ส้มโอขาวใหญ่ เริ่มวิกฤตราคาดิ่งเหลือ 20 บาท ชาวสวนร้องรัฐเร่งสกัดสวมสิทธิ์
นายมนัส บุญพยุง กำนันตำบลบางสะแก อำเภอบางคนที จังหวัดสมุทรสงคราม เปิดเผยว่า ราคาส้มโอปีนี้ตกต่ำสุดในรอบหลายปี ส่วนหนึ่งเกิดจากปริมาณผลผลิตที่ทยอยออกตลอดทั้งปี ทำให้เกิดแรงกดดันด้านราคา แม้จังหวัดจะจัดงานเทศกาลส้มโอไปแล้วเพื่อกระตุ้นตลาดเมื่อต้นเดือนกุมภาพันธ์ แต่ราคาก็ยังไม่ฟื้นตัว สะท้อนการเปลี่ยนแปลงกลไกตลาดที่พึ่งพาการส่งออกไปยังประเทศจีนเป็นหลัก ส่งผลให้อำนาจต่อรองอยู่ที่ผู้ซื้อปลายทาง ประกอบกับภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อที่ชะลอตัว ยิ่งซ้ำเติมสถานการณ์
ขณะเดียวกัน ยังมีผลผลิตทั้งที่แก่คาต้นและค้างในล้งรวมกันอีกนับร้อยตัน แม้ส้มโอจะสามารถอยู่คาต้นได้นานและให้รสชาติดี แต่ราคากลับไม่สอดคล้องกับคุณภาพ สาเหตุหนึ่งมาจากการขยายพื้นที่ปลูก เช่น ตำบลบางสะแก เพิ่มจากราว 3,000 ไร่ เป็นกว่า 4,000 ไร่ภายใน 5 ปี จากแรงจูงใจด้านราคาที่เคยสูงถึง 60-80 บาทต่อกิโลกรัม ส่งผลให้ปริมาณผลผลิตเพิ่มขึ้นต่อเนื่องและเกิดภาวะล้นตลาดในบางช่วง
อีกประเด็นสำคัญที่ชาวสวนเรียกร้องให้เร่งตรวจสอบ คือการลักลอบนำส้มโอนอกพื้นที่มาสวมสิทธิ์เป็นส้มโอขาวใหญ่ GI สมุทรสงคราม ทำให้สินค้า GI สูญเสียความน่าเชื่อถือ โดยเฉพาะส้มโอคละหรือ “ส้มโอไร่” ที่มีต้นทุนต่ำ เมื่อนำมาจำหน่ายปะปนหรือส่งออกในตลาดเดียวกัน ส่งผลให้ส้มโอคุณภาพจากแหล่งดั้งเดิมถูกกดราคาและกระทบภาพลักษณ์สินค้า เช่นเดียวกับกรณีมะพร้าวน้ำหอมที่เคยประสบปัญหาสวมสิทธิ์มาก่อน
ด้านนายเชาว์ เปรมสุขดี อายุ 66 ปี เจ้าของ “ล้งส้มโอปีใหม่ไ หมู่ 1 ตำบลบางสะแก ระบุว่า ราคาส้มโอที่ถูกลงเกิดจากหลายปัจจัย ทั้งกำลังซื้อในประเทศ ภาวะการตลาด และคำสั่งซื้อจากต่างประเทศ โดยเฉพาะตลาดจีนซึ่งเป็นตลาดหลัก หากผลผลิตมีขนาดรูปทรงและค่าความหวานได้มาตรฐานก็ยังส่งออกได้ แต่เมื่อปริมาณมากเกินความต้องการ ราคาจะถูกกดลงทันที ปัจจุบันบางช่วงราคาต่ำสุดเหลือเพียง 10-20 บาทต่อกิโลกรัมก็มี ต่ำกว่าต้นทุนที่เหมาะสมซึ่งราคาควรจะไม่ต่ำกว่า 30 บาท
แม้ช่วงกุมภาพันธ์ถึงเมษายนโดยปกติราคาส้มโอจะขยับขึ้นตามจังหวะของผลผลิตและการส่งออก แต่ปีนี้คาดว่าจะฟื้นตัวเพียงเล็กน้อยเท่านั้น โอกาสกลับไปแตะระดับโลละ 40-50 บาทคงเป็นไปได้ยาก จึงเสนอภาครัฐควรเร่งตรวจสอบเส้นทางการค้า ควบคุมการใช้ตรา GI อย่างเข้มงวด และกระจายตลาดทั้งในและต่างประเทศ พร้อมผลักดันการท่องเที่ยวสวนผลไม้เชิงคุณภาพ เพื่อรักษารายได้เกษตรกรและภาพลักษณ์ผลไม้ GI ของสมุทรสงครามให้ยั่งยืนในระยะยาวต่อไป ส่วนล้งของตนนั้นจะส่งคนงานออกไปตัดส้มโอตามสวนเอง ไม่รับซื้อส้มโอที่นำมาส่งให้เพราะทำให้ไม่ทราบแหล่งที่มา