โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ธนาคารกลางญี่ปุ่นจับตาผลกระทบใกล้ชิด จากสงครามตะวันออกกลาง

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ธนาคารกลางญี่ปุ่นจับตาผลกระทบจากสงครามในตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด คาดกระทบอย่างมีนัยสำคัญ

คาซูโอะ อุเอดะ ผู้ว่าการธนาคารกลางญี่ปุ่น เปิดเผยในวันนี้ (4 มี.ค.) ว่า เขาจะติดตามอย่างใกล้ชิดถึงผลกระทบของความขัดแย้งในตะวันออกกลางและราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นต่อเศรษฐกิจญี่ปุ่น พร้อมย้ำว่าธนาคารกลางยังคงมีแนวโน้มปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายอย่างต่อเนื่อง เว้นแต่จะเกิดความเคลื่อนไหวที่ไม่คาดคิดในด้านราคาและกิจกรรมทางเศรษฐกิจ

ระหว่างการประชุมคณะกรรมาธิการในสภาไดเอท อุเอดะกล่าวว่า สถานการณ์ในตะวันออกกลางอาจส่งผลกระทบ “อย่างมีนัยสำคัญ” ต่อเศรษฐกิจญี่ปุ่น ผ่านแรงกดดันจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้นและความผันผวนในตลาดการเงิน

ผู้ว่าการธนาคารกลางญี่ปุ่นอธิบายว่า ญี่ปุ่นพึ่งพาการนำเข้าทรัพยากรเป็นหลัก ราคาน้ำมันที่พุ่งสูงอาจรบกวนเสถียรภาพด้านพลังงาน กระทบต่อเศรษฐกิจโดยรวม และกดดันให้อัตราเงินเฟ้อชะลอลงได้

การปรับขึ้นของราคาพลังงานก็อาจผลักดันให้เงินเฟ้อเร่งตัว หากภาคครัวเรือนและภาคธุรกิจคาดการณ์ว่าอัตราเงินเฟ้อในระยะกลางถึงระยะยาวจะอยู่ในระดับที่สูงขึ้น

การโจมตีอิหร่านโดยสหรัฐฯ และอิสราเอลที่เริ่มขึ้นในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา รวมถึงการขยายวงของความขัดแย้งไปยังประเทศอื่นในตะวันออกกลาง ได้ส่งผลให้ราคาน้ำมันปรับตัวขึ้น ขณะที่ตลาดหุ้นญี่ปุ่นอ่อนตัวลง สถานการณ์ดังกล่าวทำให้เกิดกระแสคาดการณ์ว่าธนาคารกลางญี่ปุ่นอาจต้องทบทวนช่วงเวลาที่เหมาะสมสำหรับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยครั้งถัดไป

ก่อนหน้านี้ ธนาคารกลางได้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายสู่ระดับสูงสุดในรอบ 30 ปี ที่ประมาณ 0.75% ในการประชุมเดือนธันวาคม และคงอัตราดอกเบี้ยไว้ในการประชุมเดือนถัดมา โดยอุเอดะให้เหตุผลว่าจำเป็นต้องประเมินผลกระทบจากการปรับขึ้นดอกเบี้ยก่อนดำเนินการเพิ่มเติม

อย่างไรก็ตาม สำนักข่าว Japan Today ของญี่ปุ่น รายงานว่า แรงกดดันจากราคาน้ำมันในตลาดโลกเริ่มผ่อนคลายลงเล็กน้อย หลังทรัมป์ประกาศเมื่อวานนี้ (3 มี.ค.) ว่า ได้สั่งการให้ DFI หรือสถาบันการเงินเพื่อการพัฒนาของรัฐบาลกลางสหรัฐฯ จัดทำประกันความเสี่ยงทางการเมือง และรับประกันความมั่นคงทางการเงินสำหรับการค้าทางทะเลทั้งหมด โดยข้อความของทรัมป์ ถูกโพสต์บน X ของทำเนียบขาวว่า หากจำเป็นกองทัพเรือสหรัฐฯ จะเริ่มภารกิจคุ้มกันเรือบรรทุกน้ำมันที่เดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซโดยเร็วที่สุด

ส่วนธนาคาร Mizuho Bank วิเคราะห์ว่า มาตรการของทรัมป์ที่จะรับประภัยภัยการเดินเรือ รวมถึงส่งเรือคุ้มกันอาจช่วยลดแรงกดดันได้บางส่วน แต่ไม่สามารถขจัดความเสี่ยงด้านราคาน้ำมันในระยะยาวได้ทั้งหมด

รายงานยังระบุว่า ค่าเบี้ยประกันภัยการขนส่งที่เพิ่มขึ้นจะสะท้อนมายังต้นทุนการขนส่งน้ำมันในที่สุด ทำให้ต้นทุนต่อบาร์เรลเพิ่มขึ้นราว 5-15 ดอลลาร์ ขณะที่ความเสี่ยงจากสถานการณ์ตะวันออกกลางที่ยังมีแนวโน้มสู้รบกันต่อเนื่อง ทำให้ส่วนเพิ่มจากความเสี่ยงสงครามยังคงอยู่ในตลาดพลังงาน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...