ฮือฮา "แม่ทัพกุ้ง" เข้ารับปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ ม.วงษ์ชวลิตกุลก่อนร่วมวง "บูม" นักศึกษา สนุกสุดเหวี่ยง
วันที่ 17 มี.ค. 2569 ที่หอประชุมวงษ์ชวลิตกุล มหาวิทยาลัยวงษ์ชวลิตกุล ได้จัดพิธีประสาทปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษา ประจำปีการศึกษา 2567 โดยมี นายแพทย์วิชัย ขัตติยวิทยากุล นายกสภามหาวิทยาลัยวงษ์ชวลิตกุล เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ณัฐวัฒม์ วงษ์ชวลิตกุล อธิการบดี คณะผู้บริหาร และคณาจารย์ เข้าร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรง ท่ามกลางบรรยากาศแห่งความปลื้มปีติของบัณฑิตใหม่จาก 8 คณะวิชา รวมทั้งสิ้น 690 คน
บรรยากาศในงานปีนี้เต็มไปด้วยสีสันและความคึกคักเป็นพิเศษ เมื่อ พลเอก บุญสิน พาดกลาง หรือ "แม่ทัพกุ้ง" ได้เดินทางมาร่วมงานในโอกาสที่มหาวิทยาลัยมีมติมอบปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาการจัดการ เพื่อเชิดชูเกียรติในฐานะผู้ทรงคุณูปการและเป็นแบบอย่างที่ดีแก่สังคม โดย พลเอก บุญสิน ได้เปิดเผยความรู้สึกว่า "รู้สึกภาคภูมิใจและเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ทางมหาวิทยาลัยได้มอบปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ให้ในวันนี้ รวมถึงดีใจที่ได้มีโอกาสมาพบปะและร่วมยินดีกับเหล่าน้องๆ บัณฑิตใหม่ทุกคน" ไฮไลท์สำคัญที่เรียกเสียงฮือฮาไปทั่วบริเวณงาน คือ ช่วงเวลาที่พลเอก บุญสิน ได้เข้าไปร่วมสนุกกับกลุ่มนักศึกษาและ "ทีมบูมวงษ์ชวลิตกุล" โดยท่านได้ร่วมเต้นและทำท่าทางประกอบการบูมอย่างเป็นกันเองและสนุกสนาน ซึ่งท่านกล่าวถึงช่วงเวลานี้ด้วยรอยยิ้มว่า "รู้สึกดีใจและมีความสุขมากที่ได้ร่วมกิจกรรมกับน้องๆ อยากให้ทุกคนตั้งใจเรียนและเติบโตไปเป็นกำลังสำคัญของชาติ" นอกจากนี้ พลเอก บุญสิน ยังได้ฝากข้อคิดถึงเยาวชนและบัณฑิตใหม่ทุกคน ให้ยึดมั่นในคุณธรรมและการเป็นคนดีของสังคม โดยเน้นย้ำให้ "ตั้งใจเรียน เป็นลูกที่ดีของพ่อแม่ เชื่อมั่นในครูบาอาจารย์ เคารพผู้อาวุโส และที่สำคัญที่สุดคือการยึดมั่นในสถาบันหลักของชาติ ได้แก่ ชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ เพื่อที่จะได้เติบโตไปเป็นบุคลากรที่มีคุณภาพและช่วยพัฒนาประเทศชาติต่อไปในอนาคต"
สำหรับพิธีประสาทปริญญาบัตร ประจำปีการศึกษา 2567 นี้ มีผู้สำเร็จการศึกษาแบ่งเป็น ปริญญาดุษฎีบัณฑิต 14 คน ปริญญามหาบัณฑิต 125 คน ประกาศนียบัตรบัณฑิต 146 คน และปริญญาบัณฑิต 405 คน ซึ่งความสำเร็จในครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของมหาวิทยาลัยวงษ์ชวลิตกุลในการผลิตบัณฑิตที่มีคุณภาพ มีความรู้คู่คุณธรรม พร้อมก้าวออกไปรับใช้สังคมและประเทศชาติอย่างภาคภูมิ.