แอนิเทค รุก TikTok Shop ปั้น Affiliate หมื่นราย เปิดตัว Cat Company–Miffy ดันยอดส่งมอบ 25 ล้านชิ้น
แอนิเทค เร่งขยายธุรกิจรับพฤติกรรมผู้บริโภคยุคดิจิทัล ผนึก TikTok Shop สร้างเครือข่าย Affiliate จาก 4,800 ราย สู่ 10,000 รายภายในปี 2571 พร้อมเปิดตัว Cat Company คาแรคเตอร์ฝีมือคนไทย และ Miffy จากเนเธอร์แลนด์ ต่อยอดความสำเร็จ Snoopy–Sanrio เสริมพอร์ตสินค้ากว่า 1,000 รายการ ตั้งเป้าเพิ่มยอดส่งมอบเป็น 25 ล้านชิ้น ควบคู่ขยายตลาดอาเซียนและวางรากฐานการเติบโตอย่างยั่งยืน
วันที่ 22 ต.ค. 2569 – นายพิชเยนทร์ หงษ์ภักดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สมาร์ท ไอดี กรุ๊ป จำกัด เจ้าของแบรนด์ anitech (แอนิเทค) แบรนด์สินค้าเทคโนโลยีและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์สำหรับผู้บริโภค เปิดเผยว่าบริษัทได้เดินหน้าขยายธุรกิจรับการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมผู้บริโภคยุคดิจิทัล
ล่าสุดได้มีความร่วมมือกับ TikTok Shop เพื่อเพิ่มช่องทางจำหน่ายผ่านโซเชียลคอมเมิร์ซ พร้อมสร้างเครือข่ายผู้ผลิตเนื้อหาและผู้แนะนำสินค้า หรือ Affiliate ทั่วประเทศ พร้อมตั้งเป้าเพิ่มจำนวนจากปัจจุบัน 4,800 ราย เป็น 6,000 รายภายในปี 2569 และ 10,000 ราย ภายในปี 2571 ควบคู่การรักษาความแข็งแกร่งของช่องทางออฟไลน์และเครือข่ายผู้แทนจำหน่าย ภายใต้กลยุทธ์เชื่อมโยงทุกช่องทางเข้าด้วยกัน
ขณะเดียวกัน บริษัทเดินหน้ากลยุทธ์การตลาดผ่านคาแรคเตอร์ หรือ Character Marketing ด้วยการต่อยอดความร่วมมือกับ Snoopy จาก PEANUTS และคาแรคเตอร์จาก Sanrio ด้วยการเปิดตัว Cat Company ซึ่งเป็นผลงานสร้างสรรค์ของคนไทย และ Miffy คาแรคเตอร์ชื่อดังจากเนเธอร์แลนด์ ในไตรมาส 4 ปีนี้ เพื่อขยายฐานลูกค้ากลุ่มไลฟ์สไตล์ เพิ่มความแตกต่างให้กับผลิตภัณฑ์ และสร้างโอกาสเติบโตในระยะยาว โดยตั้งเป้าเพิ่มยอดส่งมอบสินค้าจากกว่า 20 ล้านชิ้นในปัจจุบัน เป็น 25 ล้านชิ้นภายในปี 2571
"แอนิเทค กำลังก้าวเข้าสู่ปีที่ 22 ของการดำเนินธุรกิจ โดยตลอดระยะเวลากว่า 20 ปีที่ผ่านมา บริษัทมุ่งพัฒนาสินค้าเทคโนโลยีและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์สำหรับผู้บริโภคที่มีคุณภาพ ดีไซน์สวยงาม และตอบโจทย์การใช้งานจริง จนปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์มากกว่า 1,000 รายการ ครอบคลุมสินค้าหลากหลายกลุ่ม และส่งมอบสินค้าไปแล้วกว่า 20 ล้านชิ้นในหลายประเทศ"
นายพิชเยนทร์ กล่าวและว่าด้วยความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ โดยปัจจุบันบริษัทมีการพัฒนาสินค้าใหม่มากกว่า 100 รายการต่อปี พร้อมขยายตลาดทั้งในประเทศไทย เมียนมา กัมพูชา ลาว และเวียดนาม รวมถึงมองหาโอกาสทางการค้าในประเทศอื่น ๆ ของภูมิภาคอาเซียน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและรองรับการเติบโตในอนาคต
อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยีและพฤติกรรมการซื้อสินค้า บริษัทจึงต้องเร่งปรับตัวทั้งด้านผลิตภัณฑ์ ช่องทางจำหน่าย และรูปแบบการสื่อสารกับลูกค้า โดยนำเทคโนโลยีเข้ามาสนับสนุนการบริหารจัดการภายใน และขยายโอกาสทางการตลาดผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล
"ในส่วนของการขยายช่องทางจำหน่ายผ่าน TikTok Shop เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ ที่ไม่ได้ค้นหาสินค้าผ่านช่องทางจำหน่ายโดยตรงเพียงอย่างเดียว แต่ยังค้นพบผลิตภัณฑ์ใหม่ผ่านวิดีโอสั้น การรีวิว และคำแนะนำจากครีเอเตอร์ที่ติดตาม ทำให้การนำเสนอสินค้าผ่านเนื้อหาที่เชื่อมโยงความบันเทิงเข้ากับการซื้อ หรือ Shoppertainment มีบทบาทเพิ่มขึ้น"นายพิชเยนทร์ กล่าว
