“นิด้าโพล” เผยคนเชียงใหม่เทใจให้ “เท้ง” นั่งนายกฯ “ประชาชน”นำลิ่วทิ้งห่าง “เพื่อไทย”
เมื่อวันที่ 18 ม.ค.ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลการสำรวจเรื่อง “เลือกตั้ง 69 ของคนเชียงใหม่” ซึ่งดำเนินการสำรวจระหว่างวันที่ 9–14 มกราคม 2569 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป และมีสิทธิเลือกตั้งในจังหวัดเชียงใหม่ กระจายทุกระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้ รวมทั้งสิ้นจำนวน 1,067 หน่วยตัวอย่าง โดยการสำรวจอาศัยการสุ่มตัวอย่างโดยใช้ความน่าจะเป็นจากบัญชีรายชื่อฐานข้อมูลตัวอย่างหลัก (Master Sample) ของนิด้าโพล ใช้วิธีสุ่มตัวอย่างแบบหลายขั้นตอน (Multi-stage Sampling) เก็บข้อมูลด้วยวิธีการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ กำหนดค่าความคลาดเคลื่อนไม่เกิน 0.05 ที่ระดับความเชื่อมั่นร้อยละ 95.0
จากการสำรวจ เมื่อถามถึงบุคคลที่คนเชียงใหม่จะสนับสนุนให้เป็นนายกรัฐมนตรีในวันนี้ พบว่า อันดับ 1 ร้อยละ 31.40 ระบุว่าเป็นนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ จากพรรคประชาชน อันดับ 2 ร้อยละ 19.40 ระบุว่าเป็นนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ จากพรรคเพื่อไทย อันดับ 3 ร้อยละ 15.65 ระบุว่าเป็นนายอนุทิน ชาญวีรกูล จากพรรคภูมิใจไทย อันดับ 4 ร้อยละ 12.09 ระบุว่ายังหาคนที่เหมาะสมไม่ได้ อันดับ 5 ร้อยละ 4.12 ระบุว่าเป็นนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จากพรรคประชาธิปัตย์ อันดับ 6 ร้อยละ 3.66 ระบุว่าเป็นพลเอกรังษี กิติญาณทรัพย์ จากพรรคเศรษฐกิจ อันดับ 7 ร้อยละ 3.19 ระบุว่าเป็นนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ จากพรรคเพื่อไทย อันดับ 8 ร้อยละ 2.53 ระบุว่าเป็นคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ จากพรรคไทยสร้างไทย อันดับ 9 ร้อยละ 1.78 ระบุว่าเป็นนางสาวศิริกัญญา ตันสกุล จากพรรคประชาชน อันดับ 10 ร้อยละ 1.03 ระบุว่าเป็นดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ จากพรรคไทยก้าวใหม่ และร้อยละ 5.15 ระบุอื่น ๆ ได้แก่ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค พลตำรวจเอกเสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า นายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร นางสาวกชพร เวโรจน์ นายจตุพร บุรุษพัฒน์ นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม นายกรณ์ จาติกวณิช นายกัณวีร์ สืบแสง นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว นายชวน หลีกภัย นายแพทย์ไกร ดาบธรรม นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ และไม่ประสงค์ลงคะแนน (Vote No)
สำหรับแนวโน้มการเลือกสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้งของคนเชียงใหม่ พบว่า ร้อยละ 37.39 ระบุว่าจะเลือกพรรคประชาชน ร้อยละ 31.68 ระบุว่าจะเลือกพรรคเพื่อไทย ร้อยละ 13.50 ระบุว่าจะเลือกพรรคภูมิใจไทย ร้อยละ 5.15 ระบุว่ายังไม่ตัดสินใจ ร้อยละ 4.03 ระบุว่าจะเลือกพรรคประชาธิปัตย์ ร้อยละ 2.81 ระบุว่าจะเลือกพรรคเศรษฐกิจ ร้อยละ 1.69 ระบุว่าจะเลือกพรรคไทยสร้างไทย และร้อยละ 3.75 ระบุอื่น ๆ ได้แก่ พรรคกล้าธรรม พรรคไทยก้าวใหม่ พรรครวมไทยสร้างชาติ พรรคเสรีรวมไทย พรรคโอกาสใหม่ พรรคก้าวอิสระ พรรคไทยภักดี พรรคพลวัต และไม่ประสงค์ลงคะแนน
