โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

‘รองเลขาฯ สมช.’ ชี้การเมืองยังมีเสถียรภาพ-การวางตัวมหาอำนาจ ต้องไม่เอียง

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 11 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 11 ชั่วโมงที่ผ่านมา

จุฬาฯ เสวนา “นโยบายด้านความมั่นคง ของไทยในโลกโกลาหล” รองเลขาฯ สมช. ชี้การเมืองยังมีเสถียรภาพ แต่เสี่ยงเปราะบาง หลังเลือกตั้งถูกตั้งคำถาม ย้ำการวางตัวมหาอำนาจ ไทยต้องไม่เอียงกลุ่มหวั่นต่างชาติแทรกแซง

คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดเสวนา Policy Talk ภายใต้หัวข้อ “นโยบายด้านความมั่นคง ของไทยในโลกโกลาหล” โดยมี นายสรพงศ์ ศรียานงค์ รองเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เป็นวิทยากรพิเศษ

นายสรพงศ์ กล่าวว่า ปัญหาส่วนใหญ่นโยบายสวยหรู่และการนำไปสู่การปฏิบัติค่อนข้างที่จะมีปัญหา นโยบายสาธารณะในมิติความมั่นคง ภัยคุกคาม หากไม่แก้ไขจะถูกส่งผลกระทบในวงกว้าง พร้อมกับยกตัวอย่างการชุมนุมที่เกิดขึ้น ยังไม่กระทบต่อความมั่นคง แต่เป็นสิทธิและเสรีภาพที่สามารถแสดงออกได้ แต่เมื่อใดการชุมนุมส่งผลกระทบ มีการปิดสถานที่ หรือใช้อาวุธ นั่นกระทบกับความมั่นคง บางเรื่องเป็นเพียงความเสี่ยง หน่วยงานความมั่นคงอาจจะยังไม่ต้องเข้าไป แต่ส่วนราชการจะต้องบูรณาการในการแก้ไข

ขณะเดียวกันภัยคุกคามเดิม เป็นเรื่องทหารแต่ใครคิดว่าหมดไป แต่ปัจจุบันกลับมาแล้ว เดิมเป็นการยึดเส้นเขตแดนเอกราชบูรณภาพแห่งดินแดน ซึ่งกระทบกับความมั่นคงภายในไทย ปัจจุบันภัยคุกคามเริ่มมุ่งมาที่มนุษย์หรือตัวบุคคล จึงจะต้องให้ความสำคัญกับความมั่นคงของมนุษย์ที่ตามมา

นายสรพงศ์ ยังกล่าวว่า ปัจจุบันความมั่นคงคือความอยู่รอดปลอดภัย ต้องมีความเจริญและประชาชนสามารถดำรงชีวิตอยู่ ต้องไม่เป็นปัญหาต่อสังคมและความพร้อมของคนในชาติ จะต้องพร้อมที่จะเผชิญกับภัยคุกคาม ด้วยกำลังและอำนาจต่างๆของชาติแต่ละประเทศ ต้องรู้ว่ามีกำลังแค่ไหนที่ต้องเผชิญกับภัยคุกคามต่างๆ ในนโยบายระบุไว้ประกอบด้วย กำลังอำนาจทางการเมืองของประเทศไทย ต้องรักษาเสถียรภาพไว้ ถ้าไม่มีเสถียรภาพ กำลังอำนาจของเราก็จะอ่อนแอ เราไม่สามารถไปแก้ไขปัญหาได้ ก็จะเกิดความขัดแย้ง แม้ว่าจะเป็นเรื่องปกติ แต่จะทำอย่างไรไม่ให้นำไปสู่ความแตกแยกและใช้ความรุนแรง

