โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ถอดบทเรียนความกล้าหาญ! ฮีโร่วัย 13 ว่ายน้ำ 4 กม.ช่วยชีวิตครอบครัว

SIAMSPORT

เผยแพร่ 20 ชั่วโมงที่ผ่านมา
บางครั้งชีวิตก็ต้องใช้การตัดสินใจที่กล้าหาญและเด็ดขาดเพื่อเอาตัวเองให้รอดพ้นจากสถานการณ์วิกฤติ เหมือนกับที่ ออสติน แอปเปิ้ลบี หนุ่มน้อยชาวออสเตรเลีย ที่ใช้ทั้งสติ, ทักษะ, สมรรถภาพร่างกาย ในการช่วยชีวิตครอบครัวที่ติดค้างอยู่กลางทะเล!!

เจ้าหนูออสติน กับคุณแม่และน้องอีกสองคน ออกไปพายเรือคายัคและแพดเดิลบอร์ด แต่หลังจากนั้นไม่นานเรื่องไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น เมื่อทะเลเริ่มมีคลื่นลูกใหญ่ก่อตัวขึ้นจนทำให้บอร์ดพลิกคว่ำ น้ำไหลเข้าเต็มเรือคายัค ในขณะที่พวกเขาถูกกระแสน้ำลากออกไปไกลในมหาสมุทร

ในสถานการณ์ที่สุ่มเสี่ยงระหว่างความเป็นความตาย เจ้าหนูชาวออสซี่ ต้องตัดสินใจเพื่อช่วยตัวเองและครอบครัวให้รอดจากอันตรายในครั้งนี้ และเขาต้องทำยังไง นี่คือทักษะที่ทุกๆ คนควรเรียนรู้จากเด็กน้อยที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ

อายุ 13 ปีตัดสินใจอย่างมุ่งมั่น

ออสติน ในวัย 13 ปี เข้าใจความรู้สึกของ โจแอนด์ คุณแม่ที่ขอให้เขากลับไปที่ฝั่งเพื่อไปขอความช่วยเหลือ เพราะเข้าใจว่าผู้ให้กำเนิดไม่สามารถทิ้งลูกๆ ทั้งหมดอยู่เพียงลำพังบนเรือ และนั่นทำให้เขามีความฮึกเหิมพร้อมแบกรับความหวังของครอบครัว เพื่อฟันผ่าอุปสรรคที่กำลังรออยู่ข้างหน้าอย่างไม่หวาดหวั่น โดยเขาพายเรือคายัค ในขณะที่แม่กับน้องๆ เกาะแพดเดิลบอร์ด ลอยคออยู่กลางทะเล

สถานการณ์ไม่เอื้ออำนวยแต่มีสติดี

การพายเรือคายัคไม่ใช่ปัญหาสำหรับ ออสติน เพราะเขามีทักษะในเรื่องนี้พอสมควร แถมยังแข็งแรงที่สุดในบ้านเพราะเป็นลูกชายคนโต นั่นทำให้เจ้าตัวมีแรงมากพอที่จะทำภารกิจนี้ แต่สถานการณ์มันไม่เป็นไปอย่างที่คาดคิดเมื่อเขาต้องพายเรือฝ่าคลื่นลมแรงอยู่นานกว่า 2 ชั่วโมง แต่เรือกลับพลิกคว่ำซ้ำแล้วซ้ำเล่า แถมน้ำเริ่มซึมเข้าเรือ ทำให้ต้องตัดสินใจทิ้งเรือ และต้องอาศัยกำลังของตัวเองไปให้ถึงจุดหมายให้ได้

