โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

สศช.ชำแหละนักการเมืองออกนโยบายขายฝัน ดักคอตีเนียนควักงบแจกสะบัด

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 9 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

รายงานข่าวจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เปิดเผยว่า สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ได้จัดทำข้อสังเกตและความคิดเห็นเรื่องแนวนโยบายหาเสียงของพรรคการเมืองที่ต้องใช้จ่ายเงินของรัฐ เพื่อเสนอต่อคณะกรรมการตรวจสอบนโยบายที่ต้องใช้จ่ายเงินของพรรคการเมืองที่ใช้ในการประกาศโฆษณา และกกต.รับทราบ

สศช. ระบุว่า จากข้อมูลในแผนการคลังระยะปานกลางฉบับล่าสุดที่คณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบเมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 2568 พบว่า สัดส่วนหนี้สาธารณะต่อ GDP จะเพิ่มขึ้นจากประมาณร้อยละ 68.17 ในปี 2569 เป็นร้อยละ 69.36 ในปี 2570 และร้อยละ 69.78 ในปี 2571 แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลใหม่ไม่สามารถขาดดุลงบประมาณเพิ่มเติม เพื่อนำมาเป็นแหล่งเงินสำหรับดำเนินนโยบายที่หาเสียงไว้ได้มากนัก

ทั้งนี้เนื่องจากจะทำให้สัดส่วนหนี้สาธารณะต่อ GDP เกินกว่าร้อยละ 70 ตามที่กำหนดไว้ในกรอบวินัยการเงินการคลังของรัฐ นอกจากนี้การขาดดุลงบประมาณเพิ่มเติมจนเต็มสัดส่วนหนี้สาธารณะต่อ GDP ร้อยละ 70 จะทำให้รัฐบาลไม่มีพื้นที่ทางการคลังคงเหลือสำหรับรับมือกับความเสี่ยงจากความผันผวนทางเศรษฐกิจที่ยังอยู่ในเกณฑ์สูง

ขณะที่การปรับเพิ่มสัดส่วนหนี้สาธารณะในกรอบวินัยการเงินการคลังดังกล่าวจะทำให้มีความสุ่มเสี่ยงต่อการถูกสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือของประเทศไทย

อย่างไรก็ตาม ในบางกรณีพรรคการเมืองกำหนดวงเงินสำหรับการดำเนินนโยบายไว้ค่อนข้างสูงและระบุแหล่งที่มาของแหล่งเงินไว้ว่าเป็นการใช้จ่ายจากงบประมาณรายจ่ายประจำปีหรือจากการบริหารงบประมาณรายจ่ายประจำปี แต่ไม่ได้ระบุว่าเงินงบประมาณดังกล่าวจะถูกจัดหามาจากการเพิ่มการจัดเก็บรายได้ หรือจากการลดรายจ่ายรายการอื่นลง หรือจากการขาดดุลงบประมาณเพิ่มเติม

ดังนั้น สศช. จึงมีข้อสังเกตสำหรับพรรคการเมืองที่กำหนดวงเงินสำหรับการดำเนินนโยบายไว้ค่อนข้างสูง และระบุแหล่งที่มาของเงินว่ามาจากรายจ่ายประจำปีหรือจากการบริหารงบประมาณรายจ่ายประจำปี โดยไม่ระบุวิธีการได้มาซึ่งแหล่งเงินงบประมาณดังกล่าวข้างต้นว่า

หากไม่สามารถบริหารงบประมาณโดยการปรับลดรายจ่ายรายการอื่น หรือการจัดหารายได้เพิ่มเติม วงเงินงบประมาณตามข้อเสนออาจนำไปสู่การเพิ่มขึ้นของสัดส่วนหนี้สาธารณะต่อ GDP ที่เกินกว่ากรอบวินัยการเงินการคลัง ซึ่งในปัจจุบันกำหนดไว้ที่ไม่เกินร้อยละ 70 ของ GDP และทำให้ความเสี่ยงทางการคลังเพิ่มขึ้น

นอกจากนี้ ยังมีข้อเสนอแนะต่อแนวทางการดำเนินงานของคณะกรรมตรวจสอบนโยบายฯ ในระยะต่อไปว่า ในกรณีที่พรรคการเมืองระบุว่าจะใช้จากงบประมาณรายจ่ายประจำปี หรือจากการบริหารงบประมาณรายจ่ายประจำปีนั้น ควรให้พรรคการเมืองระบุให้มีความชัดเจนถึงแหล่งเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปีว่าจะมาจากการปรับลดรายจ่ายราย หรือการเพิ่มการจัดเก็บรายได้ หรือการขาดดุลงบประมาณเพิ่มเติมเป็นจำนวนเงินเท่าไร

