โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธนกร บุกเหมืองทองอัครา! ชูโมเดล แร่ยุทธศาสตร์ ป้อนอุตสาหกรรมอีวี

NATIONTV

อัพเดต 10 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา

27 กุมภาพันธ์ 2569นายธนกร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า วันนี้ ได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการดำเนินงานของ บริษัท อัครา รีซอร์สเซส จำกัด (มหาชน) ภายหลังยุติข้อพิพาท โดยเน้นย้ำเรื่องของการก้าวข้ามความขัดแย้ง และเดินหน้าอุตสาหกรรมแร่ไทยด้วยมาตรฐานสูงสุด ทั้งนี้ ยังกำชับให้ดำเนินกิจการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด คุมเข้มสิ่งแวดล้อม ดูแลสุขภาพประชาชน และยกระดับสู่มาตรฐาน ESG ด้วยเทคโนโลยีที่ตรวจสอบได้ด้วย

นายธนกร กล่าวอีกว่า ได้มอบหมายให้กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ เร่งจัดทำฐานข้อมูลแร่ยุทธศาสตร์ของประเทศ รวมทั้งพัฒนาระบบติดตามคุณภาพสิ่งแวดล้อมแบบดิจิทัลครอบคลุมเหมืองหลัก และสร้างกลไกพัฒนาชุมชนรอบเหมืองที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ เนื่องจากโลกกำลังเข้าสู่ยุคพลังงานสะอาด แร่คือวัตถุดิบสำคัญของอุตสาหกรรมแบตเตอรี่ ยานยนต์ไฟฟ้า โซลาร์เซลล์ และดิจิทัล ดังนั้น กระทรวงฯ จะเร่งจัดทำแผนแม่บทบริหารจัดการแร่ฉบับใหม่ให้มีเป้าหมายที่ชัดเจน วัดผลได้ และเพิ่มมูลค่าในประเทศ

“นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ให้นโยบายว่า เป้าหมายต้องไม่ใช่แค่ทำเหมือง แต่ต้องทำให้แร่ไทยเป็นฐานรากของอุตสาหกรรมอนาคต สร้างความมั่นคงวัตถุดิบ และยกระดับขีดความสามารถแข่งขันของประเทศ”รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าว

ด้านนายเชิดศักดิ์ อรรถอารุณ ผู้จัดการทั่วไป ฝ่ายความยั่งยืนขององค์กร บริษัท อัครา รีซอร์สเซส จำกัด (มหาชน) ได้นำเสนอภาพรวมการดำเนินงานของอัคราว่า สามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้แก่ประเทศรวมกว่า 7.7 พันล้านบาทต่อปี สร้างการจ้างงานในพื้นที่กว่า 1 พันตำแหน่ง ซึ่งเกือบร้อยละ 90 เป็นคนในพื้นที่รอบเหมือง ดังนั้น อัคราจึงเป็นรากฐานสำคัญของเศรษฐกิจชุมชน

นอกจากนี้ ยังมีการดำเนินงานด้านชุมชนสัมพันธ์ที่เข้มข้น เพื่อสร้างความเข้าใจที่ดีและความเชื่อมั่นในเรื่องการทำเหมืองผ่านกิจกรรมและโครงการต่าง ๆ ผ่านการมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง

ขณะที่ นายอดิทัต วะสีนนท์ อธิบดีกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ (กพร.) กล่าวว่า นโยบายในการยกระดับอุตสาหกรรมแร่จากการเป็นเพียงทรัพยากรต้นน้ำไปสู่การเป็นวัตถุดิบสำคัญต่อความมั่นคงทางอุตสาหกรรมของประเทศ เป็นแนวทางที่ กพร. พร้อมขับเคลื่อนผ่านการปรับบทบาทองค์กรจากผู้กำกับดูแลไปสู่การเป็นผู้บริหารจัดการทรัพยากรเชิงยุทธศาสตร์ ที่ใช้ข้อมูลและองค์ความรู้เป็นฐานในการตัดสินใจ ควบคู่กันนั้น กพร. ได้พัฒนาแนวทาง Smart Mining – Smart DPIM โดยนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาสนับสนุนการกำกับดูแลและติดตามผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ความโปร่งใส และการสื่อสารกับสาธารณชน

นายอดิทัต กล่าวต่อว่า สำหรับแผนแม่บทการบริหารจัดการแร่ ฉบับที่ 3 ซึ่งอยู่ระหว่างการจัดทำเพื่อให้มีผลบังคับใช้ในต้นปี 2571 กพร. เตรียมผลักดันให้นำกระบวนการประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ (SEA) มาใช้เพื่อบูรณาการมิติเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมอย่างรอบด้าน มุ่งสู่การสร้างความสมดุลเชิงพื้นที่ ลดความขัดแย้ง และส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในกระบวนการกำหนดทิศทางการพัฒนา รวมทั้งจะให้ความสำคัญกับการพัฒนาระบบข้อมูลแร่เชิงยุทธศาสตร์ (Mineral Intelligence) เพื่อยกระดับการคาดการณ์แนวโน้มความต้องการแร่ในอนาคต สนับสนุนการลงทุนในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง และเสริมความมั่นคงด้านวัตถุดิบของประเทศด้วย

“การลงพื้นที่ของรัฐมนตรีในครั้งนี้ สะท้อนความมุ่งมั่นของกระทรวงอุตสาหกรรม และ กพร. ในการยกระดับอุตสาหกรรมแร่ไทยสู่มิติใหม่ ที่ผสานการบริหารจัดการเชิงยุทธศาสตร์ เทคโนโลยีสมัยใหม่ และความรับผิดชอบต่อสังคม เพื่อสร้างความมั่นคงทางวัตถุดิบและความยั่งยืนให้กับประเทศในระยะยาว” นายอดิทัต กล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...