโลกนับตั้งแต่เชอร์โนบิล

แต่ล่าสุด บริษัทโตเกียวอิเล็กทริกพาวเวอร์ (เทปโก) ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบดูแลโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟุกุชิมะ กำลังจะกลับมาเดินเครื่อง 'โรงไฟฟ้านิวเคลียร์คาชิวาซากิ-คาริวะ' โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งตั้งอยู่บนพื้นที่ 4.2 ตารางกิโลเมตรในจังหวัดนีงาตะ ริมชายฝั่งทะเลญี่ปุ่น ห่างจากกรุงโตเกียวราว 220 กิโลเมตร

นับตั้งแต่ปี 2012 โรงไฟฟ้าแห่งนี้ไม่ได้ผลิตกระแสไฟฟ้าแม้แต่วัตต์เดียว หลังจากถูกปิดตัวลงพร้อมกับเครื่องปฏิกรณ์อีกหลายสิบเครื่อง เนื่องจากความหวาดกลัวว่าจะเกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยโรงไฟฟ้าฟุกุชิมะ

ขณะที่โดยรอบโรงไฟฟ้านิวเคลียร์คาชิวาซากิ-คาริวะ ยังคงมีคนงานกำลังขุดดินเพื่อขยายความกว้างของถนนสายหลัก และมีการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด

คนญี่ปุ่นไม่เอา 'โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ใกล้ฉัน'

เทปโก กล่าวว่า จะกลับมาเดินเครื่องปฏิกรณ์หมายเลข 6 จากทั้งหมด 7 เครื่องอีกครั้ง ซึ่งอาจเพิ่มปริมาณไฟฟ้าให้กับกรุงโตเกียวได้ประมาณ 2% และจะเป็นก้าวสำคัญในการค่อยๆ กลับมาใช้พลังงานนิวเคลียร์ของญี่ปุ่น ซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่รัฐบาลกล่าวว่าจะช่วยให้ประเทศบรรลุเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและเสริมสร้างความมั่นคงด้านพลังงาน

นอกจากนี้ หากเครื่องปฏิกรณ์ทั้ง 7 เครื่องทำงานพร้อมกัน โรงไฟฟ้านิวเคลียร์คาชิวาซากิ-คาริวะจะผลิตกระแสไฟฟ้าได้ 8.2 กิกะวัตต์ ซึ่งเพียงพอต่อการใช้พลังงานในครัวเรือนหลายล้านครัวเรือน

แต่สำหรับประชาชนจำนวนมากจากทั้งหมด 420,000 คนที่อาศัยอยู่ในรัศมี 30 กิโลเมตรรอบโรงไฟฟ้าแห่งนี้ การที่เทปโกจะกลับมาผลิตไฟฟ้าด้วยพลังงานนิวเคลียร์อีกครั้งนั้น เต็มไปด้วย 'อันตราย' ที่พวกเขาต้องแบกรับ เช่น ความเสี่ยงที่จะต้องอพยพากเกิดเหตุการณ์แบบเดียวกับฟุกุชิมะ

หนึ่งในนั้นคือผู้อยู่อาศัยจากหมู่บ้านคาริวะที่อยู่ใกล้โรงไฟฟ้ามากที่สุด ต่างก็แสดงความกังวลถึงการที่ผู้อาศัยจำนวนมากเป็นคนชรา หากเกิดอุบัติเหตุซ้ำรอย พวกเขาจะไม่สามารถเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระ ซึ่งบั่นทอนโอกาสในการอพยพออกจากพื้นที่ ทั้งยังมีปัญหาถนนที่มักจะถูกปิดกั้นหลังหิมะตกหนักในช่วงฤดูหนาวของทุกปีด้วย

ขณะที่เทปโกชี้แจงว่า ทางบริษัทเองได้เรียนรู้บทเรียนครั้งใหญ่จากอุบัติเหตุโรงไฟฟ้าฟุกุชิมะไดอิจิแล้ว และให้คำมั่นว่าจะลงทุน 100 พันล้านเยน ในจังหวัดนีงาตะในช่วง 10 ปีข้างหน้า เพื่อพยายามเอาชนะใจประชาชน

นอกจากนี้ ตลอดระยะเวลาของการปิดปรับปรุงที่ผ่านมา โรงไฟฟ้านิวเคลียร์คาชิวาซากิ-คาริวะ ก็ยังคงมีพนักงาน 6,000 คนที่ปฏิบัติหน้าที่ควบคุมดูแลระบบต่างๆ ตามปกติ มีการสร้างกำแพงกันคลื่นและประตูที่กันน้ำได้เพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งในการป้องกันคลื่นสึนามิ ขณะเดียวกันก็มีเครื่องกำเนิดไฟฟ้าดีเซลเคลื่อนที่และรถดับเพลิงจำนวนมากพร้อมที่จะจ่ายน้ำเพื่อระบายความร้อนให้กับเครื่องปฏิกรณ์ในกรณีฉุกเฉิน นอกจากนี้ยังมีการติดตั้งระบบกรองที่ได้รับการปรับปรุงเพื่อควบคุมการแพร่กระจายของสารกัมมันตรังสีด้วย

ทัตสึยะ มาโตบะ โฆษกของเทปโก กล่าวว่า “หัวใจสำคัญของธุรกิจพลังงานนิวเคลียร์คือการรับประกันความปลอดภัยเหนือสิ่งอื่นใด และความเข้าใจของประชาชนในพื้นที่เป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง”

อย่างไรก็ตาม ความเข้าใจและความเชื่อมั่นของชาวบ้านยังคงเป็นอุปสรรคสำคัญที่บริษัทเทปโกไม่สามารถเอาชนะได้ และกลุ่มผู้รณรงค์ต่อต้านการเดินเครื่องโรงไฟฟ้าก็มีผลสำรวจที่แสดงให้เห็นถึงการต่อต้านอย่างชัดเจนต่อการกลับมาใช้งานเครื่องปฏิกรณ์อีกครั้ง

การกลับมาเดินเครื่องโรงไฟฟ้านิวเคลียร์คาชิวาซากิ-คาริวะ ยังถือเป็นการเดิมพันครั้งใหญ่ของรัฐบาลญี่ปุ่น ซึ่งได้วางเป้าหมายให้ 'การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานนิวเคลียร์' เป็นหัวใจสำคัญของนโยบายพลังงานใหม่ เพื่อนำไปสู่การบรรลุเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และเสริมสร้างความมั่นคงด้านพลังงาน

ย้อนกลับไปก่อนเกิดภัยพิบัติฟุกุชิมะ มีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ 54 แห่งที่กำลังดำเนินการอยู่ ซึ่งผลิตกระแสไฟฟ้าได้ประมาณ 30% ของความต้องการใช้ไฟฟ้าทั่วประเทศ ปัจจุบัน จากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่ใช้งานได้ 33 แห่ง มีเพียง 14 แห่งเท่านั้นที่กำลังใช้งานอยู่ ขณะที่ความพยายามที่จะเดินเครื่องโรงไฟฟ้านิวเคลียร์อื่นๆ ก็เผชิญกับการต่อต้านอย่างรุนแรงจากคนในพื้นที่เช่นกัน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...