เทียบหมัดต่อหมัด ปากีสถาน vs อัฟกานิสถาน ใครมีศักยภาพการรบมากกว่ากัน?
เปิดฉากอย่างเป็นทางการสำหรับความขัดแย้งปากีสถาน-อัฟกานิสถาน หลังในเช้าวันนี้ (27 กุมภาพันธ์) ควาจา อาซิฟ (Khawaja Asif) รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมปากีสถานประกาศว่า ประเทศกำลังทำสงครามอย่างเปิดเผยกับอัฟกานิสถาน โดยกล่าวหาว่า ตาลีบันเป็นแหล่งรวมกลุ่มก่อการร้ายที่ส่งออกไปทั่วโลก และลิดรอนสิทธิมนุษยชนของประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มผู้หญิง
เชห์บาซ ชารีฟ นายกรัฐมนตรีปากีสถานกล่าวว่า กองทัพมีขีดความสามารถรับมือกับสถานการณ์ โดยจะไม่มีการผ่อนปรนใดๆ เพื่อการปกป้องมาตุภูมิ และการกระทำรุกรานจากอัฟกานิสถานจะได้รับการตอบโต้ที่เหมาะสม ขณะที่โฆษกรัฐบาลตาลีบันระบุผ่าน BBC ว่า จะตอบโต้หากอัฟกานิสถานถูกโจมตี แต่จะไม่เป็นฝ่ายเริ่มใช้กำลังก่อน
อนึ่ง นักวิเคราะห์และผู้เชี่ยวชาญทางการทหารให้สัมภาษณ์กับ BBC Urdu ว่า มีความเป็นไปได้น้อยที่กลุ่มตาลีบันจะปฏิบัติการทำสงครามตามปกติ (Conventional War) เพราะศักยภาพทางการทหารที่ต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ
กล่าวคือ กองทัพปากีสถานมีความแข็งแกร่งติดอันดับที่ 15 ของโลก และครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ ขณะที่ฝ่ายตาลีบันไม่มีทรัพยากรทางทหารในระดับทัดเทียม และยังเผชิญข้อจำกัดทางเศรษฐกิจภายในประเทศ
ขณะที่รายงานจาก International Institute for Strategic Studies ที่สรุปโดย Reuters ได้ชี้ให้เห็นว่า ปากีสถานมีศักยภาพในการรบอย่างเต็มกำลัง ทั้งมีกำลังพลและอาวุธยุทโธปกรณ์ทันสมัยมากกว่า ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากจีน อีกทั้งยังมีอาวุธนิวเคลียร์ที่สามารถใช้เป็นแต้มต่อ หากความขัดแย้งบานปลายได้
อย่างไรก็ดี จุดแข็งของตาลีบันที่ลืมไม่ได้ คือ ประสบการณ์ยาวนานในการทำสงครามกองโจร โดยผู้เชี่ยวชาญระบุผ่าน BBC ว่า หลายครั้งตาลีบันรบกับปากีสถานด้วยการใช้ยุทธวิธีกองโจร คือ โจมตีฉับพลัน และวางระเบิดแสวงเครื่องริมถนน
ภาพประกอบ: กันยกร กาญจนวิไล
อ้างอิง: