โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

แบงก์ชาติ ออกกฎคุมเทรดทอง แก้บาทแข็ง ไม่หวั่นสหรัฐขึ้นบัญชี 'ปท.เฝ้าระวัง'

MATICHON ONLINE

อัพเดต 7 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 7 ชั่วโมงที่ผ่านมา

‘แบงก์ชาติ’ออกกฎคุม’เทรดทอง’แก้บาทแข็ง ไม่หวั่นสหรัฐขึ้นบัญชี ‘ปท.เฝ้าระวัง’

เมื่อวันที่ 30 มกราคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ออกประกาศเจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน เรื่อง การกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนเงิน (ฉบับที่ 37) เมื่อวันที่ 29 มกราคม 2569 อาศัยอำนาจตามความในข้อ 3 แห่งประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง การควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน ลงวันที่ 31 มีนาคม พ.ศ.2547 และที่แก้ไขเพิ่มเติม เจ้าพนักงานออกประกาศไว้

1.ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นข้อ 47/5 ของภาค 9 การซื้อ ขายทองคำ ของประกาศเจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน เรื่อง การกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนเงิน ลงวันที่ 31 มีนาคม พ.ศ.2547

ข้อ 47/5 การซื้อหรือขายทองคำในประเทศผ่านระบบให้บริการทางอิเล็กทรอนิกส์ที่กระทำนอกศูนย์ซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้า ให้ผู้ซื้อหรือขายที่เป็นผู้ให้บริการซื้อขายทองคำผ่านระบบดังกล่าวถือปฏิบัติ

ดังนี้ (1) กรณีการซื้อหรือขายทองคำที่มีการชำระหรือรับชำระเงินเป็นสกุลเงินบาทให้ดำเนินการดังนี้ (ก) ให้ซื้อหรือขายทองคำกับผู้ทำธุรกรรมได้ โดยมูลค่ารวมของธุรกรรมด้านซื้อหรือด้านขายแต่ละด้านต้องไม่เกิน 50 ล้านบาทต่อวันต่อรายผู้ทำธุรกรรมต่อระบบให้บริการทางอิเล็กทรอนิกส์

(ข) ให้ซื้อหรือขายทองคำกับผู้ทำธุรกรรมเกินกว่า 50 ล้านบาทต่อวันต่อราย ผู้ทำธุรกรรมต่อระบบให้บริการทางอิเล็กทรอนิกส์ โดยยื่นคำขอต่อเจ้าพนักงานตามแบบและรายการเอกสารที่กำหนดไว้ในเว็บไซต์ของธนาคารแห่งประเทศไทยก่อนดำเนินการ โดยเจ้าพนักงานอาจเรียกเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมได้ ทั้งนี้ เจ้าพนักงานจะพิจารณาอนุญาตตามความจำเป็นและเหมาะสม โดยเจ้าพนักงานอาจกำหนดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขเพิ่มเติมประกอบการอนุญาตด้วย

(ค) กรณีการซื้อทองคำให้ทำได้เฉพาะกับผู้ขายที่มีทองคำอยู่ในบัญชีซื้อขายทองคำของตนและชำระค่าทองคำเต็มจำนวนแล้ว

(ง) ให้ตรวจสอบการซื้อหรือขายทองคำก่อนทำธุรกรรมกับผู้ซื้อหรือผู้ขายทองคำและดูแลให้การทำธุรกรรมของบุคคลดังกล่าวต้องเป็นการทำธุรกรรมเพื่อตนเองเท่านั้น โดยต้องไม่ทำธุรกรรมหากมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าธุรกรรมดังกล่าวกระทำขึ้นเพื่อหลีกเลี่ยงหรือสนับสนุนให้เกิดการหลีกเลี่ยงการปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง

(จ) ให้ชำระหรือรับชำระเงินค่าทองคำแก่ผู้ขายหรือจากผู้ซื้อผ่านระบบชำระเงินด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ของบุคคลดังกล่าวเท่านั้น และให้ชำระหรือรับชำระเงินเต็มจำนวน โดยไม่สามารถหักกลบและรับหรือจ่ายส่วนต่างได้

