โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

โฆษกกองทัพบก ยันทหารกัมพูชา เผาป่า-ก่อกวนยั่วยุ ยังไม่ถึงระดับน่ากังวล

ข่าวช่องวัน 31

อัพเดต 23 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 23 ชั่วโมงที่ผ่านมา

พล.ต.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก กล่าวถึงสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา หลังทหารฝ่ายกัมพูชาจุดไฟเผาป่า และมีพฤติกรรมก่อกวนยั่วยุต่างๆ ในขณะนี้ ว่า ในช่วงหลังที่ผ่านมาก็มีพฤติกรรมของฝ่ายกัมพูชาที่อาจมองว่าเป็นการยั่วยุ ซึ่งแต่ละหน่วยในพื้นที่ได้มีวิธีการบริหารจัดการ ทั้งการเผาป่า เผาไม้ ซึ่งอาจมีวัตถุประสงค์ อย่างไรก็ตาม ทุกความมุ่งหมายทุกหน่วยก็ได้เฝ้าสังเกตอยู่ตลอด แต่ยังถือว่าไม่ได้มีระดับที่น่ากังวล หรือมีอะไรรุนแรง เพราะกัมพูชาเองก็ชอบถ่ายภาพ บันทึกภาพทำคลิป และใช้คำพูดยั่วยุ โดยส่วนมากลักษณะจะเป็นอย่างนั้นแต่ก็ไม่ได้มีความน่ากังวลอะไร แต่ก็ดูได้ถึงความมีวินัย ความเป็นระเบียบเรียบร้อย ก็อาจจะดูผิดปกติไปนิดหนึ่ง

เมื่อถามว่า การที่ฝ่ายกัมพูชา ใช้วิธีจุดไฟเผาป่ามาจากการผลิตวินัยเองหรือถือเป็นหนึ่งยุทธวิธี ที่ใช้ก่อกวนหวังให้เกิดผลอย่างใดอย่างหนึ่งตามมา พล.ต.วินธัย กล่าวว่า จริงๆ แล้วก็มีความเป็นไปได้หลายแบบ ทั้งเพื่อที่จะขจัดความรกทึบ เพื่อการตรวจการ เพื่อความสะดวกในการเดิน หรือเพื่อต้องการหมอกควัน ในช่วงที่ลมปิวมาทางฝั่งเรา อาจจะทำให้เกิดความรำคาญ อะไรประเภทนี้ก็เป็นไปได้หมด แต่ก็ต้องให้สมเหตุสมผล ถ้าหน่วยในพื้นที่เขารู้สึกว่ามันผิดปกติก็ต้องมีการพูดคุย เจรจาหารือกันในระดับหน่วยที่อยู่ในพื้นที่ ส่วนตัวมองว่าคงมีความพยายามในการสื่อสารกันอยู่แล้วระหว่างหน่วยที่อยู่ในพื้นที่ เพราะแต่ละพื้นที่ก็มีความแตกต่างกัน ซึ่งก็อยู่ในข้อตกลงกันอยู่แล้ว ว่าในระดับพื้นที่จะต้องมีความใกล้ชิดกันในเรื่องการสื่อสาร ซึ่งก็คงทำกันอยู่เรื่อยๆ อยู่แล้ว

เมื่อถามว่าเราได้เน้นย้ำกับกำลังพลของไทย ที่อยู่หน้างานอย่างไรบ้าง กับสิ่งที่กัมพูชายั่วยุมา ในขณะนี้ พล.ต.วินธัย กล่าวว่า ทุกหน่วยยังคงใช้มาตรการเดิม เพียงแต่ว่าอาจจะไม่ได้เรื่องของการใช้อาวุธ เขาก็คงต้องเฝ้าตรวจเฝ้าระวัง และเสริมความมั่นคง ปรับสภาพแวดล้อมให้มีความสมบูรณ์ ในกรณีเกิดเหตุที่ไม่คาดคิด อย่างน้อยจะต้องคุ้มครองความปลอดภัยของกำลังพลเราได้ และเน้นย้ำให้มีการตรวจการเฝ้าระวังอย่างเข้มข้น เพราะฉะนั้นหากเกิดมีอะไรผิดปกติจากสิ่งที่ควรจะเป็น ทางหน่วยเขารู้แน่นอน