ใช้ทักษะว่ายน้ำทั้งหมดที่มี, ทิ้งสัมภาระที่ไม่จำเป็น

ตอนแรก ออสติน สวมเสื้อชูชีพเพื่อจะได้ช่วยประคองตัวในขณะว่ายน้ำ แต่ดูเหมือนมันจะเป็นภาระนั่นทำให้เขาเลือกที่จะเสี่ยงด้วยการถอดมันออกไปในช่วง 2 ชั่วโมงหลัง เพราะยิ่งใส่ชูชีพยิ่งทำให้เขาว่ายน้ำลำบากขึ้นเรื่อยๆ จากนั้นก็ใช้ทักษะว่ายน้ำที่ร่ำเรียนมาทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นการว่ายท่ากรรเชียง, ท่ากบ และท่าฟรีสไตล์ สลับกันต่อเนื่อง พร้อมสู้กับคลื่นทะเลที่แสนรุนแรง และน้ำที่เย็นจัด แถมพื้นที่ดังกล่าวยังเพิ่งมีรายงานว่าพบฉลามเมื่อไม่นานมานี้ด้วย

คิดเชิงบวกจนบรรลุภารกิจแรก

ออสติน ใช้เวลาทั้งหมด 4 ชั่วโมง โดยว่ายน้ำเป็นระยะทางมากกว่า 4 กิโลเมตร ซึ่งในขณะที่อยู่ในทะเลอันเคว้งคว้างว่างเปล่าสิ่งที่เขาทำได้ก็คือการคิดในเรื่องเชิงบวก คิดถึงครอบครัว คิดถึงเพื่อนๆ และคิดถึงเรื่องสนุก แถมมีบางช่วงร้องเพลงธีมการ์ตูน "Thomas the Tank Engine" ไปด้วย นั่นเป็นกำลังใจเดียวที่ทำให้เจ้าตัวฟันผ่าอุปสรรค และอันตรายต่างๆ ได้ จนในที่สุดก็สามารถว่ายน้ำมาถึงชายฝั่งสำเร็จ แต่ภารกิจยังไม่จบเพราะเขาต้องฝืนร่างกายวิ่งอีกราวๆ 2 กิโลเมตรไปเอาโทรศัพท์ของแม่และโทรแจ้งเหตุฉุกเฉิน เพื่อให้ไปช่วยเหลือครอบครัวของเขา จากนั้นภาพก็ตัดและถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล

เก็บรายละเอียดครบทำให้ทีมกู้ภัยทำงานได้รวดเร็ว

ก่อนภาพตัด สิ่งที่ ออสติน ทำนั่นก็คือการใช้ไหวพริบและความชัดเจนในการอธิบายตำแหน่งที่คุณแม่และน้องทั้งสองคนอยู่ ทำให้ทีมกู้ภัยสามารถระบุตำแหน่งครอบครัวของเขาที่ลอยอยู่กลางทะเลได้ สุดท้าย แม่และน้องๆ ก็ได้รับการช่วยเหลืออย่างปลอดภัย

วีรกรรม "เหนือมนุษย์" มาจากความรักครอบครัว

พอล เบรสแลนด์ อาสาสมัครกู้ภัยทางน้ำ แสดงความเห็นในเรื่องนี้ว่าการว่ายน้ำไกลราวๆ 4 กิโลเมตร และอยู่ในน้ำนานถึง 4 ชั่วโมง สำหรับเด็กวัย 13 ปีเป็นเรื่องที่ทั้งเสี่ยงและอันตรายมากๆ แต่ด้วยความรักที่เขามีให้กับครอบครัว นั่นจึงเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้ ออสติน สามารถฟันผ่าอุปสรรคจนในที่สุดก็สามารถช่วยชีวิตแม่และน้องๆ ได้สำเร็จ พร้อมกับยกย่องวีรกรรมของเจ้าหนูรายนี้ว่า "เหนือมนุษย์" อย่างแท้จริง

บทเรียนของ ออสติน แอปเปิ้ลบี เป็นการแสดงให้เห็นแล้วว่า ความกล้าหาญ, การมีสติ, วางแผนอย่างรอบคอบ, ใช้ทักษะที่เรียนรู้ให้เต็มที่ และที่สำคัญความมุ่งมั่นเพื่อคนที่รัก จะสามารถนำพาให้คุณและคนที่รักรอดจากวิกฤติได้

ที่สำคัญบทเรียนของเจ้าหนูวัย 13 ปีคนนี้สามารถนำไปใช้ได้กับทุกๆ สถานการณ์

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...