กร่างหนัก ชายชักปืนตบ-ถีบ หญิงวัย 60 ก่อนยิงใส่คาเฟ่ย่านบางบัวทอง 8 นัด
จากกรณี น.ส.ดวงดาว อายุ 60 ปี เจ้าของร้านน้ำแข็ง และ น.ส.กฤติยาณี อายุ 29 ปี ลูกสาว เดินทางเข้าแจ้งความกับ พนักงานสอบสวน สภ.บางบัวทอง หลังถูก นายเทพ ชายสวมเสื้อยืดสีเขียว ใช้อาวุธปืนตบเข้าที่ใบหน้าของ น.ส.ดวงดาว ถึง 3 ครั้ง ก่อนจะถีบเข้าที่ท้องอย่างแรงอีก 1 ครั้ง ซึ่งภาพจากกล้องวงจรปิดสามารถบันทึกภาพขณะเกิดเหตุได้อย่างชัดเจน โดยเหตุเกิดขึ้นเมื่อช่วงเช้าของวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา บริเวณหน้าร้านขายน้ำแข็ง หมู่ 5 ต.บางคูรัด อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี
ทีมข่าวได้ลงพื้นที่ไปยังจุดเกิดเหตุพบกับ น.ส.ดวงดาว เล่าว่า ช่วงเวลา 05.30 น. ของทุกวันตนเองจะเข้ามาเปิดร้าน ก่อนเกิดเหตุได้ยินเสียงเหมือนคนคุยกันหน้าร้านคิดว่าเป็นลูกค้าจึงออกมาเพราะเด็กที่มาส่งนํ้าแข็งเป็นต่างด้าวพูดภาษาไทยไม่ได้ เมื่อออกไปก็พูดคุยกับเขาอย่างสุภาพถามว่ามีเรื่องอะไรกันแต่ผู้ก่อเหตุจ้องแต่ด่าลูกน้องที่มาส่งนํ้าแข็งว่า “กูบอกกี่ครั้งแล้วให้ขับรถดีๆ“ ซึ่งคนที่เขาด่าเป็นเพียงเด็กที่นั่งมาในรถส่วนคนขับไปส่งนํ้าแข็งที่ร้านอื่น มีอะไรให้คุยกับตนเองเพาะเด็กมันพูดไทยไม่ได้และขอโทษแทนด้วยถ้าเด็กขับรถไม่ดี
เมื่อถามว่าเจอรถส่งนํ้าแข็งที่ไหนผู้ก่อเหตุบอกว่าหน้าทางเข้าหมู่บ้าน ตนเองจึงบอกว่าน่าจะเป็นคนละคันเพราะรถคันนี้มาทางด้านหลัง แต่เขาก็ไม่ฟังและยังด่าลูกน้องทําท่าจะเอาเรื่องให้ได้จ้องหน้าด้วยตาที่แข็งไม่กะพริบ ไม่รู้ว่าเมาหรือเสพยาหรือไม่ จึงพยายามชวนคุยหวังให้อารมณ์เย็นลงก็เลยถามว่าพี่ชื่ออะไรเขาบอกว่า “กูชื่อเทพลูกน้องหมอเอ๋“ ตนเองจึงบอกว่าเดี๋ยวจะโทรให้เฮียเข้ามาเคลียร์ “เดี๋ยวหนูจัดให้” จากนั้นเขาควักปืนออกมาขณะที่นั่งอยู่บนรถจักรยานยนต์และถามว่า “มึงปากดีหรอ” และหันไปบอกลูกน้องว่า “กูไม่เล่นมึงแล้ว” และหันมาพูดกับตนเองว่า “กูจะเล่นมึงแทน“ ซึ่งพยายามบอกแล้วว่าไม่มีอะไรความหมายของเราคือจะให้เฮียซึ่งเป็นสามีมาคุยให้เรื่องจะได้จบ
