ถอดบทเรียนความกล้าหาญ! ฮีโร่วัย 13 ว่ายน้ำ 4 กม.ช่วยชีวิตครอบครัว
เจ้าหนูออสติน กับคุณแม่และน้องอีกสองคน ออกไปพายเรือคายัคและแพดเดิลบอร์ด แต่หลังจากนั้นไม่นานเรื่องไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น เมื่อทะเลเริ่มมีคลื่นลูกใหญ่ก่อตัวขึ้นจนทำให้บอร์ดพลิกคว่ำ น้ำไหลเข้าเต็มเรือคายัค ในขณะที่พวกเขาถูกกระแสน้ำลากออกไปไกลในมหาสมุทร
ในสถานการณ์ที่สุ่มเสี่ยงระหว่างความเป็นความตาย เจ้าหนูชาวออสซี่ ต้องตัดสินใจเพื่อช่วยตัวเองและครอบครัวให้รอดจากอันตรายในครั้งนี้ และเขาต้องทำยังไง นี่คือทักษะที่ทุกๆ คนควรเรียนรู้จากเด็กน้อยที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ
อายุ 13 ปีตัดสินใจอย่างมุ่งมั่น
ออสติน ในวัย 13 ปี เข้าใจความรู้สึกของ โจแอนด์ คุณแม่ที่ขอให้เขากลับไปที่ฝั่งเพื่อไปขอความช่วยเหลือ เพราะเข้าใจว่าผู้ให้กำเนิดไม่สามารถทิ้งลูกๆ ทั้งหมดอยู่เพียงลำพังบนเรือ และนั่นทำให้เขามีความฮึกเหิมพร้อมแบกรับความหวังของครอบครัว เพื่อฟันผ่าอุปสรรคที่กำลังรออยู่ข้างหน้าอย่างไม่หวาดหวั่น โดยเขาพายเรือคายัค ในขณะที่แม่กับน้องๆ เกาะแพดเดิลบอร์ด ลอยคออยู่กลางทะเล
สถานการณ์ไม่เอื้ออำนวยแต่มีสติดี
การพายเรือคายัคไม่ใช่ปัญหาสำหรับ ออสติน เพราะเขามีทักษะในเรื่องนี้พอสมควร แถมยังแข็งแรงที่สุดในบ้านเพราะเป็นลูกชายคนโต นั่นทำให้เจ้าตัวมีแรงมากพอที่จะทำภารกิจนี้ แต่สถานการณ์มันไม่เป็นไปอย่างที่คาดคิดเมื่อเขาต้องพายเรือฝ่าคลื่นลมแรงอยู่นานกว่า 2 ชั่วโมง แต่เรือกลับพลิกคว่ำซ้ำแล้วซ้ำเล่า แถมน้ำเริ่มซึมเข้าเรือ ทำให้ต้องตัดสินใจทิ้งเรือ และต้องอาศัยกำลังของตัวเองไปให้ถึงจุดหมายให้ได้
ใช้ทักษะว่ายน้ำทั้งหมดที่มี, ทิ้งสัมภาระที่ไม่จำเป็น
ตอนแรก ออสติน สวมเสื้อชูชีพเพื่อจะได้ช่วยประคองตัวในขณะว่ายน้ำ แต่ดูเหมือนมันจะเป็นภาระนั่นทำให้เขาเลือกที่จะเสี่ยงด้วยการถอดมันออกไปในช่วง 2 ชั่วโมงหลัง เพราะยิ่งใส่ชูชีพยิ่งทำให้เขาว่ายน้ำลำบากขึ้นเรื่อยๆ จากนั้นก็ใช้ทักษะว่ายน้ำที่ร่ำเรียนมาทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นการว่ายท่ากรรเชียง, ท่ากบ และท่าฟรีสไตล์ สลับกันต่อเนื่อง พร้อมสู้กับคลื่นทะเลที่แสนรุนแรง และน้ำที่เย็นจัด แถมพื้นที่ดังกล่าวยังเพิ่งมีรายงานว่าพบฉลามเมื่อไม่นานมานี้ด้วย
คิดเชิงบวกจนบรรลุภารกิจแรก
ออสติน ใช้เวลาทั้งหมด 4 ชั่วโมง โดยว่ายน้ำเป็นระยะทางมากกว่า 4 กิโลเมตร ซึ่งในขณะที่อยู่ในทะเลอันเคว้งคว้างว่างเปล่าสิ่งที่เขาทำได้ก็คือการคิดในเรื่องเชิงบวก คิดถึงครอบครัว คิดถึงเพื่อนๆ และคิดถึงเรื่องสนุก แถมมีบางช่วงร้องเพลงธีมการ์ตูน "Thomas the Tank Engine" ไปด้วย นั่นเป็นกำลังใจเดียวที่ทำให้เจ้าตัวฟันผ่าอุปสรรค และอันตรายต่างๆ ได้ จนในที่สุดก็สามารถว่ายน้ำมาถึงชายฝั่งสำเร็จ แต่ภารกิจยังไม่จบเพราะเขาต้องฝืนร่างกายวิ่งอีกราวๆ 2 กิโลเมตรไปเอาโทรศัพท์ของแม่และโทรแจ้งเหตุฉุกเฉิน เพื่อให้ไปช่วยเหลือครอบครัวของเขา จากนั้นภาพก็ตัดและถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล
เก็บรายละเอียดครบทำให้ทีมกู้ภัยทำงานได้รวดเร็ว
ก่อนภาพตัด สิ่งที่ ออสติน ทำนั่นก็คือการใช้ไหวพริบและความชัดเจนในการอธิบายตำแหน่งที่คุณแม่และน้องทั้งสองคนอยู่ ทำให้ทีมกู้ภัยสามารถระบุตำแหน่งครอบครัวของเขาที่ลอยอยู่กลางทะเลได้ สุดท้าย แม่และน้องๆ ก็ได้รับการช่วยเหลืออย่างปลอดภัย
วีรกรรม "เหนือมนุษย์" มาจากความรักครอบครัว
พอล เบรสแลนด์ อาสาสมัครกู้ภัยทางน้ำ แสดงความเห็นในเรื่องนี้ว่าการว่ายน้ำไกลราวๆ 4 กิโลเมตร และอยู่ในน้ำนานถึง 4 ชั่วโมง สำหรับเด็กวัย 13 ปีเป็นเรื่องที่ทั้งเสี่ยงและอันตรายมากๆ แต่ด้วยความรักที่เขามีให้กับครอบครัว นั่นจึงเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้ ออสติน สามารถฟันผ่าอุปสรรคจนในที่สุดก็สามารถช่วยชีวิตแม่และน้องๆ ได้สำเร็จ พร้อมกับยกย่องวีรกรรมของเจ้าหนูรายนี้ว่า "เหนือมนุษย์" อย่างแท้จริง
บทเรียนของ ออสติน แอปเปิ้ลบี เป็นการแสดงให้เห็นแล้วว่า ความกล้าหาญ, การมีสติ, วางแผนอย่างรอบคอบ, ใช้ทักษะที่เรียนรู้ให้เต็มที่ และที่สำคัญความมุ่งมั่นเพื่อคนที่รัก จะสามารถนำพาให้คุณและคนที่รักรอดจากวิกฤติได้
ที่สำคัญบทเรียนของเจ้าหนูวัย 13 ปีคนนี้สามารถนำไปใช้ได้กับทุกๆ สถานการณ์