เปิดผลทดสอบ 20 ยี่ห้อ ‘อะแดปเตอร์ฟาสต์ชาร์จ’ พบ 14 แบรนด์จ่ายไฟไม่เต็มสเปก
ศูนย์ทดสอบฉลาดซื้อ มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค ร่วมเครือข่ายนักวิชาการ เปิดผลสุ่มตรวจอะแดปเตอร์ Fast Charging 20 ยี่ห้อ ราคา 199-790 บาท พบทุกตัวมีคุณสมบัติชาร์จเร็วตามที่ระบุ แต่กว่า 70% จ่ายกำลังไฟต่ำกว่าสเป็กเล็กน้อย ขณะที่ 3 รุ่นมีความร้อนสะสมเกิน 60 องศาเซลเซียส เสนอ สมอ.ยกระดับมาตรฐานบังคับ-ดันฉลากเบอร์ 5 คุมประสิทธิภาพพลังงาน คุ้มครองผู้บริโภคในตลาดออนไลน์แข่งขันเดือด
ศูนย์ทดสอบฉลาดซื้อ นิตยสารฉลาดซื้อ มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค และเครือข่ายนักวิชาการเพื่อผู้บริโภค ได้เปิดเผยผลทดสอบผลิตภัณฑ์ประเภทเครื่องจ่ายไฟฟ้าสำหรับโทรศัพท์เคลื่อนที่และแท็บเลต หรืออะแดปเตอร์ (Adaptor) ที่มีคุณสมบัติการชาร์จแบบเร็ว (Fast Charging : FC) โดยการสนับสนุนของสภาองค์กรของผู้บริโภค โดยการทดสอบครั้งนี้ เป็นการนำอะแดปเตอร์ฟาสต์ชาร์จ ที่มีสุ่มซื้อจากตลาดออนไลน์มาเพื่อตรวจสอบและทดสอบคุณสมบัติการชาร์จแบบเร็วของอะแดปเตอร์ชาร์จแบบเร็ว (Fast Charging Adapter) ตามที่ระบุบนผลิตภัณฑ์ เปรียบเทียบกับข้อมูลที่ใช้ในการโฆษณาตามสื่อออนไลน์ และเพื่อทดสอบอะแดปเตอร์ชาร์จแบบเร็ว (Fast Charging Adapter) ด้านกำลังไฟฟ้าสูงสุด และประสิทธิภาพพลังงาน และด้านความปลอดภัยตามมาตรฐาน มอก.62368 เล่ม 1-2563 โดยทำการสุ่มซื้อตัวอย่างจากท้องตลาด จำนวน 20 ยี่ห้อ ราคาต่อหน่วยอ้างอิงร้านตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการจากเว็บไซต์ตัวแทนจำหน่าย หรือแพลตฟอร์มร้านค้าออนไลน์ที่เป็นร้านตัวแทนจำหน่าย ข้อมูลสืบค้นในเดือนพฤศจิกายน 2568 ราคาระหว่าง 199-790 บาท ประกอบด้วยตัวอย่างจากยี่ห้อ 1.UGREEN 2.ANKER 3.Hoco 4.SAMSUNG 5.APPLE 6.AUKEY 7.ENYX 8.TITAN V 9.WHY Pixel 25W (GaN) 10.ALPHAX 11.GOOJODOQ (ไม่มียี่ห้อระบุบนผลิตภัณฑ์ และแพ็กเกจ) 12.Asaki 13.Hale 14.OPPO 15.Xiaomi 16.Qplus 17.TECHPRO 18.BLUE BOX 19.VOLTME 20.Choetech โดยสุ่มยี่ห้อละ 1 รุ่น (Model)
โสภณ หนูรัตน์ หัวหน้าฝ่ายคุ้มครองและพิทักษ์สิทธิผู้บริโภค สภาองค์กรของผู้บริโภค กล่าวถึงที่มาและความสำคัญของการทดสอบในครั้งนี้ว่า ปัจจุบันผลิตภัณฑ์ประเภทเครื่องจ่ายไฟฟ้าสำหรับโทรศัพท์เคลื่อนที่และแท็บเลต หรืออะแดปเตอร์ (Adaptor) ที่มีคุณสมบัติการชาร์จแบบเร็ว (Fast Charging : FC) มีการพัฒนาเทคโนโลยี ผู้ประกอบการแต่ละรายมีการแข่งขันพัฒนาสินค้าเพื่อตอบสนองต่อผู้บริโภค พบการโฆษณาอ้างถึงประสิทธิภาพความเร็วในการชาร์จ กำลังไฟฟ้าในการชาร์จ และการรองรับเทคโนโลยีหรือโพรโทคอลการชาร์จแบบเร็ว เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคและมีจำนวนที่หลากหลาย
