โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

"ดร.สุวิทย์" ชี้ ทำไมต้อง "ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์" นั่งบริหาร "กระทรวง อว."

สยามรัฐ

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

">

วันที่ 27ก.พ.2569 ดร. สุวิทย์ เมษินทรีย์ อดีตรมว. กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุกส่วนตัว "ดร. สุวิทย์ เมษินทรีย์ Dr. Suvit Maesincee" ระบุว่า

" ทำไมต้องยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ?

ผู้นำที่ประเทศไทยต้องการ เพื่อขับเคลื่อน Fourth Human Evolution ผ่านกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม

มนุษยชาติกำลังก้าวเข้าสู่จุดเปลี่ยนครั้งสำคัญ จากยุคเกษตรกรรม สู่อุตสาหกรรม สู่ดิจิทัล และวันนี้สู่ Fourth Human Evolution — ยุคที่ Technosphere ไม่ได้เป็นเพียง “เครื่องมือ” แต่กลายเป็น “โครงสร้างอำนาจ” ที่กำหนดเศรษฐกิจ สังคม และแม้แต่ความหมายของความเป็นมนุษย์

AI, Neurotechnology, Bioengineering, Quantum Computing และ Data Infrastructure กำลังเปลี่ยนวิธีคิด วิธีตัดสินใจ และสมดุลอำนาจของรัฐและตลาดอย่างเป็นระบบ คำถามของประเทศไทยจึงไม่ใช่ว่า จะใช้เทคโนโลยีอย่างไร แต่คือจะออกแบบ Technosphere ของตนเองอย่างไร เพื่อรักษาอธิปไตยและความสมดุลทางอารยธรรม

ในบริบทนี้ กระทรวง อว. จึงไม่ใช่ “กระทรวงงบวิจัย” หากคือ Strategic Core ของประเทศ

I. อว. คือคานงัดเชิงยุทธศาสตร์ของชาติ

ภายใต้กรอบ Four Civilizational Layers (อ่านรายละเอียดในบทความที่โพสต์ก่อนหน้า) กระทรวง อว. ทำหน้าที่กำกับ Technosphere ซึ่งเป็นระนาบที่เติบโตเร็วและส่งผลลึกที่สุดต่อประเทศ

Technosphere วันนี้กำหนด

• โครงสร้างเศรษฐกิจดิจิทัล

• ขีดความสามารถการแข่งขัน

• ความมั่นคงไซเบอร์

• ระบบข้อมูลข่าวสาร

• สมดุลอำนาจในสังคม

หากไร้ผู้นำที่มองเห็นภาพระบบ Technosphere จะเติบโตแบบไร้ทิศทาง และปะทะกับ Biosphere, Sociosphere และ Ecosphere อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

II. เหตุผลที่ ศ. ยศชนัน เหมาะสม

1) Systems Thinker มากกว่า Administrator

ในฐานะอดีตรองอธิการบดีฝ่ายวิจัยของมหาวิทยาลัยมหิดล ศ. ยศชนัน กำกับยุทธศาสตร์วิจัยทั้งระบบ ครอบคลุมคุณภาพ มาตรฐานสากล การจัดสรรทุน ความซื่อสัตย์ทางวิชาการ และการเชื่อมงานวิจัยสู่ภาคอุตสาหกรรม

ประเทศวันนี้ต้องการ Policy Integrator ที่เห็นความเชื่อมโยงระหว่าง

• AI กับแรงงาน

• งานวิจัยกับเศรษฐกิจจริง

• มหาวิทยาลัยกับความมั่นคง

• เทคโนโลยีกับคุณธรรม

ในยุคเปลี่ยนอารยธรรม เราต้องการ Integrator มากกว่า Bureaucrat

2) Tech Literacy เชิงสถาปัตยกรรม

การกำกับ AI และ Deep Tech ต้องการความเข้าใจเชิงโครงสร้างอย่างลึกซึ้ง ไม่ใช่เพียงเชิงนโยบายผิวเผิน

