วันที่ 5 "สหรัฐฯ–อิสราเอล" ถล่ม "อิหร่าน" วิกฤตพลังงานลามทั่วโลก
วันนี้ (4 มี.ค.2569) CNN รายงานว่า ปธน.โดนัลด์ ทรัมป์ เปิดเผยเมื่อวันอังคารที่ 3 มี.ค. ตามเวลาท้องถิ่นสหรัฐฯ ว่า ปฏิบัติการโจมตีรอบใหม่ของสหรัฐฯ และอิสราเอลได้มุ่งเป้าไปยังผู้นำและโครงสร้างทางทหารชุดใหม่ของอิหร่าน พร้อมยืนยันว่า ศักยภาพทางทหารของอิหร่าน "ถูกทำลายอย่างสิ้นเชิง" ตั้งแต่กองทัพเรือ กองทัพอากาศ ไปจนถึงฐานปฏิบัติการสำคัญ ภาพถ่ายดาวเทียมในวันเดียวกันเผยให้เห็นความเสียหายอย่างหนักต่ออาคารรัฐบาล ฐานทัพ และแม้กระทั่งโรงพยาบาลบางแห่งในอิหร่าน
ขณะเดียวกัน สำนักข่าวสิทธิมนุษยชนในสหรัฐฯ รายงานว่า มีผู้เสียชีวิตในอิหร่านมากกว่า 1,000 คนตั้งแต่วันเสาร์ที่ผ่านมา (28 ก.พ.) รวมถึงเด็กจำนวนหนึ่ง โดยตัวเลขดังกล่าวยังเป็นข้อมูลเบื้องต้นและอาจเพิ่มสูงขึ้นอีก
ด้านการเมืองภายในประเทศ สำนักข่าวกึ่งทางการของอิหร่านรายงานว่า เจ้าหน้าที่ระดับสูงกำลังประชุมทางไกลเพื่อคัดเลือกผู้นำสูงสุดคนใหม่ หลังอยาตอลลาห์ อาลี คาเมเนอี เสียชีวิตจากการโจมตีระลอกแรก ชื่อของ โมจตาบา คาเมเนอี บุตรชายของเขา ถูกจับตามองว่าเป็นหนึ่งในตัวเต็ง อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีความชัดเจนเกี่ยวกับสถานที่พำนักหรือสถานะความปลอดภัยของผู้สมัครเหล่านี้
รายงานจากสื่อยุโรประบุเพิ่มเติมว่า อิสราเอลได้แฮ็กระบบกล้องวงจรปิดในกรุงเตหะรานมานานหลายปี เพื่อสร้างเครือข่ายข่าวกรองที่ซับซ้อน ซึ่งถูกนำมาใช้สนับสนุนปฏิบัติการโจมตีครั้งนี้
ในขณะที่สถานการณ์รอบภูมิภาค อิสราเอลยังคงโจมตีในเลบานอน โดยมุ่งเป้าไปยังกลุ่มติดอาวุธ เฮซบอลลาห์ ที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน พร้อมออกคำสั่งอพยพประชาชนในหลายสิบหมู่บ้าน
ประเทศอาหรับในอ่าวเปอร์เซีย เช่น คูเวต สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และซาอุดีอาระเบีย ต้องรับมือกับการตอบโต้ของเตหะรานอย่างหนัก มีรายงานการสกัดกั้นขีปนาวุธและโดรนหลายร้อยลูกในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ทำให้เกิดคำถามว่า ระบบป้องกันภัยทางอากาศจะรองรับได้อีกนานเพียงใด และคลังอาวุธของอิหร่านยังเหลือมากเท่าใด
สถานทูตสหรัฐฯ ในซาอุดีอาระเบีย คูเวต และเลบานอน ถูกสั่งปิดหลังถูกโจมตี ขณะที่สถานีซีไอเอในซาอุดีอาระเบีย และฐานทัพสหรัฐฯ ในกาตาร์ ซึ่งถือเป็นฐานทัพใหญ่ที่สุดของสหรัฐฯ ในตะวันออกกลาง ก็ได้รับความเสียหายเช่นกัน เจ้าหน้าที่รัฐบาลสหรัฐฯ ที่ไม่จำเป็นเร่งด่วนในหลายประเทศถูกสั่งให้อพยพออก จนถึงขณะนี้ มีทหารอเมริกันเสียชีวิตแล้ว 6 นาย จากการโจมตีของอิหร่าน และทำเนียบขาวเตือนว่าตัวเลขอาจเพิ่มขึ้น
ปิดช่องแคบฮอร์มุซ ราคาน้ำมันพุ่ง ตลาดหุ้นผันผวน
การปิดน่านฟ้าหลายประเทศในตะวันออกกลาง ทำให้เที่ยวบินถูกยกเลิกหลายพันเที่ยว นักท่องเที่ยวและชาวต่างชาติหลายพันคนติดค้างโดยไม่มีทางเลือกทรัมป์ยอมรับว่า ก่อนเปิดฉากโจมตี ไม่มีแผนอพยพพลเมืองอเมริกันในภูมิภาคอย่างเป็นระบบ แต่ขณะนี้รัฐบาลกำลังเร่งจัดหาเที่ยวบินช่วยเหลือ ขณะที่ประเทศในยุโรปต่างเร่งอพยพพลเมืองของตนเช่นกัน
ด้านเศรษฐกิจ ราคาน้ำมันและก๊าซธรรมชาติพุ่งสูงอย่างรวดเร็ว ตลาดหุ้นหลายแห่งปรับตัวลดลงอย่างหนัก หลังการส่งออกพลังงานจากตะวันออกกลางถูกตัดขาดจากตลาดโลกจากการปิดช่องแคบฮอร์มุซโดยปริยาย
เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ และอิสราเอลให้เหตุผลแตกต่างกันเกี่ยวกับการเปิดฉากโจมตี โดยระบุถึงความจำเป็นในการป้องกันไม่ให้อิหร่านพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ และอ้างว่า ตอบโต้ภัยคุกคามเชิงป้องกันล่วงหน้า
อย่างไรก็ตาม หน่วยงานกำกับดูแลนิวเคลียร์ของสหประชาชาติได้โต้แย้งว่า อิหร่านไม่ได้อยู่ในระยะเวลาเพียงไม่กี่วันหรือสัปดาห์ที่จะครอบครองอาวุธปรมาณู ขณะที่ทรัมป์เคยกล่าวก่อนหน้านี้ว่า โครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน "ถูกทำลายสิ้นซาก" จากการโจมตีของสหรัฐฯ เมื่อปีก่อน อีกทั้งหน่วยข่าวกรองสหรัฐฯ ประเมินว่า หากอิหร่านต้องการพัฒนาขีปนาวุธข้ามทวีป ก็อาจต้องใช้เวลาถึงปี 2578
อ่านข่าว :
ยูเอ็นเรียกร้องสอบสวนเหตุโจมตีโรงเรียนในอิหร่าน เสียชีวิต 168 คน
จับตาราคาน้ำมันพุ่งกระทบ "ราคาตั๋วเครื่องบิน"
สภาคองเกรสจ่อ "จำกัด" อำนาจทรัมป์ หลังถล่มอิหร่าน-เสี่ยงปะทะยืดเยื้อ