โดยในกรณีที่ไม่สามารถระบุไว้ในวงเงินของแต่ละนโยบาย ก็ควรระบุไว้ในระดับภาพรวมของวงเงินทั้งหมด ซึ่งนอกจากจะช่วยให้คณะกรรมการตรวจสอบนโยบายฯ ให้ความเห็นและข้อสังเกตุได้อย่างชัดเจนมากขึ้นแล้ว ยังช่วยให้ประชาชนมีข้อมูลที่เพียงพอต่อการตัดสินใจลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง

อีกทั้งยังสามารถป้องกันนโยบายระยะสั้นที่มีวัตถุประสงค์เพียงเพื่อให้ได้รับคะแนนนิยมทางการเมืองแต่เพียงอย่างเดียวได้ในอีกทางหนึ่ง เนื่องจากผู้ไม่เห็นด้วยกับวิธีการจัดหาแหล่งเงินหรือได้รับผลกระทบจากวิธีการจัดหาแหล่งเงินจะไม่ลงคะแนนสนับสนุนพรรคการเมืองที่เสนอนโยบายดังกล่าว

อย่างไรก็ตามในบางกรณีที่พรรคการเมืองระบุแหล่งเงินว่าจะมาจากมาตรา 28 ของพ.ร.บ.วินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561 นั้น ควรพิจารณาถึงวงเงินคงเหลือที่สามารถนำมาใช้ได้ว่าในปัจจุบันมีวงเงินมากน้อยเพียงใด และมีข้อสังเกตเพิ่มเติมว่า การใช้ที่มาของเงินจากแหล่งดังกล่าวจนเต็มกรอบตามที่กำหนดไว้ในกรอบวินัยการเงินการคลังของรัฐ จะทำให้ภาครัฐมีข้อจำกัดต่อการดำเนินมาตรการเพื่อแก้ปัญหาหรือบรรเทาสถานการณ์ฉุกเฉินที่อาจเกิดขึ้นในระยะข้างหน้า

ส่วนการใช้แหล่งเงินอื่น ๆ อาทิ กองทุนต่าง ๆ หรือจากหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ พรรคการเมืองควรพิจารณาถึงความสอดคล้องกับขอบข่ายภารกิจ วัตถุประสงค์ และอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายจัดตั้งของกองทุนหรือรัฐวิสาหกิจนั้น ๆ รวมทั้งความเสี่ยงที่จะเกิดกับฐานะการเงินของกองทุนและหรือรัฐวิสาหกิจนั้น ๆ ด้วย

สศช. แจ้งด้วยว่า การวิเคราะห์ความเสี่ยงของนโยบายในบางกรณีขาดความครอบคลุมและครบถ้วนตามที่ควรจะเป็น เช่น ความเสี่ยงต่อปัญหา Moral Hazard ในภาคการเงิน และปัญหาความเสี่ยงต่อเสถียรภาพทางการคลัง รวมทั้งขาดการประเมินผลกระทบของนโยบายที่อาจส่งผลให้เกิดการบิดเบือนในภาคการผลิต และขาดการประเมินความคุ้มค่าตามหลักการหรือวิธีการที่ถูกต้อง

นอกจากนี้ เอกสารที่ได้รับแสดงให้เห็นว่าในบางกรณีพรรคการเมืองขาดความเข้าใจในเรื่องงบประมาณและการเงินการคลังของภาครัฐ อีกทั้งในบางกรณีพรรคการเมืองเสนอวงเงินที่อาจจะไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริงที่เป็นฐานในการคิดคำนวณ และอาจจะไม่สอดคล้องกับวิธีการดำเนินนโยบายที่ระบุไว้

ขณะเดียวกันในบางนโยบายของบางพรรคการเมืองเขียนไว้เพียงหลักการและใช้วงเงินสูง รวมทั้งมีความเสี่ยงต่อความคุ้มค่า และความเสี่ยงต่อกรอบวินัยการเงินการคลัง แต่ไม่ระบุวิธีการในการดำเนินมาตรการไว้อย่างเพียงพอและทำให้ คณะกรรมการตรวจสอบนโยบายฯ ไม่มีข้อมูลที่เพียงพอต่อการให้ข้อสังเกตและความเห็น

อย่างไรก็ตาม สศช. เสนอว่า ฝ่ายเลขานุการฯ ควรขอข้อมูลเพิ่มเติม และหรือตรวจสอบว่า การนำเสนอนโยบายในลักษณะดังกล่าวมีการเปิดเผยข้อมูลที่เพียงพอ และมีความสอดคล้องกับกฎหมายที่เกี่ยวข้องหรือไม่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...