(ฉ) ให้ส่งมอบทองคำที่ขายให้แก่ผู้ซื้อ หรือบันทึกมูลค่าทองคำที่ขายในบัญชีซื้อขายทองคำของผู้ซื้อเท่านั้น

(2) กรณีการซื้อหรือขายทองคำที่มีการชำระหรือรับชำระเป็นสกุลเงินตราต่างประเทศให้ทำได้โดยถือปฏิบัติตามที่กำหนดไว้ใน (1) (ค) ถึง (ฉ) โดยอนุโลม ในกรณีที่มีเหตุจำเป็นอันสมควรทำให้ไม่สามารถปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด ตาม (1) (ค) ถึง (ฉ) และ (2) ให้ผู้ซื้อหรือขายที่เป็นผู้ให้บริการซื้อขายทองคำผ่านระบบให้บริการทางอิเล็กทรอนิกส์ยื่นคำขอผ่อนผันต่อเจ้าพนักงาน ทั้งนี้ เจ้าพนักงานจะพิจารณาอนุญาตตามความจำเป็นและเหมาะสม และอาจกำหนดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขเพิ่มเติมตามที่เห็นสมควรได้

ในการทำธุรกรรมตามวรรคหนึ่ง ให้ผู้ซื้อหรือขายทองคำต้องไม่ทำธุรกรรมเพื่อบุคคลอื่นหรือเพื่อหลีกเลี่ยงหรือสนับสนุนให้เกิดการหลีกเลี่ยงการปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมการแลกเปลี่ยนเงินที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ ความในวรรคหนึ่งไม่ให้ใช้บังคับกับการซื้อหรือขายทองคำที่ทำกับผู้ให้บริการซื้อหรือขายทองคำรายอื่น หรือผู้ผลิตสินค้าที่เกี่ยวข้องกับทองคำ หรือการซื้อทองคำผ่านระบบให้บริการทางอิเล็กทรอนิกส์ที่ให้บริการขายทองคำเพียงด้านเดียว

2.ให้ผู้ที่มีมูลค่าทองคำในบัญชีซื้อขายทองคำของตนเกินกว่า 50 ล้านบาท อยู่ก่อนวันที่ 31 มกราคม พ.ศ.2569 สามารถขายทองคำดังกล่าวให้แก่ผู้ซื้อที่เป็นผู้ให้บริการซื้อขายทองคำผ่านระบบให้บริการทางอิเล็กทรอนิกส์ โดยไม่จำกัดวงเงินการซื้อขายทองคำตามข้อ 1 และ 3.ประกาศฉบับนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม พ.ศ.2569 เป็นต้นไป

ขณะที่กระทรวงการคลัง สหรัฐอเมริกา ได้ประกาศเพิ่มไทยเข้า “บัญชีเฝ้าระวัง” (monitoring list) ของประเทศที่ต้องได้รับการติดตามอย่างใกล้ชิด เนื่องจากไทยมีการขยายตัวของดุลบัญชีเดินสะพัด และยังมีดุลการค้าเกินดุลกับสหรัฐ

ทั้งนี้ เกณฑ์ในการพิจารณาว่าประเทศใดต้องอยู่ในบัญชีเฝ้าระวังดังกล่าวของสหรัฐมี 3 ข้อ คือ 1.ได้ดุลการค้าเกินดุลกับสหรัฐอย่างน้อย 15,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ 2.มีดุลบัญชีเดินสะพัดทั่วโลกเกินดุลอย่างน้อยร้อยละ 3 ของจีดีพี และ 3.มีการเข้าซื้อเงินตราต่างประเทศสุทธิอย่างต่อเนื่องและในทิศทางเดียว ซึ่งมีมูลค่ารวมสูงถึงร้อยละ 2 ของจีดีพี ซึ่งทำให้ถูกมองว่าเป็นการแทรกแซงค่าเงิน โดยในส่วนของไทยพบว่าเข้าข่าย 2 ใน 3 ข้อ จึงถูกเพิ่มเข้าไปในบัญชีเฝ้าระวังโดยอัตโนมัติ