จากนั้นผู้ก่อเหตุเก็บปืนเข้ากระเป๋าและต่อยเข้าที่หน้า 1 ครั้ง ก่อนลงรถจักรยานยนต์มาตบหน้าอีก 3 ครั้ง และถีบเข้าที่ท้องอย่างแรงจนล้มลง ตนเองก็รีบลุกขึ้นมาเพื่อจะปกป้องลูกน้องเพราะกลัวว่าเขาจะไปทําร้ายลูกน้องหรือยิง “เราเป็นอะไรเป็นได้ แต่เขามาส่งนํ้าแข็งให้เราถ้ามาตายมันไม่คุ้ม เรารับผิดชอบไม่ไหว“ หลังจากนั้นเขายังยืนด่าและบังคับให้ตนเองกราบเท้าก่อนจะขึ้นรถจักรยานยนต์ขับออกไปและทราบว่าเขาได้ไปก่อเหตุยิงปืนใส่ร้านอาหารและคาเฟ่ซึ่งอยู่ห่างจากร้านนํ้าแข็งไม่ถึง 2 กิโลเมตร ก่อนจะกลับมาที่ร้านตนเองและหนีหายไป
หลังเกิดเหตุได้ไปแจ้งความและไปโรงพยาบาลเนื่องจากเจ็บท้องน้อยมาก แขนเจ็บนิ้วบวม ตาข้างซ้ายที่ถูกตบเริ่มจะมองไม่เห็นซึ่งหมอบอกว่าถ้าอาการไม่ดีให้รีบไปโรงพยาบาลเพราะมีเลือดคลั่งข้างในตา ยอมรับรู้สึกกลัวมากแต่โชคดีที่เขาไม่ได้ยิงเราหวังว่าตํารวจจะเร่งติดตามจับกุมตัวผู้ก่อเหตุมาดําเนินคดีโดยเร็วเพราะถือเป็นภัยสังคม
นอกจากนี้ทีมข่าวจึงลงพื้นที่ไปตรวจสอบเพิ่มเติมที่ “Horse'n Coffee” พบกับ นายบุญส่ง ผู้จัดการร้าน เปิดเผยว่า เมื่อเช้าวานนี้ (20 ก.พ.69) ตื่นมาได้ยินเสียงลักษณะคล้ายปืนดังขึ้นหลายนัดบริเวณหน้าร้านจึงออกไปดูเพราะก่อนหน้านี้ที่ร้านเคยถูกงัดเงินจากตู้นํ้ามันถึง 2 ครั้ง เมื่อตรวจสอบวงจรปิดพบว่าผู้ก่อเหตุได้ขี่รถจักรยานยนต์พร้อมถือถุงนํ้าตาลทรายขาวและปาเข้ามาภายในร้านจากนั้นควักปืนออกมายิงตามภาพวงจรปิดได้ยินเสียงประมาณ 8 นัด ก่อนขี่รถจักรยานยนต์ออกไป เบื้องต้นไม่มีใครได้รับบาดเจ็บและไม่รู้ว่าสาเหตุมาจากเรื่องอะไรยืนยันว่าไม่เคยเห็นหน้ามาก่อนแต่ลักษณะเหมือนตั้งใจจะมาก่อเหตุที่ร้าน ส่วนปืนยังไม่ทราบว่าเป็นปืนจริงหรือปืนปลอมเนื่องจากไม่เจอปลอกกระสุน หลังเกิดเหตุได้ไปแจ้งความไว้ที่ สภ.บางบัวทอง ปรากฏว่าเป็นคนเดียวกันกับที่ก่อเหตุทําร้าย น.ส.ดวงดาว เจ้าของร้านนํ้าแข็ง
ด้าน พ.ต.อ.ธรรศกร ก้อนทอง ผกก.สภ.บางบัวทอง เปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนลงพื้นที่ตรวจสอบกล้องวงจรปิด ล่าสุดทราบตัวผู้ก่อเหตุแล้วอยู่ระหว่างรวบรวมหลักฐานขอศาลออกหมายจับ ส่วนกรณีที่ผู้ก่อเหตุอ้างรู้จักนักการเมืองท้องถิ่นนั้นใครๆก็อ้างได้ ทั้งนี้ตํารวจจะเร่งติดตามตัวมาดําเนินคดีตามกฎหมายคาดว่าจะได้ตัวเร็วๆ นี้