“ฉะนั้นวันนี้เสถียรภาพทางการเมืองมีหรือไม่ ตอนนี้ยังอยู่ในระบบ มันมี แต่มีความเสี่ยงหรือมีความเปราะบาง จากที่ได้เห็นผลการเลือกตั้ง โดยใช้ตัวเลข การจัดการเลือกตั้ง ที่เริ่มมีคำถามมีข้อสงสัยของสังคม การจัดตั้งรัฐบาลจึงต้องเป็นรัฐบาลผสมอุดมการณ์ในประเทศเรา ค่อนข้างที่จะแตกต่างกันน้อยมาก สุดท้ายเป็นเรื่องของผลประโยชน์ทางการเมืองที่จะนำเรื่องอุดมการณ์ เพราะฉะนั้นถ้าผลประโยชน์ลงตัวก็อยู่กันได้ รัฐบาลก็สามารถดำเนินการบริหารประเทศได้ แต่เมื่อใดที่มีความขัดแย้งกัน เสถียรภาพนี้ก็จะสั่นคลอน ซึ่งเราก็ยังต้องดูพัฒนาการ”

ขณะที่กำลังอำนาจทางเศรษฐกิจ เป็นผลจากการประเมินสถานการณ์ หลังการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด -19 อำนาจทางเศรษฐกิจ พูดง่ายๆว่าชะลอตัวอย่างรุนแรง ทำให้เศรษฐกิจมีปัญหา ที่สำคัญเรากำลังถูกกำลังอำนาจท้าทายต่อสังคมสูงวัย ที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคตโดยเฉพาะ 2573 เราจะมีคนสูงวัยมากที่สุด 78.3% นอกจากนี้ยังมีเทคโนโลยีเป็นตัวท้าทาย โดยมีการกันคนออกไป ยอมรับว่ามีทั้งโอกาสและความเสี่ยง ซึ่งอาจจะมีความเปราะบางในเรื่องกฎระเบียบที่จะผิดกฎหมาย

ขณะกำลังอำนาจทางสังคมจิตวิทยา ทุกวันนี้คนรุ่นใหม่เติบโตมา รู้สึกเป็นพลเมืองโลก ไม่ได้รู้สึกว่าอยู่ในขอบเขตของความเป็นไทย ฉะนั้นสิ่งเหล่านี้ให้ทำว่าสังคมยุคใหม่เป็นอย่างไรและที่สำคัญ สิ่งที่น่าสนใจในวันนี้ คือคนส่วนใหญ่ ยอมรับความแตกต่างมากขึ้น แต่มีความเป็นปัจเจกมากขึ้นเช่นกัน

ด้านกำลังอำนาจทางทหาร เรามีสังคมที่แข็งแกร่งมาตั้งแต่อดีตมาจนถึงปัจจุบัน ไม่สามารถปฏิเสธได้ แต่จะทำอย่างไรให้พลังอำนาจนี้สามารถดำรงอยู่และมีขีดความสามารถ ทั้งเป็นพลังทั้งยามสงบและยามสงคราม

ด้านกำลังทางเทคโนโลยีสารสนเทศ จะต้องตามให้ทันทั้ง AI และควอนตัม เพราะจะไปเร็วมาก และเราจะตามไม่ทัน โดยเฉพาะในเรื่องกฎระเบียบต่างๆ ซึ่งจะมาพร้อมกันทั้งโอกาสและความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้น ขณะที่กำลังอำนาจทางทรัพยากรมนุษย์ ก็จะเป็นสังคมสูงวัยพึ่งพาแรงงานต่างด้าวเป็นหลัก ซึ่งถือว่ามีความเสี่ยงอยู่

ขณะที่ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ตอนนี้ทุกคนลืมไปหมดแล้วเพราะประเทศเราเหมือนกับมีแผนซ้อนแผนแผนเต็มไปหมด คนก็เลยงงและจะต้องตั้งหลักให้ดี รวมไปถึงมีมิติทางการเมืองเข้ามา และมีการตั้งคำถามว่าการมีส่วนร่วมจริงหรือไม่ จึงเกิดปัญหาเรื่องการยอมรับ ขณะที่ยุทธศาสตร์ชาติ 6 ด้าน จะต้องเดินไปพร้อมกันและเอื้อกัน เพื่อยกระดับขีดความสามารถ หากความเป็นธรรมความเหลื่อมล้ำไม่เกิดขึ้นในสังคมก็ การทุจริตคอรัปชั่นมีน้อย จะไม่เป็นปัญหา เพราะฉะนั้นปัญหาเชิงโครงสร้าง หากไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ ทั้งหมดก็จะดำรงอยู่ ก็จะต้องตามเช็ดตามแก้กันต่อไป ความแตกแยก และความขัดแย้งมาจากมูลเหตุ ในสังคมนี้ส่วนใหญ่มาจากความเหลื่อมล้ำ เช่น คุกมีไว้ขังคนจน แรงงานต่างด้าวนอนเตียงคนไทยนอนระเบียง รวยกระจุกจนกระต่าย เป็นคำที่ ตลกอบอวนอยู่ในชีวิตเรา ถ้าเกิดจนตายถ้าต้องใช้เส้นอยู่จะไม่มีความสงบในประเทศนี้

