ปลัดพณ. ไม่ประมาทค่าครองชีพ เร่งคุมราคาสินค้า-ชะลอขึ้นราคา
วันนี้ (21 ต.ค.2569) นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า สถานการณ์การชุมนุมประท้วงในหลายประเทศของยุโรป สะท้อนแรงกดดันทางเศรษฐกิจและสังคมจากหลายปัจจัย ทั้งค่าครองชีพที่ปรับตัวสูงขึ้น รายได้ไม่สอดคล้องกับรายจ่าย ความเหลื่อมล้ำ ตลอดจนความกังวลต่อคุณภาพบริการสาธารณะและนโยบายภาครัฐ
ขณะที่ประเทศไทยแม้เผชิญแรงกดดันจากราคาพลังงาน และต้นทุนการขนส่งเช่นเดียวกัน แต่มีบริบททางเศรษฐกิจและสังคมแตกต่างจากยุโรป โดยภาพรวมแรงกดดันด้านราคาสินค้าและบริการยังไม่กระจายตัวเป็นวงกว้าง
อย่างไรก็ตาม กระทรวงพาณิชย์ไม่ประมาทต่อความเสี่ยง โดยเฉพาะต้นทุนพลังงานและค่าขนส่งที่อยู่ในระดับสูง ซึ่งอาจส่งผ่านไปยังราคาสินค้าและบริการจำเป็นในชีวิตประจำวัน ตลอดจนกระทบกำลังซื้อของประชาชนในระยะต่อไป จึงให้ความสำคัญกับการติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ประเมินแนวโน้มล่วงหน้า และเตรียมมาตรการรับมืออย่างเป็นระบบ เพื่อป้องกันไม่ให้ต้นทุนที่เพิ่มขึ้น นำไปสู่การปรับขึ้นราคาสินค้าเป็นวงกว้าง
นายพูนพงษ์ กล่าวว่า บทเรียนจากประเทศในยุโรปชี้ให้เห็นว่า ปัญหาค่าครองชีพไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของตัวเลขเงินเฟ้อ แต่เป็นผลจากแรงกดดันหลายด้านที่สะสมและซ้อนทับกัน ทั้งภาระค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น รายได้ที่ไม่สอดคล้องกับค่าครองชีพ และความเหลื่อมล้ำ จนสามารถขยายตัวเป็นแรงกดดันต่อเสถียรภาพทางสังคมได้ ขณะที่ประเทศไทยยังมีกลไกและมาตรการภาครัฐในการดูแลค่าครองชีพอย่างต่อเนื่อง แต่จำเป็นต้องทำงานเชิงรุกและกำหนดมาตรการให้ตรงจุด เพื่อรักษากำลังซื้อของประชาชนในระยะยาว
สิ่งที่อยากเห็นคือการกระจายรายได้ที่เพิ่มขึ้นของพี่น้องประชาชนทุกกลุ่มอย่างทั่วถึง ซึ่งเป็นหน้าที่ของทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ต้องเร่งดำเนินการอย่างจริงจังให้เห็นผลเป็นรูปธรรม
ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมการค้าภายใน วางแนวทางรับมือค่าครองชีพ ทั้งระยะเร่งด่วนและระยะต่อเนื่อง ครอบคลุม 3 มาตรการสำคัญ ได้แก่ คุมราคาสินค้าเชิงรุกตลอดห่วงโซ่ ติดตามโครงสร้างต้นทุน และราคาสินค้าจำเป็นตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง พร้อมหารือผู้ผลิตรายใหญ่และห้างค้าปลีกค้าส่ง ขอความร่วมมือชะลอการปรับขึ้นราคา
โดยเฉพาะสินค้าที่ยังมีต้นทุนเดิม ควบคู่กับการดูแลปริมาณสินค้าให้เพียงพอต่อความต้องการของตลาด พร้อมมอบหมายสำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั้ง 76 จังหวัด ประสานหน่วยงานในพื้นที่ลงตรวจสอบราคาสินค้า ป้องกันการกักตุนและฉวยโอกาสขึ้นราคา
การเพิ่มช่องทางจำหน่ายสินค้าราคาประหยัดทั่วประเทศ ผ่านโครงการ ไทยช่วยไทย ธงฟ้าลดค่าครองชีพ จัดจำหน่ายสินค้าจำเป็นในราคาประหยัดรวม 3,036 จุดทั่วประเทศ ในช่วงนำร่อง 90 วัน ตั้งแต่วันที่ 16 ต.ค.2569 ถึงเดือน ม.ค.2570 คาดว่าจะช่วยลดภาระค่าครองชีพให้ประชาชนได้ประมาณ 200 ล้านบาท
รวมถึงผนึกกำลังภาคเอกชนลดภาระประชาชน ร่วมมือกับผู้ประกอบการ 27 ราย ลดราคาสินค้าและบริการกว่า 4,223 รายการ สูงสุด 78% ผ่านกิจกรรม "ไทยช่วยไทย ลดค่าครองชีพสู้วิกฤตน้ำท่วม" เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย ให้สามารถฟื้นฟูที่อยู่อาศัยและกลับมาดำเนินชีวิตได้โดยเร็ว
ปลัดกระทรวงพาณิชย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า หากราคาพลังงานยังคงอยู่ในระดับสูงอย่างต่อเนื่อง กระทรวงพาณิชย์พร้อมเพิ่มความเข้มข้น ในการติดตามต้นทุนการผลิตและค่าขนส่ง วิเคราะห์ผลกระทบต่อสินค้าแต่ละประเภท และประสานความร่วมมือกับผู้ประกอบการ เพื่อบริหารจัดการต้นทุนและชะลอการส่งผ่านภาระไปยังผู้บริโภค ควบคู่กับการใช้กลไกกำกับดูแลราคาสินค้าตามกฎหมาย และขยายช่องทางจำหน่ายสินค้าราคาประหยัดให้เข้าถึงประชาชนอย่างทั่วถึง
การดำเนินมาตรการจะคำนึงถึงความสมดุล ระหว่างการดูแลค่าครองชีพของประชาชนกับความสามารถในการดำเนินธุรกิจของผู้ประกอบการ เพื่อรักษาเสถียรภาพราคาสินค้าและกำลังซื้อในระยะยาว พร้อมดูแลให้เกษตรกรจำหน่ายผลผลิตได้ในราคาที่เป็นธรรม และผู้ประกอบการสามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง
กระทรวงพาณิชย์ ยืนยันเดินหน้าดูแลปัญหาปากท้องของประชาชนอย่างเต็มกำลัง โดยไม่รอให้ปัญหาค่าครองชีพขยายตัวเป็นวงกว้าง แต่จะใช้ทุกกลไกที่มีในการติดตาม ป้องกัน และบรรเทาผลกระทบอย่างทันท่วงที เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงสินค้าจำเป็นในราคาที่เหมาะสม ลดภาระค่าครองชีพ และสร้างความสมดุลทางการค้าให้เกิดความยั่งยืน
อ่านข่าว:
ใครได้ประโยชน์จากวิกฤตฝรั่งเศส ? มาครงเสียแต้ม-ขวาจัดลุ้นคว้าชัยเลือกตั้ง
ฝรั่งเศสประท้วงเดือดทั่วประเทศปมค่าครองชีพพุ่งสูง
ปักหมุดธงฟ้า 3,036 จุด ลดสูงสุด 78% สู้วิกฤตน้ำท่วม ลดค่าครองชีพ