พล.ต.วินธัย เปิดเผยว่า นอกจากนี้ก็ยังมีเรื่องของอาวุธที่หลงมาบ้าง รวมถึงการใช้เสียงก่อกวน ก็ยังมีบ้างประปราย แต่อาจจะเป็นข่าวบ้างไม่เป็นข่าวบ้าง แต่ละหน่วยก็ต้องบริหารจัดการ เรื่องอาวุธที่หลงเข้ามาก็ยังไม่ได้เป็นลักษณะที่ตั้งใจ จะทำร้าย แต่เป็นลักษณะที่ไม่ได้ตั้งใจ อาจจะเป็นที่กำลังพลของเขาที่ใหม่ ไม่ชำนาญในเรื่องการดูแลเก็บรักษาอาวุธ เพราะบางทีเขาก็มีเรื่องเปลี่ยนคนด้วยอะไรด้วย ซึ่งตรงนี้ก็ยังมีบ้างแต่ไม่ได้มาก และเราก็จับสัญญาณได้ สิ่งหนึ่งก็ทำให้เห็นว่า ในเรื่องวินัยกำลังพลตนว่าฝั่งกัมพูชา ยังน่าจะมีปัญหาอยู่ ซึ่งในช่วงเวลาที่ละเอียดอ่อนที่กำลังพลยังคงอยู่ใกล้กัน ก็เป็นเรื่องละเอียดอ่อนที่ต้องระมัดระวัง เพราะอาจจะนำไปสู่การใช้ความรุนแรงต่อกันได้ ต้องระวัง

เมื่อถามว่า ชาวบ้านในพื้นที่ และคนไทยทั้งประเทศ ก็มีความกังวลว่า การยั่วยุเล็กๆ น้อยๆ แบบนี้อาจจะนำไปสู่การใช้ความรุนแรง ที่บานปลายได้ พล.ต.วินธัย กล่าวว่า ของฝ่ายไทยนั้นค่อนข้างมีมาตรการ และมีวิธีปฏิบัติที่ชัดเจน ซึ่งก็ยังไม่มีอะไรที่ถึงระดับที่น่ากังวล สังเกตได้จากเมื่อมีการพูดคุยตักเตือนกันแล้วก็ยังพอรับฟังกันได้ แต่เราก็ไม่อยากให้เรื่องง่ายๆ แบบนี้ ที่กัมพูชามาทำให้ดูไม่เรียบร้อย บางทีกำลังทหารที่ต้องอยู่กับอาวุธ ก็ต้องมีความระมัดระวังให้มาก

ส่วนการเผาป่าของกัมพูชา ตามหน้าข่าวระบุว่าไฟมักจะลามเข้าไปในฝั่งกัมพูชาเองจากกระแสลมที่เปลี่ยนทิศ อย่างนี้จะส่งผลอย่างไรบ้างในเชิงยุทธวิธี พล.ต.วินธัย มองว่า มันก็แล้วแต่จะคิด แต่เมื่อมีการเผาเราก็ต้องออกไปเฝ้าระวังไม่ให้ลุกลามเข้ามาในฝ่ายไทย ส่วนที่เราอยู่ แต่เราก็ไม่รู้ว่าเขามีความประสงค์อย่างไร ตรงนี้ก็มองได้หลายมุม ซึ่งแต่ละหน่วยเขาก็มองทุกมุม ทั้งในแง่บวกและแง่ลบ ทุกอย่างเป็นไปได้หมด แต่ทั้งนี้ยืนยันว่าไม่ใช่เรื่องใหญ่ที่น่ากังวล เพราะฝ่ายไทยเราก็รู้กันดีว่ากัมพูชาทำอะไร และมีพฤติกรรมการดำเนินชีวิตในแถบพื้นที่นั้นอย่างไร

พล.ต.วินธัย กล่าวว่า พฤติกรรมหรือการปฏิบัติของกัมพูชาขณะนี้ยังไม่น่ากังวล ขอให้ประชาชนและชาวบ้านในพื้นที่ไม่ต้องห่วง ฝ่ายเรารู้หมด เราเข้าใจ และเราเองก็ความพร้อม ในทุกรูปแบบ และหากมีกรณีเกิดความไม่เรียบร้อยขึ้น หน่วยที่เฝ้าพื้นที่ ก็มีวิธีการปฏิบัติแน่นอน พร้อมทั้งฝากไปถึงฝ่ายกัมพูชาให้เน้นย้ำเรื่องวินัย กับกำลังพลที่ประจำพื้นที่ ให้มีความระมัดระวัง โดยเฉพาะเรื่องอาวุธ จะต้องไม่ให้มีเกิดในลักษณะเหมือนกับว่า ลั่นข้ามเข้ามา หรือทำเสียงดัง โดยไม่มีเหตุไม่มีผล รวมถึงการก่อกวนในลักษณะเผาป่า เพื่อเอาควันมาบัง หรือทำอย่างใดอย่างหนึ่ง หรือทำให้ควันลอยเข้ามาให้เกิดความรำคาญแก่ฝั่งไทย ซึ่งก็เป็นเรื่องที่ไม่น่าจะเกิดขึ้น.

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...