ครม.ไฟเขียวแผนรับมือวิกฤต น้ำมัน-ก๊าซ ปรับเกณฑ์ใหม่ ลดพึ่งพานำเข้า
วันนี้ (22 ก.ย.2569) นายพรชัย จิรกุลไพศาล ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผน สำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบ แผนรองรับวิกฤตการณ์ด้านน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ.2569–2572 และแผนยุทธศาสตร์กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ.2569–2572 ตามที่สำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (สกนช.) เสนอ เพื่อใช้เป็นกรอบบริหารจัดการ และรักษาเสถียรภาพราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศ ท่ามกลางความผันผวนของตลาดพลังงานโลก
สำหรับแผนรองรับวิกฤตการณ์ด้านน้ำมันเชื้อเพลิงฉบับใหม่ ได้ปรับหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการนำเงินกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงมาใช้ เพื่ออุดหนุนและชดเชยราคา โดยกำหนดสถานการณ์ที่สามารถนำมาตรการมาใช้ไว้ 3 กรณี
กรณีแรก ราคาพลังงานปรับตัวสูงขึ้นจนกระทบประชาชน กำหนดให้ราคาน้ำมันดีเซลและเบนซินสูงกว่า 30 บาทต่อลิตร ขณะที่ LPG จะพิจารณาเมื่อราคาต้นทุนจากโรงแยกก๊าซของ ปตท.สผ. และ UAC สูงกว่าราคานำเข้า หรือราคาขายปลีกสูงกว่า 423 บาทต่อถังขนาด 15 กิโลกรัม จากเดิม 363 บาทต่อถัง
กรณีที่สอง ราคาน้ำมันมีความผันผวนรุนแรง หากราคาน้ำมันสำเร็จรูปปรับขึ้นหรือลงมากกว่า 10 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลภายใน 1 สัปดาห์ จากเดิม 5 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล หรือราคาขายปลีกเปลี่ยนแปลงมากกว่า 2 บาทต่อลิตรภายใน 1 สัปดาห์ จากเดิม 1 บาทต่อลิตร
ส่วน LPG หากราคาตลาดโลกเปลี่ยนแปลงขึ้น หรือลงมากกว่า 35 ดอลลาร์สหรัฐต่อตันภายใน 1 เดือน หรือราคาขายปลีกเปลี่ยนแปลงรวมกันมากกว่า 1 บาทต่อกิโลกรัมภายใน 1 เดือน โดยปรับกรอบเวลาจากเดิม 2 สัปดาห์ เพื่อให้สอดคล้องกับการกำหนดราคา LPG CP รายเดือน
กรณีที่สาม เกิดภาวะน้ำมันเชื้อเพลิงขาดแคลน หรือมีไม่เพียงพอ จนส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ คุณภาพชีวิต และความเป็นอยู่ของประชาชน ซึ่งสามารถนำมาตรการตามแผนมาใช้เพื่อรักษาความมั่นคงด้านพลังงานได้
ขณะเดียวกัน แผนใหม่เพิ่มหลักเกณฑ์ให้พิจารณาการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงที่มีส่วนผสมของ เชื้อเพลิงชีวภาพ ซึ่งเป็นทรัพยากรที่ผลิตได้ภายในประเทศ จากผลผลิตทางการเกษตร เพื่อช่วยลดการพึ่งพาน้ำมันดิบจากตลาดโลก ซึ่งมีความผันผวนสูง พร้อมเปิดทางให้ภาครัฐบริหารจัดการราคาขายปลีกในประเทศให้อยู่ในระดับเหมาะสม และช่วยสร้างเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและความมั่นคงด้านพลังงานในระยะยาว
นอกจากนี้ ยังปรับกลยุทธ์ด้านความยั่งยืนทางการเงินของกองทุนน้ำมันฯ โดยแยกบัญชีฐานะกองทุนออกเป็นกลุ่มน้ำมันและกลุ่ม LPG อย่างชัดเจน เพื่อลดการนำเงินอุดหนุนข้ามกลุ่ม ขณะที่การบริหารราคาจะเน้นการชดเชยราคาดีเซลและ LPG เป็นหลัก หากเกิดวิกฤตต่อเนื่องเป็นเวลานาน
ขณะเดียวกันจะมีการสะสมเงินเข้ากองทุนน้ำมันฯ ในช่วงที่ราคาน้ำมันตลาดโลกลดลง เพื่อเตรียมสภาพคล่องไว้รองรับสถานการณ์ฉุกเฉินในอนาคต ควบคู่กับการส่งเสริมการใช้น้ำมันผสมเชื้อเพลิงชีวภาพจากผลผลิตทางการเกษตรในประเทศ ซึ่งจะช่วยลดการพึ่งพาน้ำมันดิบจากต่างประเทศและเสริมความมั่นคงด้านพลังงานของไทยในระยะยาว
อ่านข่าว:
จับตาราคาพลังงานโลกผันผวน สนพ.ชี้ความต้องการเพิ่ม 1.4%
ราคาพลังงานโลก–ต้นทุนผลิตสูง ดันดัชนีราคาผู้ผลิต ส.ค.69 พุ่ง 9.1%
ตลาดหุ้นโลกปรับตัวลง รับแรงบอนด์ยีลด์พุ่ง-น้ำมันทะลุ 100 ดอลลาร์