เมื่อผู้บริโภคต้องการเลือกซื้อ การตรวจพิสูจน์คุณสมบัติเหล่านี้ของผลิตภัณฑ์ ผู้บริโภคไม่สามารถตรวจสอบได้โดยง่าย ฉะนั้น เพื่อให้ผู้บริโภคได้รับข้อมูลที่เพียงพอต่อการตัดสินใจเลือกซื้อผลิตภัณฑ์อะแดปเตอร์ชาร์จแบบเร็ว (Fast Charging Adapter) สภาผู้บริโภคจึงเห็นถึงความสำคัญของเรื่องนี้ ว่าควรมีการทดสอบเพื่อให้ข้อมูล และความรู้ความเข้าใจแก่ผู้บริโภค
ด้าน ผศ.เฉลิมเกียรติ จิระรุ่งเสถียร นักวิจัย ศูนย์เทคโนโลยีซ่อมบำรุงรักษา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี และเครือข่ายนักวิชาการเพื่อผู้บริโภค ศูนย์ทดสอบฉลาดซื้อ มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค กล่าวว่า การทดสอบอะแดปเตอร์ฟาสต์ชาร์จ จำนวน 20 ตัวอย่างครั้งนี้ ประกอบด้วย การตรวจสอบคุณลักษณะ Fast Charge การทดสอบวัดค่ากำลังจ่ายไฟสูงสุดตามคุณลักษณะเฉพาะของผู้ผลิต (Maximum Outlet Power : Max Watt) การทดสอบค่าประสิทธิภาพพลังงาน (Power Efficiency) และการวัดความร้อนสะสมบนผลิตภัณฑ์ (Thermal Guard) ขณะชาร์จ โดยผลทดสอบสรุปได้ดังนี้
1.ด้านการตรวจสอบคุณลักษณะ Fast Charge ของผลิตภัณฑ์ตัวอย่าง 20 ตัวอย่าง พบว่าผลิตภัณฑ์ตัวอย่างที่ทดสอบทั้งหมด มีคุณลักษณะ Fast Charge ตรงตามที่ระบุบนตัวผลิตภัณฑ์ และบนหีบห่อผลิตภัณฑ์ และเมื่อเปรียบเทียบกับข้อมูลจากการโฆษณาในสื่อออนไลน์ต่าง ๆ
2.ด้านการวัดค่ากำลังจ่ายไฟสูงสุดตามคุณลักษณะเฉพาะของผู้ผลิต (Max Watt) ทั้ง 20 ตัวอย่าง เมื่อเปรียบเทียบกับค่ากำลังจ่ายไฟสูงสุดที่ระบุบนผลิตภัณฑ์หรือหีบห่อแล้ว พบว่า
a.ได้ค่ากำลังจ่ายไฟสูงสุดจากการทดสอบ เท่ากับ ที่ระบุบนผลิตภัณฑ์ จำนวน 1 ตัวอย่าง
b.ได้ค่ากำลังจ่ายไฟสูงสุดจากการทดสอบ มากกว่า ที่ระบุบนผลิตภัณฑ์ จำนวน 4 ตัวอย่าง
c.ได้ค่ากำลังจ่ายไฟสูงสุดจากการทดสอบ น้อยกว่า ที่ระบุบนผลิตภัณฑ์ จำนวน 14 ตัวอย่าง
d.และพบว่ามี 1 ตัวอย่าง ยี่ห้อ OPPO ที่ไม่สามารถทำการทดสอบที่การจ่ายกำลังไฟสูงสุดได้ เนื่องจากข้อจำกัดเฉพาะของการเปิดคุณลักษณะ Fast Charge ที่เป็นระบบ Super VOOC ซึ่งเป็นคุณสมบัติเฉพาะของผลิตภัณฑ์
3.ด้านค่าประสิทธิภาพพลังงาน (Power Efficiency) พบว่า ผลิตภัณฑ์ตัวอย่าง 3 ลำดับแรก ที่มีค่าร้อยละประสิทธิภาพพลังงานสูงสุด จากทั้ง 20 ตัวอย่าง ได้แก่ ยี่ห้อ ASAKI รุ่น A-2434E (89.6%) AUKEY รุ่น PA-R1P (89.4%) และ VOLTME รุ่น Revo 30 (88.6%) ขณะที่ค่าประสิทธิภาพด้านพลังงานน้อยที่สุด คือ BLUE BOX รุ่น BB-WC01 ที่ 79.2%
4.ด้านผลการวัดความร้อนสะสมบนผลิตภัณฑ์ (Thermal Guard) ขณะชาร์จของผลิตภัณฑ์ทั้ง 20 ตัวอย่าง โดยพบว่า 3 อันดับที่มีความร้อนสะสมน้อยที่สุดในการชาร์จ 1 ชั่วโมง ได้แก่ APPLE/A3346 (45 องศาเซลเซียส) Xiaomi รุ่น MDY-15-EW (47.4 องศาเซลเซียส) และ ENYX รุ่น A-3X (50.1 องศาเซลเซียส) และพบว่ามี 3 ตัวอย่าง ที่มีความร้อนสะสมเกิน 60 องศาเซลเซียส คือ BLUE BOX รุ่น BB-WC01 (68.4 องศาเซลเซียส) Hoco รุ่น HC-CT-C76(WH) (62.8 องศาเซลเซียส) และ ALPHAX รุ่น ALC-GAN20W (62.8 องศาเซลเซียส) ซึ่งพบว่าตัวอย่าง BLUE BOX รุ่น BB-WC01 และ Hoco รุ่น HC-CT-C76 (WH) มีความร้อนสะสมที่ผิวเกิน 60 องศาเซลเซียส หลังจากชาร์จนาน 30 นาที