นอกจากนี้แนวโน้มของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่เข้ามามีบทบาทในการแนะนำสินค้าและสร้างประสบการณ์ซื้อสินค้าที่ตรงกับความต้องการของผู้บริโภคมากขึ้น บริษัทจึงต้องพัฒนารูปแบบการเข้าถึงลูกค้าให้สอดคล้องกับทิศทางดังกล่าว เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้บริโภครู้จักผลิตภัณฑ์ผ่านมุมมองที่หลากหลาย ทั้งการทำงาน การเรียน การใช้ชีวิตภายในบ้าน และไลฟ์สไตล์ส่วนบุคคล
โดยปัจจุบันแอนิเทค มีเครือข่าย Affiliate ประมาณ 4,800 ราย และตั้งเป้าเพิ่มเป็น 6,000 รายภายในสิ้นปี 2569 ก่อนขยายเป็น 10,000 รายภายในปี 2571 โดยเปิดรับผู้สนใจจากทั่วประเทศให้ร่วมสร้างสรรค์เนื้อหา รีวิวสินค้า และแนะนำผลิตภัณฑ์ผ่านระบบติดตะกร้าบน TikTok Shop
นายพิชเยนทร์ กล่าวอีกว่าการที่บริษัทมุ่งสร้างระบบนิเวศของครีเอเตอร์ที่เติบโตไปพร้อมกับแบรนด์ในระยะยาว โดยอาศัยความหลากหลายของผลิตภัณฑ์กว่า 1,000 รายการ เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ผลิตเนื้อหาแต่ละกลุ่มเลือกนำเสนอสินค้าที่ตรงกับความสนใจและฐานผู้ติดตามของตนเอง ตั้งแต่สินค้าเทคโนโลยีและอุปกรณ์การทำงาน ไปจนถึงสินค้าไลฟ์สไตล์และคอลเลกชันคาแรคเตอร์
โดยแนวทางดังกล่าวไม่เพียงช่วยเพิ่มการรับรู้แบรนด์และขยายช่องทางจำหน่าย แต่ยังเปิดโอกาสให้ครีเอเตอร์สร้างอาชีพและรายได้จากการแนะนำสินค้า โดยไม่จำเป็นต้องลงทุนเปิดหน้าร้าน ทั้งยังช่วยให้บริษัทเข้าถึงผู้บริโภคกลุ่มใหม่ได้กว้างขวางขึ้น และสนับสนุนเป้าหมายการส่งมอบสินค้า 25 ล้านชิ้นภายในปี 2571
ขณะเดียวกัน บริษัทยังคงให้ความสำคัญกับช่องทางออฟไลน์และเครือข่ายผู้แทนจำหน่าย ซึ่งเป็นพันธมิตรทางธุรกิจที่ร่วมเติบโตกันมาอย่างต่อเนื่อง โดยมองว่าการขยายตลาดออนไลน์จะช่วยเพิ่มการรับรู้แบรนด์และสร้างโอกาสในการจำหน่ายสินค้าผ่านร้านค้าออฟไลน์ได้มากขึ้น
นอกจากนี้อีกหนึ่งกลยุทธ์สำคัญของแอนิเทค คือการตลาดผ่านคาแรคเตอร์ ซึ่งบริษัทพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อสร้างความแตกต่างให้กับสินค้าเทคโนโลยี โดยเริ่มจาก Snoopy จาก PEANUTS ที่ร่วมงานกับแบรนด์เข้าสู่ปีที่ 4 ตามด้วยคาแรคเตอร์จาก Sanrio ในปี 2567 และล่าสุดเตรียมเปิดตัว Cat Company ผลงานสร้างสรรค์ของคนไทย และ Miffy คาแรคเตอร์จากเนเธอร์แลนด์ในไตรมาส 4 ปี 2569
"การนำคาแรคเตอร์ที่มีเอกลักษณ์แตกต่างกันมาพัฒนาร่วมกับสินค้าเทคโนโลยี จะช่วยเพิ่มทางเลือกให้ผู้บริโภคและเปิดโอกาสในการเข้าถึงลูกค้ากลุ่มใหม่ โดยเฉพาะผู้ที่ให้ความสำคัญกับการออกแบบและไลฟ์สไตล์ ควบคู่กับประโยชน์ใช้สอยของผลิตภัณฑ์"นายพิชเยนทร์ กล่าว
สำหรับทิศทางระยะยาวแอนิเทค มุ่งต่อยอดประสบการณ์และความแข็งแกร่ง ผ่าน 3 แนวทางสำคัญ ได้แก่ การขยายช่องทางจำหน่ายผ่านโซเชียลคอมเมิร์ซ การสร้างเครือข่ายครีเอเตอร์เพื่อสนับสนุนการรับรู้และยอดขาย และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ผ่านความร่วมมือกับเจ้าของลิขสิทธิ์คาแรคเตอร์ ควบคู่กับการสร้างพันธมิตรเชิงกลยุทธ์กับบริษัทต่างประเทศ เพื่อเปิดรับเทคโนโลยี องค์ความรู้ และโอกาสทางธุรกิจใหม่ ๆ
โดยตั้งเป้าเพิ่มยอดส่งมอบสินค้าจากกว่า 20 ล้านชิ้น เป็น 25 ล้านชิ้นภายในปี 2571 โดยอาศัยพอร์ตผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย การขยายตลาดในภูมิภาค และการเพิ่มประสิทธิภาพของช่องทางจำหน่ายเป็นแรงขับเคลื่อน พร้อมยกระดับระบบบริหารจัดการภายในให้รองรับการเติบโตได้อย่างมั่นคง
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : แอนิเทค รุก TikTok Shop ปั้น Affiliate หมื่นราย เปิดตัว Cat Company–Miffy ดันยอดส่งมอบ 25 ล้านชิ้น
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th