เสรีพิศุทธ์ ร้องผู้ตรวจการแผ่นดิน สอบ อนุทิน ผิดจริยธรรมร้ายแรง ตั้ง ธรรมนัส เป็น รมต.
วันนี้ (27 ก.พ. 2569) ที่สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ศูนย์ราชการ แจ้งวัฒนะ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ยื่นคำร้องขอให้พิจารณาและเสนอเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญ กรณีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีได้แต่งตั้ง ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เป็นรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์นั้นเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรงหรือไม่
พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์เปิดเผยว่า ตนเองกับนายอนุทินรู้จักกันเพราะตนเองเป็น สส.ตั้งแต่ปี 2562 นายอนุทินก็ยังเคยมาเยี่ยมที่บ้าน พอมาถึงช่วงเลือกตั้งเห็นว่าไปกันใหญ่ คิดจะรวบประเทศ สว.ต้องเป็นของตนเองทั้งหมด เพราะมีอำนาจเลือกองค์กรอิสระ การเลือกตั้งครั้งนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของการซื้อสิทธิขายเสียง แต่มีการโยกย้ายข้าราชการเพื่อมาช่วยดูแลเรื่องการเลือกตั้ง
ตนเองไม่เคยสนับสนุน ร.อ.ธรรมนัส เพียงแต่บอกว่าคบกับ ร.อ.ธรรมนัสยังง่ายกว่า ไม่เคยบอกว่าเขาเป็นคนดีหรือซื่อสัตย์ การร้องครั้งนี้เป็นเพราะต้องการรัฐบาลที่ดีมาปกครอง ดังนั้น สส.ต้องเลือกคนดี ควบคุมคนไม่ดีไม่ให้มีอำนาจ พร้อมยืนยันว่าไม่ได้คิดเข้าร่วมรัฐบาลพรรคภูมิใจไทย พรรคภูมิใจไทยนำพรรคตนเองไปรวม ไม่ได้บอกกล่าวและไม่ได้ยินดีด้วย แต่ที่เอาไปก็เป็นเพราะแผนจะไม่เอา ร.อ.ธรรมนัส
แล้วจะเอาผมไปได้ยังไง ผมจะปราบโกง ผมรู้ว่าคุณโกง ผมจะไปอยู่ร่วมได้ยังไง ผมไม่เหมือนรังษี พรรครังษีจะปราบโกง จะออกกฎหมายแก้โกงประหารชีวิต ยังไม่ทันไรเลย ไปมอบตัวกับเขาแล้ว
พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าวว่า ขอให้ข้อคิดกับนักการเมือง 500 คน คนมีตั้งแต่เลวมาก เลวที่สุด เลว เลวน้อย ดี ดีน้อย ดีที่สุด จะเลือกใครจะให้เลวที่สุดมาปกครองหรือ ก็ต้องกันออกไป จะเอาคนนอกมาเป็นรัฐมนตรีไม่ได้กฎหมายไม่ให้ เอาเทวดามาเป็นกฎหมายก็ไม่ให้ รัฐธรรมนูญไม่ได้บอกให้พรรคที่ได้คะแนนเสียงมากที่สุดเป็นนายกฯ จึงขอให้ยกย่องคนดี เหตุใดพรรคเพื่อไทยถึงยอมศิโรราบตามที่พรรคภูมิใจไทยบอกว่าไม่เอานายสมศักดิ์ เทพสุทิน และนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ทั้งที่คนในพรรคภูมิใจไทยสกปรกกว่า ดังนั้นอย่าให้คนโกงที่สุดเข้ามา ส่วนตัวสนับสนุนให้พรรคประชาชน พรรคกล้าธรรม และพรรคประชาธิปัตย์เสนอชื่อนายกฯ เพราะอยากให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์เป็นนายกฯ ดูมีความประพฤติดี แต่คงสู้ตนเองไม่ได้ หากพรรคประชาธิปัตย์ได้ 25 เสียงก็เชียร์ให้สู้
ส่วนกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญเคยวินิจฉัยว่า ร.อ.ธรรมนัสสามารถดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีได้ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์กล่าวว่า คำวินิจฉัยดังกล่าวไม่ได้ชี้ว่า ร.อ.ธรรมนัสไม่มีความผิด เพียงแต่คดีเกิดขึ้นในต่างประเทศ โดยเป็นคำพิพากษาของศาลออสเตรเลีย ไม่ใช่ศาลไทย จึงเห็นว่ายังเป็นประเด็นด้านคุณธรรมและจริยธรรมที่นายอนุทินต้องรับผิดชอบต่อการแต่งตั้งดังกล่าว
เมื่อถามว่าเป็นการฟ้องแก้เกี้ยวหรือไม่เพราะมาร้องล่าช้า พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์กล่าวว่า ร้องเมื่อไรก็ได้ ตอนนี้ยังรักษาการอยู่ ผู้รักษาการมีอำนาจหน้าที่ ตนเองเคยรับราชการตนเองรู้ดี และนายอนุทินก็ยังอยู่ในตำแหน่ง ไปเจรจากับต่างประเทศก็ไปในฐานะนายกฯ
เมื่อถามว่าที่มาร้องช่วงที่มีการตั้งรัฐบาลเพราะไม่อยากเห็นทั้งสองคนอยู่ในรัฐบาลใช่หรือไม่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์กล่าวว่า ไม่ได้ไม่อยากเห็น แต่ไม่อยากให้คนชั่วมาปกครอง และส่วนตัวอยากเห็นรัฐบาลเหมือนที่ในหลวง ร.9 ตรัสไว้ อยากได้คนดีมาปกครอง
ส่วนกรณีที่ กกต.แจ้งความประชาชนและสื่อมวลชนถือว่าใช้ไม่ได้ อยู่ดี ๆ 17 วันรีบประกาศทำไม เขาให้เวลาตั้ง 60 วัน ควรจัดการให้ชัด ๆ ให้บริสุทธิ์ยุติธรรม ดังนั้นตนเองก็มีสิทธิคิดว่าการกระทำของ กกต.เอื้อนายอนุทินให้จัดตั้งรัฐบาลหรือไม่ ดังนั้นการเลือกตั้งก็ควรจะสุจริตและเที่ยงธรรม แต่การเลือกตั้งนี้กลิ่นคาวฉาวโฉ่ทุกบัตร ซึ่งการที่ประชาชนบอกให้นับใหม่มันผิดตรงไหนเพื่อให้มันชัวร์ สื่อมวลชนก็ไม่ได้ทำเพื่อประโยชน์ตัวเองแต่ทำเพื่อพี่น้องประชาชน ดังนั้นการไปฟ้องแบบนี้กระทำไปเพื่ออะไร
เมื่อถามถึงกรณีที่นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรี ออกมาบอกว่านายอนุทินถูกร้องเรื่องการแต่งตั้ง ร.อ.ธรรมนัส เมื่อพ้นตำแหน่งไปแล้วก็ไม่มีปัญหานั้น พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์กล่าวว่า ฟังไม่ได้ พยานไม่เป็นกลาง เอียงไปหมด ลองให้ไปดูว่าเดินตรงหรือไม่ และนายบวรศักดิ์เป็นรองนายกฯ ก็คงจะต้องตอบแทนหน่อย ทั้งนี้หากมีการรับรอง สส.บัญชีรายชื่อมาเมื่อไรแล้วยังไม่เคลียร์ ตนเองก็จะดำเนินคดีกับนายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต.
ผู้สื่อข่าวนครบาล รายงาน