แกนนำพรรครัฐบาลญี่ปุ่น ชี้ภาษีทรัมป์โกลาหล เตือนอย่าเปิดเจรจาใหม่กระทบอุตฯ รถยนต์
แกนนำพรรครัฐบาลญี่ปุ่น ชี้ภาษีทรัมป์โกลาหล เตือนอย่าเปิดเจรจาใหม่กระทบอุตฯ รถยนต์ ซึ่งเป็นหัวใจการส่งออก และเสี่ยงผลักบริษัทต่างชาติย้ายฐานออกจากสหรัฐ
วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 13.56 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า แกนนำคนสำคัญของพรรครัฐบาลญี่ปุ่นอย่าง Liberal Democratic Party ออกมาวิจารณ์มาตรการภาษีของสหรัฐว่าเป็นความโกลาหลอย่างแท้จริง หลังจากประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ปรับขึ้นภาษีนำเข้า เพื่อตอบโต้คำวินิจฉัยของศาลฎีกาสหรัฐที่ตัดสินว่ามาตรการภาษีชุดก่อนของเขาไม่ชอบด้วยกฎหมาย
Itsunori Onodera อดีตรัฐมนตรีกลาโหมญี่ปุ่น และประธานคณะวิจัยด้านภาษีของพรรค แอลดีพี กล่าวในรายการถ่ายทอดสดทาง Fuji TV เมื่อวันอาทิตย์ว่า “พูดกันตรง ๆ นี่มันเป็นความยุ่งเหยิงอย่างแท้จริง”
โอโนเดระระบุว่า ญี่ปุ่นไม่ควรเปิดประเด็นขอเจรจาทบทวนข้อตกลงการค้ากับสหรัฐฯ อีกครั้ง โดยชี้ว่าแก่นสำคัญของการเจรจาเมื่อปีที่แล้วคือการลดภาษีนำเข้ารถยนต์ ซึ่งเป็นสินค้าส่งออกหลักของญี่ปุ่น และเป็นแหล่งจ้างงานและการลงทุนที่สำคัญ
“สำหรับญี่ปุ่น ตอนนั้นสิ่งสำคัญที่สุดคือรถยนต์ และภาษีรถยนต์ก็ไม่ได้อยู่ในขอบเขตของคำตัดสินศาลฎีกาครั้งนี้ หากเราไปพยายามเปิดเจรจาใหม่จนเกิดผลกระทบต่อภาษีรถยนต์ขึ้นมา นั่นจะไม่เป็นผลดีเลย” เขากล่าว พร้อมเสริมว่า หากจะมีการเจรจาใหม่จริง ต้องเป็นกระบวนการที่ “รอบคอบและละเอียดถี่ถ้วนอย่างยิ่ง”
ความเห็นของโอโนเดระถือเป็นถ้อยแถลงสาธารณะครั้งแรกจากสมาชิกระดับสูงของพรรคแอลดีพี หลังศาลฎีกาสหรัฐวินิจฉัยว่าภาษีตอบโต้ (reciprocal tariffs) ของทรัมป์ขัดต่อกฎหมาย โดยภายหลังคำตัดสินดังกล่าว ทรัมป์ได้ประกาศเก็บภาษีนำเข้าทั่วโลกอัตราใหม่ 10% ในวันศุกร์ และปรับขึ้นเป็น 15% ในวันเสาร์
ความผันผวนจากนโยบายภาษีของทรัมป์เกิดขึ้นในช่วงเวลาสำคัญ ก่อนที่นายกรัฐมนตรี Sanae Takaichi จะเดินทางเยือนกรุงวอชิงตันในอีกประมาณหนึ่งเดือน เพื่อพบหารือกับทรัมป์และยืนยันว่าข้อตกลงการค้าระหว่างสองประเทศยังคงเดินหน้าตามแผน
ข้อตกลงการค้าที่บรรลุเมื่อช่วงฤดูร้อนปีที่แล้ว ระบุให้สหรัฐลดภาษีนำเข้ารถยนต์จากญี่ปุ่นเหลือ 15% จากเดิม 27.5% แลกกับการที่ญี่ปุ่นจัดตั้งกองทุนมูลค่า 550,000 ล้านดอลลาร์ เพื่อสนับสนุนการลงทุนในสหรัฐฯ
โครงการลงทุนชุดแรก ซึ่งทรัมป์เพิ่งประกาศในสัปดาห์นี้ ครอบคลุมการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานข้อมูล (data infrastructure) ท่าเรือน้ำมันนอกชายฝั่งทะเลลึก และโรงงานผลิตเพชรสังเคราะห์สำหรับใช้ในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ โดยทั้งหมดตั้งอยู่ในสหรัฐ
โอโนเดระยังกล่าวว่า เป็นเรื่องธรรมดาที่ภาคธุรกิจจะเรียกร้องขอคืนภาษีที่ถูกเรียกเก็บไปแล้ว แต่รายละเอียดของการคืนเงินจะขึ้นอยู่กับกระบวนการพิจารณาของศาล พร้อมแสดงความกังวลว่า หากสถานการณ์ภายในสหรัฐยังคงวุ่นวายเช่นนี้ บริษัทต่าง ๆ อาจยิ่งลดการลงทุนหรือย้ายออกจากสหรัฐฯ มากขึ้นอีก
อ้างอิง : bloomberg.com