ส่วนยุทธศาสตร์ชาติด้านความมั่นคง วันนี้เป้าหมายคือ “ปรับสภาพแวดล้อม” พร้อมแก้ไขปัญหาเฟส 2 ในปี 2570 ที่กำลังจะเกิดขึ้นปัญหาเก่าหมดไป ปัญหาใหม่ไม่เกิด แต่อย่างน้อยมีทิศทางให้ปัญหาของลดลง แม้ว่าจะไม่หมดไป แม้ว่าปัญหาใหม่ไม่เกิดแต่ต้องยอมรับว่าควบคุมได้ยาก เพราะปัจจัยเงื่อนไขยังคงดำรงอยู่ ซึ่งเป็นสิ่งมุ่งเป้าที่จะไป เป็นสิ่งที่ดีเพราะที่ผ่านมาไม่มีเป้า เป้ายึดจากนโยบายรัฐบาลหรือแผนสภาพัฒน์ฯ นโยบายความมั่นคง หรือกระทรวงต่างๆ และเป็นจุดมุ่งหมายรวม

ขณะที่การประเมินภัยความเสี่ยงจากสำนักข่าวกรอง มองว่า โลกหันไปทางขวากระแสอนุรักษ์นิยมทั้งโลก ไม่ใช่แค่ในไทย ทุกคนหันมามองผลประโยชน์ของถ้าตัวเองทั้งหมด ระบบโลกเสรีลดลง ระบบพหุภาคีเริ่มมีบทบาทน้อยลง องค์กรระหว่างประเทศมีบทบาทน้อยลง หันไปเป็นแบบทวิภาคี เอกภาพเอกเทศ ไทยมีนโยบายเข้มข้นขึ้นเห็นได้จากมหาอำนาจโลก ที่ออกมาตรการต่างๆ ความขัดแย้งยังไม่เห็น ข้อยุติสงคราม

และได้เห็นปรากฏการณ์ใหม่ของการแก้ไขปัญหาของสหรัฐที่เข้าไปจับตัวประธานาธิบดีในเวเนซุเอลา ส่วนเอเชียเปซิฟิกจะเป็นระเบิดเวลาของมหาอำนาจ ต้องการแย่งชิงเส้นทางทางทะเล ด้านทะเลจีนใต้ทางตะวันตก มองว่าต้องเสรีและเปิดกว้าง แต่จีนยอมไม่ได้ เพราะหากเข้ามาแทรกแซง อธิปไตยดินแดนของเขา และตะวันออกกลางเข้มข้นขึ้น

การแข่งขันของมหาอำนาจค่อนข้างชัดเจน ประเด็นที่เป็นผลประโยชน์ของจีน สหรัฐสกัดกั้นหมด หากเห็นจากยุทธศาสตร์ของสหรัฐ อิโดแปซิฟิก ได้มีความตึงเครียดมากขึ้นโดยเฉพาะไต้หวัน เพราะเป็นการแย่งชิงพื้นที่เชิงสัญลักษณ์ ว่าใครจะมีบทบาทอิทธิพลในพื้นที่เหล่านี้ตัวละครใหม่ที่จะมาเพิ่มความตึงเครียดคือฟิลิปปินส์ที่จะเป็นประธานอาเซียน ทั้งจากการฝึกร่วมและการทุ่มเทยุทโธปกรณ์เข้ามา ซึ่งจีนก็แสดงความไม่พอใจมากขึ้นเป็นลำดับเพราะฉะนั้นความเปราะบางของทะเลจีนใต้ ขึ้นอยู่กับใครจะมีความอดทนมากกว่ากัน