กล่าวโดยสรุปจากผลการทดสอบได้ว่า
– คุณลักษณะการชาร์จแบบเร็วที่ระบุบนตัวผลิตภัณฑ์ของทุกตัวอย่าง มีโพรโทคอลการชาร์จเป็นไปตามที่มีอยู่จริงของแต่ละตัวอย่าง
– รายละเอียดคุณลักษณะการชาร์จของทุกตัวอย่างที่โฆษณาตามสื่อ แม้มีการแสดงโพรโทคอลการชาร์จให้มีรายละเอียดจำนวนมาก แต่ก็ยังไม่เกินสเป็กการชาร์จที่ระบุบนอยู่ตัวผลิตภัณฑ์นั้น ๆ
– กำลังไฟฟ้าสูงสุด (Max Watt) ที่ระบุบนผลิตภัณฑ์ หรือหีบห่อ ใกล้เคียงตามกำลังไฟฟ้าที่ให้จริงได้ โดยส่วนมากมีการระบุความสามารถการจ่ายกำลังไฟฟ้าสูงสุดได้ มากกว่า กำลังไฟสูงสุดจริง เล็กน้อย ไม่เกิน 10%
– ผลิตภัณฑ์บางยี่ห้อมีการออกแบบให้มีคุณลักษณะการชาร์จแบบเร็วโดยเฉพาะที่จะสามารถชาร์จได้เต็มกำลัง และประสิทธิภาพสูงสุดเมื่อต่อชาร์จเข้ากับอุปกรณ์โทรศัพท์หรือแท็บเลตยี่ห้อเดียวกัน หรือต้องใช้สายต่อชาร์จเฉพาะรุ่นเท่านั้น เช่น OPPO และ Xiaomi เป็นต้น ซึ่งผลที่ได้จากการทดสอบผลิตภัณฑ์เหล่านี้จึงอยู่ภายใต้ข้อจำกัดในการทดสอบที่ระบุเป็นสำคัญ
– ค่าประสิทธิภาพกำลังไฟฟ้าสามารถบอกได้ถึงความสามารถในการจัดการพลังงานของหัวชาร์จที่ดีได้ และแปรผกผันกับความร้อนสะสมที่ผิวระหว่างการชาร์จ
ผศ.เฉลิมเกียรติกล่าวเสริมว่า “ขอเสนอให้ สมอ.ควรเฝ้าระวังหรือเข้มงวดกับมาตรฐานที่มีอยู่แล้ว ให้เป็นมาตรฐานบังคับเรื่องความปลอดภัยของความร้อนสะสม เสนอให้มีฉลากเบอร์ 5 ด้านประหยัดพลังงาน เพื่อคุ้มครองผู้บริโภคและการใช้พลังงานอย่างยั่งยืน”
ข้อเสนอเชิงนโยบาย
• เสนอให้มีมาตรฐานเฉพาะสำหรับหัวชาร์จแบบเร็วที่เป็นมาตรฐานบังคับ ในการรับรอง มอก.ควรแบ่งตามกำลังไฟที่ใช้กับอุปกรณ์ที่แตกต่างกัน เช่น 18 วัตต์ สำหรับการชาร์จทั่วไป, 18-65 วัตต์ สำหรับชาร์จเร็ว, 65 วัตต์ขึ้นไปใช้กับแท็บเลต
• เสนอให้กระทรวงพลังงาน สามารถนำข้อมูลค่าประสิทธิภาพพลังงาน (%Efficiency) เพื่ออ้างอิงกำหนดเกณฑ์การให้ฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 ได้
• ควรมีการให้ความรู้เบื้องต้นในการอ่านฉลากสินค้ากลุ่มสินค้าประเภท อะแดปเตอร์ชาร์จไฟ เพื่อจะได้เลือกซื้อได้อย่างถูกต้องและเข้าใจ มากกว่าการเทียบจำนวนฟังก์ชั่นการชาร์จตามโฆษณา
• สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) ควรเร่งให้ความรู้กับภาคประชาชนเพื่อให้ประชาชนเกิดความรู้ ความเข้าใจต่อมาตรฐานประเภทต่าง ๆ ของก่อนเลือกซื้ออะแดปเตอร์ Fast Charge อีกทั้งควรประสานร่วมมือกับภาคผู้ผลิตให้มีการจัดทำข้อมูล เพื่อสื่อสารให้ผู้บริโภคเข้าใจได้ง่ายและชัดเจน
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เปิดผลทดสอบ 20 ยี่ห้อ ‘อะแดปเตอร์ฟาสต์ชาร์จ’ พบ 14 แบรนด์จ่ายไฟไม่เต็มสเปก
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net