คำประกาศดังกล่าว ทำให้ไทยกลายเป็นรายชื่อที่ 10 ที่อยู่ในบัญชีเฝ้าระวังของกระทรวงการคลัง สหรัฐ ร่วมกับประเทศและเขตเศรษฐกิจอื่นๆ ซึ่งมีจีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ไต้หวัน สิงคโปร์ เวียดนาม เยอรมนี ไอร์แลนด์ และสวิตเซอร์แลนด์ อยู่ในรายชื่อก่อนหน้านี้

กระทรวงการคลัง สหสรัฐ ระบุว่า กำลังเสริมความเข้มงวดในการตรวจสอบแนวปฏิบัติด้านอัตราแลกเปลี่ยนของประเทศต่างๆ รวมถึงการแทรกแซงตลาดเงินเพื่อรับมือการอ่อนค่าและการแข็งค่าของสกุลเงินเมื่อเทียบกับเงินดอลลาร์สหรัฐ แต่ไม่ได้มีการกล่าวหาคู่ค้ารายสำคัญรายใดว่ามีการบิดเบือนค่าเงิน

โดยในรายงานอัตราแลกเปลี่ยนค่าเงินประจำครึ่งปีฉบับล่าสุด กระทรวงการคลัง สหรัฐ ระบุว่า ในช่วงครึ่งหลังของปี 2024 และ 6 เดือนแรกของปี 2025 ยังไม่มีคู่ค้ารายใหญ่รายใดเข้าเกณฑ์ครบทั้ง 3 ข้อ ที่จะต้องถูกสถานะไปเป็นการวิเคราะห์เชิงลึกเป็นพิเศษเกี่ยวกับแนวปฏิบัติด้านอัตราแลกเปลี่ยน

โดยปกติ รายงานฉบับนี้จะมุ่งเน้นไปที่ว่าประเทศต่างๆ มีการแทรกแซงค่าเงินในลักษณะทางเดียว หรือมีการบิดเบือนอื่นใด เพื่อสกัดการแข็งค่าของสกุลเงินเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ เพื่อรักษาราคาสินค้าที่ส่งออกให้ยังคงแข่งขันได้ในตลาดหรือไม่

กระทรวงการคลัง สหรัฐ ยังระบุว่า ในอนาคตจะติดตามในวงกว้างมากขึ้น โดยจะติดตามดูพฤติกรรมทั้ง 2 ด้านของการแทรกแซงค่าเงินของประเทศต่างๆ ทั้งในช่วงที่เงินอ่อนค่าและแข็งค่าไปพร้อมๆ กัน สำหรับประเทศที่อยู่ในบัญชีเฝ้าระวัง จะมีการวิเคราะห์ด้วยว่า นโยบายอื่นๆ ของรัฐ มีอิทธิพลต่อตลาดอัตราแลกเปลี่ยนหรือไม่ เช่น การควบคุมเงินทุน มาตรการควบคุมเสถียรภาพทางการเงินระดับมหภาค หรือการใช้เครื่องมือการลงทุนของรัฐหรือกองทุนบำเหน็จบำนาญ

ขณะที่ น.ส.ชญาวดี ชัยอนันต์ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายองค์กรสัมพันธ์ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า แนวโน้มไตรมาส 1/2569 ธุรกิจผลิตและส่งออกยังขยายตัวได้ การท่องเที่ยวเติบโตตามนักท่องเที่ยวกลุ่มระยะไกลที่เข้ามาเที่ยวไทยมากขึ้น แต่ต้องติดตามผลกระทบการแข็งค่าของเงินบาท

น.ส.ชญาวดี กล่าวถึงการกำกับธุรกรรมทองคำบนแพลตฟอร์มออนไลน์ ว่า ทองคำเป็นสินทรัพย์ที่มีธุรกรรมการซื้อขายเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ปริมาณการซื้อขายสูงใกล้เคียงกับการลงทุนในหุ้น และมีบางช่วงที่มากกว่าลงทุนในหุ้นด้วย ทำให้การทำธุรกรรมเงินตราต่างประเทศของบริษัททองคำจึงถือเป็นหนึ่งในแรงกดดันหลัก ที่ทำให้เงินบาทแข็งค่าขึ้นในช่วงที่ผ่านมา จึงมีการดำเนินนโยบายที่เกี่ยวกับธุรกรรมทองคำ เน้นตรงจุด เพิ่มความโปร่งใส และไม่ส่งผลกระทบวงกว้าง

