โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เช็กสิทธิ ไทยช่วยไทยพลัส รอบต่ออายุแจก 1000 บาท ช่วยลดค่าครองชีพใครได้สิทธิบ้าง

THE SIGNALs

เผยแพร่ 10 ชั่วโมงที่ผ่านมา • กองบรรณาธิการ THE SIGNALs

ข้าวของแพงจนท้อปะ? รัฐเคาะแจก 1,000 บาทช่วยค่าครองชีพแล้วนะ! มีทั้งแบบเติมเงินเข้าบัตรคนจน และให้สิทธิ 60/40 ผ่านแอปเป๋าตัง ใครได้สิทธิบ้าง ต้องกดรับยังไง สรุปมาให้ครบแล้ว รีบเช็กด่วนจะได้ไม่พลาดเงินก้อนนี้!

เช็กสิทธิ ไทยช่วยไทยพลัส รอบต่ออายุแจก 1000 บาท ช่วยลดค่าครองชีพใครได้สิทธิบ้าง

ในช่วงเวลาที่แรงกดดันจากปัจจัยภายนอกประเทศทวีความเข้มข้น โดยเฉพาะวิกฤตความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ยังคงยืดเยื้อและยากจะคาดเดาทิศทาง ความผันผวนของราคาพลังงานได้ส่งผลกระทบต่อเนื่องถึงต้นทุนการขนส่งและค่าครองชีพประจำวันของประชาชนในหลากหลายระดับชั้น ความท้าทายนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงชั่วคราว หากแต่กำลังทบทวนความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานรากอย่างจริงจัง

เมื่อสถานการณ์พลังงานผันผวน ความช่วยเหลือจึงต้องเจาะตรงจุด

เมื่อพิจารณาโครงสร้างเศรษฐกิจไทยในภาพรวม การบริโภคภาคเอกชนและการจับจ่ายใช้สอยของภาคครัวเรือนถือเป็นเครื่องยนต์สำคัญในการขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจ หากกำลังซื้อของประชาชนส่วนใหญ่ลดลงในเวลาอันรวดเร็ว ย่อมส่งผลกระทบต่อยอดขายของร้านค้ารายย่อย ตลอดจนการหมุนเวียนของเงินในระบบเศรษฐกิจชุมชน ด้วยเหตุนี้ รัฐบาลโดยกระทรวงการคลังจึงได้ปรับแผนงานให้มีความยืดหยุ่นและตอบสนองต่อสถานการณ์จริงได้ทันท่วงที

เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2569 คณะรัฐมนตรีจึงมีมติเห็นชอบการปรับลดกรอบวงเงินที่เคยได้รับการอนุมัติสำหรับดำเนินโครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) เดิม เพื่อนำมาจัดตั้งเป็นโครงการใหม่ในชื่อ “ไทยช่วยไทย พลัส (เพิ่มเติม)” โดยมุ่งเป้าไปที่การบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายโดยตรง รักษากำลังซื้อของภาคประชาชน และประตักประคองร้านค้าขนาดเล็กให้สามารถประกอบอาชีพต่อไปได้อย่างมั่นคง

การปรับเปลี่ยนกรอบวงเงินในครั้งนี้ อาศัยแหล่งเงินภายใต้แผนงานหรือโครงการที่มีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือประชาชน เกษตรกร และผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงาน (แผนงานหรือโครงการที่ 1) ตามบัญชีท้าย พ.ร.ก. ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ. 2569 ซึ่งเป็นกลไกตามกฎหมายที่ออกแบบมาเพื่อรองรับสถานการณ์ฉุกเฉินทางเศรษฐกิจโดยเฉพาะ

มาตรการที่ 1 การเพิ่มวงเงินสวัสดิการให้แก่ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 เพิ่มเติม

ผู้มีรายได้น้อยและกลุ่มเปราะบางเป็นกลุ่มแรกๆ ที่ได้รับผลกระทบจากภาวะเงินเฟ้อและราคาสินค้าปรับตัวสูงขึ้น เนื่องจากรายได้ส่วนใหญ่จำเป็นต้องนำมาใช้จ่ายกับปัจจัยสี่ การสู้กับค่าครองชีพในภาวะเช่นนี้จึงต้องการมาตรการโอบอุ้มที่รวดเร็วและตรงกลุ่มเป้าหมาย