ขณะที่โจทย์ที่ท้าทายในชายแดนของไทย
ชัดเจนว่ามีทั้งการค้ามนุษย์อาชญากรรมออนไลน์ในพื้นที่รอบบ้าน อาชญากรรมบริเวณชายแดนเฟื่องฟูขึ้นจาก การพัฒนาของเทคโนโลยี ไม่ว่าเราจะ ไม่ว่าเราจะมีมาตรการใดๆ กดระเบียบใดๆก็ไม่สามารถหยุดยั้งอาชญากรรมเหล่านี้ได้ เพราะอาชญากรรมเหล่านี้ไร้ขีดจำกัด ทางด้านพื้นที่ เครื่องมือ และงบประมาณ อยู่ที่ใดก็ได้สามารถเกาะอาชญากรรมได้ทั้งหมดเพราะมีเครื่องมือ starlic เขามีเงินมหาศาลที่จะอำนวยความสะดวก ให้ดำเนินอาชญากรรมเหล่านี้

การรุกล้ำพื้นที่ชายแดนที่ยังไม่มีการปักปันก็เป็นเรื่องคลาสสิค เพราะตลอดแนวชายแดน 5,761 กิโลเมตรทางบก เมียนมาร์เป็นพื้นที่สุดท้ายที่เราจะสามารถเจรจาในเรื่องเขตแดนได้ด้วยความสงบในประเทศเขามีชนกลุ่มน้อยตามบริเวณชายแดน ส่วนทางชายแดนประเทศลาวเหลือเพียงทางน้ำ จากการสร้างเขื่อนของจีน เกิดการเปลี่ยนแปลง ของลำน้ำ ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ยาก มีปัญหาเรื่องเกาะดอน ตะลิ่ง ส่วนชายแดนมาเลเซียใกล้จบแล้ว เป็นเรื่องของการสร้างกำแพง เรื่องเขตแดนไม่มีปัญหา ส่วนชายแดนฝั่งกัมพูชาคงไม่ต้องพูด เพราะจะเป็นเงื่อนไขที่จะนำไปสู่การสู้รบต่อไป เพราะว่าต่างคนก็ต่างอ้าง อ้างแผนที่คนละอัตราส่วน อ้างสนธิสัญญา ไม่มีทางจบ การขนย้ายสิ่งผิดกฎหมาย ขนาดเราปิดชายแดนก็ยังมีลักลอบเข้าเมืองมาโดยตลอดโดยเฉพาะกัมพูชา ซึ่งจำเป็นต้องใช้เครื่องมือและเทคโนโลยีเข้ามาช่วยในที่สำคัญคือการข่าวและชุมชนชายแดน

การประเมินสถานการณ์ในปี 2569 ที่สำนักข่าวกรองให้ความสำคัญ อาชญากรรมออนไลน์ไทยเจอหนักแน่ เนื่องจากไร้ขีดจำกัดด้วยกฎระเบียบ เงินไม่อั้น เพราะพอเจอปุ๊บ บอกเคลียร์ได้ สิ่งที่อาชญากลจีนบอกคือ”เคลียร์ได้” รู้สึกเจ็บปวด ซึ่งเราต้องเร่งแก้ไขปัญหา เพราะไม่หากเร่งแก้ไข ก็จะแทรกเสริมไปทุกมิติ ในเรื่องของความมั่นคงและวันนี้การเมืองก็ยังหวาดระแวงกันว่าเงินเหล่านี้จะเข้ามาแทรกแซงในมิติทางการเมืองหรือไม่เศรษฐกิจก็ไม่ต้องพูดถึง สามารถมีเงินมหาศาลที่จะช่วงชิง และครอบงำ ได้ทั้งหมด ส่งผลกระทบทำให้สังคมนั้นอ่อนแอตามไป