โดยจะกำกับดูแลการซื้อขายทองคำออนไลน์ ได้แก่ 1.กำหนดวงเงินซื้อขายทองคำสกุลเงินบาทบนแพลตฟอร์มออนไลน์ ที่มีสัดส่วน 35% ในการซื้อขายรวม โดยวงเงินการซื้อขายไม่เกิน 50 ล้านบาทต่อคนต่อวันต่อแพลตฟอร์ม แต่ลูกค้าที่มีทองคำในมือมากกว่า 50 ล้านบาท ณ สิ้นวันที่ 30 มกราคม 2569 ไม่ต้องรีบขาย และ 2.ยกระดับมาตรฐานการทำธุรกรรมซื้อขายทองคำผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ ผ่านการกำหนดเงื่อนไข รายงานข้อมูลการทำธุรกรรมภาพรวมและธุรกรรมที่มีนัยสำคัญเพิ่มเติม

“เงื่อนไขหลักๆ ที่กำหนดเพื่อดูแลซื้อขายทองคำผ่านออนไลน์ ต้องห้ามใช้บัญชีบุคคลอื่น ในการรับจ่ายเงิน ชำระด้วยวิธีทางอิเล็กทรอนิกส์เท่านั้น ห้ามรับจ่ายด้วยเงินสด ชำระเงินเต็มจำนวน ห้ามรับจ่ายเฉพาะส่วนต่าง รับมอบทองคำด้วยตนเองเท่านั้น และไม่สามารถโอนทองคำให้แก่ผู้อื่น รวมถึงต้องมีทองคำที่ชำระแล้วในแพลตฟอร์ม จึงจะสั่งขายทองคำได้ ห้ามซอร์ตเซลหรือขายแบบไม่ได้มีของถือครองจริง รวมถึงกำหนดให้ร้านทองรายงานข้อมูลสำคัญ อาทิ ภาพรวมมูลค่าการซื้อขายรายวัน หรือที่มีปริมาณสูง และการรับมอบทองคำที่ซื้อจากแพลตฟอร์มออนไลน์” น.ส.ชญาวดี กล่าว

น.ส.ชญาวดี กล่าวว่า ส่วนกรณีไทยถูกสหรัฐขึ้นบัญชีให้อยู่ในกลุ่มเฝ้าระวังประเทศปั่นค่าเงิน หรือ Monitoring List นั้น ไทยเข้าข่าย 2 ข้อ คือ การเกินดุลการค้า และการเกินดุลบัญชีเดินสะพัด จากทั้งหมด 3 ข้อ จึงถูกจัดไว้ในลิสต์เฝ้าระวัง แต่ยังมีพันธมิตรทางการค้าอื่นๆ อีก 9 ประเทศที่ถูกจับตาในลักษณะเดียวกัน โดยถือว่าไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะไทยเคยอยู่ในบัญชีนี้มาก่อนแล้ว และที่ผ่านมาก็ได้มีการประสานงานและแลกเปลี่ยนข้อมูลกับ US Treasury อย่างต่อเนื่อง รวมถึงมองว่าไม่ได้เป็นข้อจำกัดในการดูแลค่าเงินบาทหรือมีผลกระทบเป็นอุปสรรคต่อการดำเนินนโยบาย เพราะมีประสบการณ์ในการรับมือกับสถานการณ์เช่นนี้มาแล้ว ซึ่ง ธปท.มีแนวทางหลักในการดูแลค่าเงินเน้นลดความผันผวน ดูแลทั้งบาทแข็งค่าและอ่อนค่า ไม่ได้แทรกแซงเพื่อกำหนดทิศทางไปด้านใดด้านหนึ่งเพียงอย่างเดียว

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : แบงก์ชาติ ออกกฎคุมเทรดทอง แก้บาทแข็ง ไม่หวั่นสหรัฐขึ้นบัญชี ‘ปท.เฝ้าระวัง’

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...