พื้นฐานด้าน Brain Engineering และ Neurotechnology — ที่เชื่อม Brain–Computer Interface, Neuro-modulation และ AI — ทำให้เห็นชัดว่าเทคโนโลยีกำลังแตะ “แก่นของความเป็นมนุษย์”

รัฐมนตรี อว. ต้องสามารถ

• สนทนากับนักวิจัยขั้นสูงได้

• เข้าใจ Data Ecosystem

• มองเห็นผลกระทบของ Algorithmic Governance

ความรู้เชิงสถาปัตยกรรมนี้คือเงื่อนไขขั้นต่ำของผู้นำ Technosphere

3) Moral Framing ของเทคโนโลยี

ประเทศไทยไม่ควรสุดโต่งระหว่าง Laissez-faire แบบ Silicon Valley กับ Authoritarian Tech Model

เราต้องการ Tech-Moral Path — เส้นทางที่ยอมรับพลังของเทคโนโลยี ควบคู่กับหลักคิดทางจริยธรรม

ผู้นำที่เข้าใจว่า AI ไม่ใช่แค่ Productivity Tool แต่คือโครงสร้างอำนาจ ย่อมเหมาะสมจะวางกรอบ Tech-Moral Discipline ให้ประเทศ

III. Strategic Agenda ที่ต้องมีผู้ “In Charge”

หากไทยจะขับเคลื่อน Fourth Human Evolution ในแบบของตนเอง รัฐมนตรี อว. ต้องทำหน้าที่เป็น Chief Architect of Thailand’s Tech-Moral Civilization

วาระเร่งด่วน ได้แก่

1. จัดทำ Thailand Tech-Moral Framework

2. วาง AI Oversight Architecture

3. ปรับ KPI มหาวิทยาลัยจาก paper-based เป็น impact-based

4. จัดสรรงบวิจัยตาม Four Civilizational Layers

5. สร้าง Human Augmentation Economy แทน AI Displacement Economy

วาระเหล่านี้ไม่ใช่ Incremental Reform แต่คือการ Re-architect ระบบทั้งโครงสร้าง

IV. หน้าต่างโอกาสของประเทศไทย

ประเทศไทยกำลังเผชิญสามความเสี่ยงใหญ่

• พึ่งพาเทคโนโลยีต่างชาติสูง

• มหาวิทยาลัยไม่เชื่อมเศรษฐกิจจริง

• การกำกับ AI ล่าช้า

หาก อว. ทำหน้าที่เพียง Funding Agency ประเทศอาจสูญหายไปอีกหนึ่งทศวรรษ แต่หากมองกระทรวงนี้เป็น Strategic Lever ไทยสามารถ Repositioning ตนเองเป็น Tech-Moral Hub ของ ASEAN

V. Beyond Minister — Toward Civilizational Leadership

รัฐมนตรีทั่วไปบริหารงบประมาณ แต่รัฐมนตรีในห้วงหัวเลี้ยวหัวต่ออารยธรรม ต้องบริหาร “ทิศทางของระบบ”

บทบาทของ ศ. ยศชนัน จึงไม่ควรถูกจำกัดที่ตำแหน่งบริหาร หากควรถูกยกระดับเป็นผู้ออกแบบสมดุล Technosphere ให้สอดประสานกับ

• Biosphere (ความมั่นคงพื้นฐาน)

• Sociosphere (ความเป็นธรรม)

• Ecosphere (ความยั่งยืน)

เพื่อวางรากฐานอารยธรรมเทคโนโลยีที่มีหลักการและยั่งยืน

บทสรุป

ในศตวรรษที่อธิปไตยไม่ได้วัดจากกำลังทหารเพียงอย่างเดียว แต่จากความสามารถในการกำกับ AI และ Deep Tech

ตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม คือ Chief Architect ของ Technosphere ไทย

คำถามจึงไม่ใช่ “ใครบริหารได้” แต่คือ “ใครออกแบบอนาคตเป็น”

หาก ศ. ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ได้รับความไว้วางใจ นี่ไม่ใช่เพียงการเปลี่ยนตัวบุคคล หากคือโอกาสในการ Reset ทิศทาง Technosphere ของชาติอย่างเป็นรูปธรรม"

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...