โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

“ทันกวินท์” ร้องกกต.ยื่นศาลรธน.ยุบพรรคประชาชน

INN News

อัพเดต 24 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 20.12 น. • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • INN News

"นักวิชาการอิสระ"ยื่นคำร้องขอกกต.ส่งศาลรัฐธรรมนูญ ยุบพรรคประชาชน พร้อมดำเนินคดี "พรรณิการ์" และเพิกถอนสิทธิ 14 ผู้บริหารพรรค

วันนี้ ( 24 ก.พ.69 ) ที่ สำนักงาน กกต.นายทันกวินท์ รัฐวัฒก์อังกูร นักวิชาการอิสระ เข้ายื่นคำร้องต่อนายทะเบียนพรรคการเมือง และประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)เพื่อขอให้ส่งเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญพิจารณายุบพรรคประชาชน พร้อมขอให้ดำเนินคดีอาญากับ พรรณิการ์ วานิช และเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของผู้บริหารพรรคจำนวน 14 คน

นายทันกวินท์ กล่าวว่า คำร้องดังกล่าวมี 3 ประเด็นสำคัญ โดยประเด็นแรกคือการขอให้ยุบพรรคประชาชน กรณีความเกี่ยวข้องกับบริษัท “สเปคเตอร์ซี” ซึ่งมีหลักฐานเชื่อมโยงกับบุคคลที่ไม่ใช่สมาชิกพรรคการเมือง โดยระบุว่า น.ส.พรรณิการ์ ได้ให้สัมภาษณ์และพาสื่อมวลชนเข้าไปในอาคารแห่งหนึ่ง พร้อมทั้งมีหลักฐานสะท้อนว่าอาคารดังกล่าวถูกเช่าโดยพรรคประชาชนซึ่งตนมีไฟล์ข้อมูลประกอบ

จากเอกสารที่พรรคประชาชนชี้แจงต่อ กกต. ระบุว่า ได้เช่าสำนักงานภายในอาคารดังกล่าวในอัตรา 200,000 บาทต่อเดือน ซึ่งหมายความว่าอาคารดังกล่าวอยู่ในความครอบครองของพรรคประชาชน อย่างไรก็ตาม จากการให้สัมภาษณ์ของ น.ส.พรรณิการ์ ยืนยันว่า สามารถเข้าใช้พื้นที่ตั้งแต่ชั้น 1 ถึงชั้น 6 และสามารถสั่งการให้เปิด–ปิดเครื่องปรับอากาศได้อีกทั้งยอมรับว่ามีพื้นที่ที่เปิดให้บริการในนามธุรกิจ “โซบาร์” ซึ่งจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ รวมถึงบริษัทสเปคเตอร์ซีที่ระบุว่าตั้งอยู่ภายในอาคารดังกล่าว

นายทันกวินท์ ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า มีข้อมูลจากบุคคลที่เกี่ยวข้องกับพรรคประชาชน ออกมาให้สัมภาษณ์ว่า พื้นที่บางชั้นของอาคารเป็นที่ตั้งของบริษัท สเปคเตอร์ซี ซึ่งประกอบกิจการด้านสื่อมวลชน โดยเห็นว่า หากพรรคการเมืองยินยอมให้ธุรกิจสื่อมวลชนใช้พื้นที่ในลักษณะดังกล่าว อาจเข้าข่ายดำเนินกิจการที่เกี่ยวข้องกับการแสวงหาผลกำไร อันอาจขัดต่อหลักการของพรรคการเมือง

นอกจากนี้ ยังอ้างถึงข้อมูลทางการเงินของบริษัทที่ระบุว่าประสบภาวะขาดทุนในปี 2566 ซึ่งเป็นปีที่มีการเลือกตั้ง โดยตั้งข้อสังเกตว่า หากมีการใช้เงินกองทุนพรรคหรือเงินที่เกี่ยวข้องกับภาษีประชาชนไปสนับสนุนกิจการดังกล่าว อาจเป็นการดำเนินการที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมายพรรคการเมือง

ส่วนประเด็นที่ 2 นายทันกวินท์ ระบุว่า น.ส.พรรณิการ์ ถูกเพิกถอนสิทธิทางการเมือง จึงไม่สามารถเป็นสมาชิกพรรคการเมืองได้ แต่ยังมีบทบาทเกี่ยวข้องกับกิจกรรมของพรรคจึงตั้งคำถามว่าเข้าข่ายการครอบงำหรือชี้นำพรรคการเมืองหรือไม่

ส่วนประเด็นที่ 3 ระบุว่า ผู้บริหารพรรคจำนวน 14 คน มีส่วนเกี่ยวข้องหรือถือครองธุรกิจด้านสื่อสารมวลชน ซึ่งอาจเข้าข่ายลักษณะต้องห้ามในการสมัครรับเลือกตั้งจึงขอให้ตรวจสอบและเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของบุคคลดังกล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่ามีหลักฐานอื่นเพิ่มเติมหรือไม่ ดร.ทันกวินท์ กล่าวว่า ขณะนี้มีทั้งภาพข่าว คลิปวิดีโอ และลิงก์คำสัมภาษณ์ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงข้อมูลที่ได้ยื่นให้นายทะเบียนพรรคการเมืองตรวจสอบ ทั้งในส่วนของเอกสารบริษัท การไต่สวนข้อเท็จจริง และข้อมูลการจ่ายเงินประกันสังคม ซึ่งเห็นว่าอาจสะท้อนความสัมพันธ์ด้านการจ้างงานระหว่างพรรคการเมืองกับบุคคลที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจดังกล่าว

นักวิชาการอิสระ ยังย้ำว่า การดำเนินการครั้งนี้เป็นการใช้สิทธิตามกระบวนการกฎหมาย และไม่ใช่การทำ “นิติสงคราม” โดยเห็นว่าทุกฝ่ายควรเคารพและปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัดจึงมาขอให้กกต. ดำเนินการตรวจสอบและส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ต่อไป

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...