ร่วมรำลึกถึงทหารกล้า
พระป่าสายวิปัสสนา-กรรมฐาน..
แม้จะมีข้อวัตรปฏิบัติที่เคร่งครัด แต่ก็มีที่ต้อง “อาบัติปาราชิก” ทำผิดวินัยร้ายแรง ให้ลูกศิษย์-ลูกหาละเหี่ยเพลียใจอยู่ก็มาก!
เช่นกันกับ “แพทย์ชนบท” ชื่ออาจจะฟังดูเป็นหมอชาวบ้านจนๆ แต่ก็ใช่ว่าจะบริสุทธิ์ผุดผ่อง มีวัตรปฏิบัติที่ดีงามไปเสียทุกตัวคน
ฉะนั้น..เมื่อ (หมอ) ผู้ใด-ผู้หนึ่งจะมีโทษความผิดวินัยร้ายแรงบ้าง ก็เป็นเรื่องปกติ-ธรรมดาทั่วไป ซึ่งผู้ที่รัก ชื่นชอบ ศรัทธา แต่ไม่รู้ตื้นลึกหนาบาง..
ก็ไม่ควรจะเอาเกียรติยศชื่อเสียงตัวเองเข้าไปแบก-ไปหาม ปล่อยให้เจ้าตัวได้ใช้สิทธิที่มี ต่อสู้ด้วยพยานหลักฐานความจริงด้วยตัวเขาเองจะดีกว่า
และหากสุดท้ายสิ่งที่ทำไปนั้นเป็นไปด้วยความสุจริต ไม่คดในข้องอในกระดูก ดาบนั้นก็จะคืนสนองผู้ใส่ความ-ให้ร้าย-รังแก-กลั่นแกล้งเองแหละ!
พูดถึงใส่ความ-ให้ร้าย ก็อยากชวนให้ลองฟัง (อ่าน) เรื่องนี้ดูหน่อย เผื่อจะเป็นเครื่องเตือนใจ-เตือนสติได้บ้าง
ผมหมายถึงที่คุณโกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง อธิบดีสำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคุ้มครองสิทธิประชาชนฯ ขึ้นธรรมาสน์เทศน์ (โพสต์) วันก่อนนู้น!
ซึ่งผมใคร่ขออนุญาตคัดลอกเอามาแค่บางช่วงบางตอนมาให้อ่านกันตามนี้.. “ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ คนถูกวิจารณ์ย่อมถูกละเมิดศักดิ์ศรี คนวิจารณ์ก็อาจละเมิดสิทธิของตนเอง
เพราะไปวิจารณ์ล้ำเส้นผิดกฎหมาย ถูกดำเนินคดี หมิ่นประมาท, พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ โทษหนักถึงจำคุกได้
หยุดเถอะครับ หยุดวิจารณ์ในสิ่งที่เราไม่รู้จริง ไม่ได้อยู่ในที่เกิดเหตุกับเขา หยุดเป็นนักเลงคีย์บอร์ด เพราะทุกโพสต์ในโซเชียล ถูกบันทึกไว้ได้ตลอด มีราคาที่ต้องรับผิดชอบ
จะย้อนรอยมาเป็นหลักฐานในการถูกดำเนินคดีกันได้ นักเลงคีย์บอร์ดมักจะอบอุ่นในโซเชียล แต่ไปโดดเดี่ยวอยู่ในศาล เพราะคุณถูกฟ้องหมิ่นประมาทหรือผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ
คนเดือดร้อนคือตัวคุณ คนห่วงใยคือคนที่รักคุณ แต่ชาวโซเชียลไปอยู่ข้างคุณในศาลกันหรือไม่ เพราะถึงวันนั้นตัวใครตัวมัน…
สังคมทุกวันนี้ ใครรู้กฎหมาย ใครมีทักษะในการแก้ปัญหาชีวิตด้วยกฎหมายย่อมเป็นต่อ เพราะบางรายเป็นผู้ต้องหาแท้ๆ อาจกลับสถานการณ์กลายเป็นผู้เสียหายได้ในเวลาเดียวกัน
ส่วนใครไม่รู้กฎหมาย ไม่มีทักษะในการแก้ปัญหาชีวิตด้วยกฎหมาย เมื่อตกเป็นผู้เสียหายอาจแก้ปัญหาไม่เป็น ตัดสินใจผิดจนกลายเป็นผู้ต้องหา..
ฝากความห่วงใยถึงชาวโซเชียล ไม่รู้อะไรจริง ไม่ควรวิจารณ์ เมื่อเกิดปัญหาจะตอบโต้ ก็อย่าโต้ผิดทาง จนตกเป็นผู้ต้องหาและผู้เสียหายกันในเวลาเดียวกัน คดีจะแตกลูก แตกหลาน
เมื่อนั้น ความทุกข์ก็แตกลูกแตกหลานเช่นกัน อย่าแสวงหาความทุกข์เพราะความไม่รู้ เพราะขาดทักษะในการปกป้องตนเองกันเลย กฎหมายคุ้มครองทุกคนกันอยู่แล้ว
สิทธิของเราจึงควรใช้กฎหมายในการป้องกันเรา ไม่ใช่ให้กฎหมายกลับมาลงโทษเรา เพราะความไม่รู้ หรือรู้เท่าไม่ถึงการณ์
ด้วยความห่วงใยอยากให้สังคมสงบสุข ไม่วิ่งหาทุกข์ใส่ตัว จะทำอะไรต้องมีสติ ยั้งคิด รอดูความจริง อย่าออกความคิดด้วยความเห็นด้วยความเชื่อ ที่ปราศจากหลักฐาน
เพราะสุ่มเสี่ยงที่จะถูกดำเนินคดีกลับมาได้ ทุกปัญหาของชีวิต กฎหมายมีทางออก กฎหมายให้ทางแก้..”
ครับ..เอาแค่นี้ก็พอจะได้สติกันบ้างไม่มากก็น้อยสำหรับ “เกรียนคีย์บอร์ด” และจงจำไว้.. “อบอุ่นในโซเชียล แต่ไปโดดเดี่ยวอยู่ในศาล” มันสนุกซะที่ไหน?
เอ้า..แต่นั่นทั้งสนุก ทั้งยังได้ร่วมทำสิ่งดีๆ ก็ “วันทหารผ่านศึก” อังคารที่ 3 กุมภา.นี้แหละ ตั้งแต่เวลา 16.00 น.เป็นต้นไป
นอกจากจะมีพิธีการบรรจุอัฐิ และสลักชื่อทหารผู้สละชีวิตที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิมากที่สุดในรอบ 50 ปีแล้ว..
ยังจะมีการแสดงแสงสีเสียง พร้อมด้วยวงดนตรีและศิลปิน-นักร้องให้ได้ดู-ได้ชมกันด้วยความตื่นตา-ตื่นใจอีกด้วย!
ใครอยากร่วมรำลึกถึงทหารกล้าก็เชิญได้ โดยเฉพาะคุณพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ถ้าไม่รู้สึกเคอะเขิน กระดากใจ..
ไปยืนกล่าวคำ “ขอโทษ” ตรงนั้นก็ดีนะ!.
สันต์ สะตอแมน