ขณะที่แนวโน้มการเลือกสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พบว่า ร้อยละ 37.39 ระบุว่าจะเลือกพรรคประชาชน ร้อยละ 30.08 ระบุว่าจะเลือกพรรคเพื่อไทย ร้อยละ 14.06 ระบุว่าจะเลือกพรรคภูมิใจไทย ร้อยละ 5.25 ระบุว่ายังไม่ตัดสินใจ ร้อยละ 3.85 ระบุว่าจะเลือกพรรคประชาธิปัตย์ ร้อยละ 3.09 ระบุว่าจะเลือกพรรคเศรษฐกิจ ร้อยละ 1.69 ระบุว่าจะเลือกพรรคไทยสร้างไทย ร้อยละ 1.31 ระบุว่าจะเลือกพรรครวมไทยสร้างชาติ ร้อยละ 1.03 ระบุว่าจะเลือกพรรคไทยก้าวใหม่ ร้อยละ 1.88 ระบุอื่น ๆ ได้แก่ พรรคกล้าธรรม พรรคเสรีรวมไทย พรรคก้าวอิสระ พรรคโอกาสใหม่ พรรคไทยภักดี พรรคปวงชนไทย พรรคพลวัต พรรคพลังประชารัฐ และไม่ประสงค์ลงคะแนน และร้อยละ 0.37 ระบุว่าไม่ตอบหรือไม่สนใจ
เมื่อพิจารณาลักษณะทั่วไปของกลุ่มตัวอย่าง พบว่ากลุ่มตัวอย่างทั้งหมดมีภูมิลำเนาตามทะเบียนบ้านอยู่ในจังหวัดเชียงใหม่ โดยร้อยละ 46.95 เป็นเพศชาย และร้อยละ 53.05 เป็นเพศหญิง กลุ่มอายุ 18–25 ปี ร้อยละ 10.03 อายุ 26–35 ปี ร้อยละ 17.71 อายุ 36–45 ปี ร้อยละ 17.62 อายุ 46–59 ปี ร้อยละ 23.15 และอายุ 60 ปีขึ้นไป ร้อยละ 31.49 ส่วนใหญ่นับถือศาสนาพุทธ ร้อยละ 97.28 นับถือศาสนาอิสลาม ร้อยละ 0.09 และนับถือศาสนาคริสต์และศาสนาอื่น ๆ ร้อยละ 2.63 ด้านสถานภาพ ร้อยละ 35.33 เป็นโสด ร้อยละ 62.23 สมรส และร้อยละ 2.44 หม้าย หย่าร้าง หรือแยกกันอยู่
ด้านระดับการศึกษา พบว่าร้อยละ 1.69 ไม่ได้รับการศึกษา ร้อยละ 24.74 จบการศึกษาระดับประถมศึกษา ร้อยละ 28.40 จบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาหรือเทียบเท่า ร้อยละ 9.08 จบการศึกษาระดับอนุปริญญาหรือเทียบเท่า ร้อยละ 30.37 จบการศึกษาระดับปริญญาตรีหรือเทียบเท่า และร้อยละ 5.72 จบการศึกษาสูงกว่าปริญญาตรี ขณะที่ด้านอาชีพ ร้อยละ 8.15 เป็นข้าราชการ ลูกจ้าง หรือพนักงานรัฐวิสาหกิจ ร้อยละ 16.12 เป็นพนักงานเอกชน ร้อยละ 22.21 เป็นเจ้าของธุรกิจหรืออาชีพอิสระ ร้อยละ 10.97 เป็นเกษตรกรหรือประมง ร้อยละ 18.84 เป็นผู้ใช้แรงงานหรือรับจ้างทั่วไป ร้อยละ 19.40 เป็นพ่อบ้าน แม่บ้าน ผู้เกษียณอายุ หรือว่างงาน และร้อยละ 4.31 เป็นนักเรียนหรือนักศึกษา
ในด้านรายได้ พบว่าร้อยละ 19.97 ไม่มีรายได้ ร้อยละ 4.40 มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือนไม่เกิน 5,000 บาท ร้อยละ 18.93 มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือน 5,001–10,000 บาท ร้อยละ 30.18 มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือน 10,001–20,000 บาท ร้อยละ 10.50 มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือน 20,001–30,000 บาท ร้อยละ 4.12 มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือน 30,001–40,000 บาท ร้อยละ 2.72 มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือน 40,001–50,000 บาท ร้อยละ 1.84 มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือนมากกว่า 50,000 บาทขึ้นไป และร้อยละ 7.12 ไม่ระบุรายได้