เมื่อถามถึงการวางตัวบทบาทของมหาอำนาจ
นายสรพงศ์ กล่าวว่า ไทยเป็นประเทศเล็กๆ ไม่สามารถเลือกข้างได้ เพราะมีความสัมพันธ์ทั้งคู่และมีประโยชน์กับเราทั้งคู่ เราไม่เลือกข้างแต่เราจะเลือกเป็นรายประเด็น อะไรที่เป็นปัญหาก็ยับยั้งไว้ก่อน หรืออะไรที่เป็นผลประโยชน์ร่วมก็ร่วมมือกับเขา อย่างเรื่องการฝึก เทคโนโลยี และลิขสิทธิ์ จะมีการชิงความได้เปรียบ ที่จะต้องหยิบยกเป็นรายประเด็นไป

ขณะที่สถานการณ์ชายแดนไทย -กัมพูชา จะเห็นได้ว่ามหาอำนาจทั้ง 2 ประเทศยื่นมือเข้ามา แต่เป็นเพียงการสะกิดจุดเล็กๆ เพราะต้องการค้าขายและเข้ามาแก้ไขทั้งหมดนำมาซึ่งการลงนามที่มาเลเซีย ครั้งที่ 2 เมื่อภารกิจของสหรัฐเสร็จสิ้น จีนเข้ามาเกี่ยวข้องต้องการให้ 2 ประเทศยุติ ก็ต้องดูต่อไปว่าหากความขัดแย้งไม่จบ 2 มหาอำนาจจะเข้ามาอีกหรือไม่

พร้อมยอมรับว่าไทยมีภูมิคุ้มกันอ่อนแอรับมือ ไม่มีพลังที่จะ รับมือกับการรับมือภัยคุกคามจากภายนอก เพราะการเมืองยังคลุกฝุ่น ขณะที่ด้านอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ หากสังเกตได้ว่าจะมีการสร้างโดรนและวิจัยในเรื่องของการป้องกันเทคโนโลยีต่อต้านโดรน ซึ่งขณะนี้กองทัพอากาศกำลังทำแต่ต้องทำให้เร็ว ให้ไว

นายสรพงศ์ ยังย้ำถึงบาบาทการวางตัวของมหาอำนาจว่า ยืนในจุดที่เป็นผลประโยชน์ของประเทศไทย ไม่ใช่ผลประโยชน์ของกลุ่มบุคคลหรือองค์กรใด ต้องเป็นผลประโยชน์ของชาติจริงๆหากคิดตรงนั้นท่านจะรอด แต่หากไม่ยึดตรงนั้นก็จะไม่รอด เพราะสุดท้ายจะถูกการแทรกแซงจากต่างชาติเข้ามา

โดยช่วงหนึ่ง รองเลขาฯสมช. ย้ำว่าประเทศไทย ไม่มีอะไรซับซ้อน ปัญหาทุกคนรู้หมด แต่ต้องหาวิธีให้ทุกคนในสังคมพูด เมื่อสยบในสิ่งผิดก็จะเสริมทำให้ยาก จับมือถ่ายรูปกันเป็นเรื่องหลอกตัวเองกันหมดรึ เมื่อมีผู้นำจะขึ้นมาแก้ ก็ถูกทำลาย สิ่งที่เงียบไปหมด ทั้งตึกถล่ม ห้องพิเศษ ทุกอย่างหาเรื่องใหม่เข้ามา

ขณะที่การรับมือข่าวปลอมโดยเฉพาะปัญหาชายแดนไทย- กัมพูชาทรองเลขาฯสมช. มองว่า ไทยจะต้องสื่อสารให้ทัน และมองว่าความเร็วเป็นเรื่องที่ยาก เพราะมีหลายขั้นตอน และต้องด้อยค่าลดความน่าเชื่อถือของสิ่งเหล่านั้น แต่สิ่งที่ยากที่สุดคือข่าวต่างประเทศที่เชื่อข่าวบิดเบือนเป็นเรื่องที่แก้ได้ยาก และมองว่าอย่าหาความจริงระหว่างการสู้รบ เพราะทุกฝ่ายต้องการ ชิงความได้เปรียบและต้องทำทุกวิถีทาง และท่านไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ‘รองเลขาฯ สมช.’ ชี้การเมืองยังมีเสถียรภาพ-การวางตัวมหาอำนาจ ต้องไม่เอียง

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...