“ศาลฎีกาสหรัฐ” วินิจฉัยให้ยกเลิกมาตรการภาษีนำเข้าทั่วโลกของทรัมป์ ชี้ใช้อำนาจเกินขอบเขต
"ศาลฎีกาสหรัฐ" มีคำวินิจฉัยให้ยกเลิกมาตรการภาษีนำเข้าทั่วโลกของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ชี้ใช้อำนาจเกินขอบเขต แต่ไม่ชี้ขาดสิทธิ์คืนภาษีนำเข้าที่ถูกเรียกเก็บไปแล้ว ปล่อยศาลชั้นต้นพิจารณาต่อ
วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 22.02 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่าศาลฎีกาสหรัฐมีคำวินิจฉัยให้ยกเลิกมาตรการภาษีนำเข้าทั่วโลกของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งถือเป็นนโยบายเศรษฐกิจเรือธงของเขา นับเป็นความพ่ายแพ้ทางกฎหมายครั้งใหญ่ที่สุดของทรัมป์นับตั้งแต่กลับเข้าสู่ทำเนียบขาว
ศาล ระบุว่า ทรัมป์ใช้อำนาจเกินขอบเขตที่กฎหมายให้อำนาจไว้ โดยอาศัยกฎหมายว่าด้วยอำนาจฉุกเฉินของรัฐบาลกลางเพื่อกำหนดภาษีตอบโต้ (reciprocal tariffs) ต่อประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก รวมถึงการเก็บภาษีนำเข้าเฉพาะสินค้าบางประเภท ซึ่งรัฐบาลอ้างว่าเป็นมาตรการรับมือกับปัญหาการลักลอบค้ายาเฟนทานิล
ทั้งนี้ศาลฎีกาสหรัฐยังไม่ได้วินิจฉัยในประเด็นว่า ผู้นำเข้าสินค้าจะมีสิทธิ์ได้รับเงินคืนจากภาษีนำเข้าที่ถูกเรียกเก็บไปแล้วมากน้อยเพียงใด โดยปล่อยให้ศาลชั้นต้นเป็นผู้พิจารณาในรายละเอียดต่อไป อย่างไรก็ตามหากเปิดทางให้มีการคืนเงินเต็มจำนวน มูลค่าการคืนภาษีอาจสูงถึง 170,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งมากกว่าครึ่งหนึ่งของรายได้ที่รัฐบาลทรัมป์เคยจัดเก็บจากมาตรการภาษีดังกล่าว
ผู้พิพากษาเบรตต์ คาวานอห์ ซึ่งลงมติไม่เห็นด้วย ระบุว่า กระบวนการคืนเงินภาษีน่าจะกลายเป็นความยุ่งเหยิงครั้งใหญ่ ตามที่มีการยอมรับกันแล้วในระหว่างการไต่สวนด้วยวาจา ขณะที่ผู้พิพากษาคลาเรนซ์ โธมัส และซามูเอล อลิโต ก็ร่วมลงมติคัดค้านเช่นกัน
ด้าน ทำเนียบขาว ระบุว่า จะเร่งหามาตรการทางกฎหมายอื่นมาใช้ทดแทนภาษีที่ถูกศาลคว่ำ แม้ทางเลือกเหล่านั้นจะมีข้อจำกัดมากกว่า หรือมีขั้นตอนซับซ้อนกว่าการใช้อำนาจกว้างขวางภายใต้กฎหมายอำนาจเศรษฐกิจในภาวะฉุกเฉินระหว่างประเทศ (International Emergency Economic Powers Act: IEEPA) ที่ทรัมป์เคยอ้างอิงก่อนหน้านี้
อ้างอิง : www.bloomberg.com