เงื่อนไขและกลุ่มเป้าหมายที่ได้รับสิทธิ

โครงการเพิ่มวงเงินสวัสดิการให้แก่ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 เพิ่มเติม กำหนดกลุ่มเป้าหมายไว้อย่างชัดเจน ได้แก่:

  • ต้องเป็นผู้ที่ผ่านคุณสมบัติตามโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569
  • ต้องเป็นผู้ที่ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติสมบูรณ์ ก่อนวันที่ 1 ตุลาคม 2569

รายละเอียดจำนวนเงินและการใช้งาน

ในสภาวะปกติ ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐจะได้รับการจัดสรรวงเงินซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นจำนวน 300 บาทต่อคนต่อเดือน แต่สำหรับมาตรการพิเศษในครั้งนี้ ภาครัฐได้อนุมัติวงเงินเพิ่มเติมให้อีก:

  • วงเงินเดิม : 300 บาทต่อคนต่อเดือน
  • วงเงินเพิ่มพิเศษ : 700 บาทต่อคนต่อเดือน
  • รวมวงเงินสุทธิในเดือนตุลาคม 2569 : 1,000 บาทต่อคนต่อเดือน

วงเงินจำนวน 1,000 บาทนี้ สามารถนำไปใช้ซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นจากร้านธงฟ้าราคาประหยัดพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่น รวมถึงร้านค้าอื่นๆ ที่กระทรวงพาณิชย์กำหนด โดยเป้าหมายหลักคือการช่วยลดภาระค่าอาหารและของใช้ในครัวเรือนอย่างเป็นรูปธรรมในช่วงเดือนตุลาคม 2569

มาตรการที่ 2 โครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) (เพิ่มเติม) สำหรับประชาชนทั่วไปและผู้ค้าขายรายย่อย

นอกจากกลุ่มเปราะบางทางรายได้แล้ว ประชาชนทั่วไปและผู้ประกอบการร้านค้าขนาดเล็กต่างก็ได้รับผลกระทบจากภาวะค่าครองชีพเช่นเดียวกัน โครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) (เพิ่มเติม) จึงถูกออกแบบมาในลักษณะ “รัฐร่วมจ่าย” เพื่อกระตุ้นให้เกิดการหมุนเวียนของเงินในระบบ และช่วยเพิ่มยอดขายให้แก่พ่อค้าแม่ค้าในตลาดและชุมชนต่างๆ

หลักการของระบบรัฐร่วมจ่าย (Co-pay 60/40)

โครงสร้างการร่วมจ่ายในรอบเพิ่มเติมนี้ใช้สัดส่วน 60/40

  • ภาครัฐสนับสนุน : ร้อยละ 60 ของมูลค่าสินค้าหรือบริการ
  • ประชาชนชำระเอง : ร้อยละ 40 ของมูลค่าสินค้าหรือบริการ

วงเงินสิทธิและเงื่อนไขการใช้จ่ายประจำวัน

เพื่อให้กระจายการใช้จ่ายได้อย่างทั่วถึงตลอดระยะเวลาโครงการ จึงมีการกำหนดเพดานวงเงิน ไว้ดังนี้

  • วงเงินสูงสุดต่อวัน : ภาครัฐร่วมจ่ายไม่เกิน 200 บาทต่อคนต่อวัน
  • วงเงินรวมสูงสุดตลอดโครงการ : ไม่เกิน 1,000 บาทต่อคน
  • ระยะเวลาดำเนินโครงการ : ระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม – 30 พฤศจิกายน 2569 (รวมระยะเวลา 2 เดือน)

คุณสมบัติผู้มีสิทธิเข้าร่วมโครงการ (ฝ่ายประชาชน)

แบ่งออกเป็น 2 กลุ่มหลักตามภาพสรุปกลุ่มเป้าหมาย

  • ผู้ที่ได้รับสิทธิไทยช่วยไทย พลัส (60/40) อยู่ในปัจจุบัน
  • ผู้ที่ไม่ได้รับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 ซึ่งครอบคลุมทั้งกลุ่มผู้เคยถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2565 เดิม และกลุ่มประชาชนทั่วไปที่ลงทะเบียนใหม่

ขั้นตอนและวันเวลาการยืนยันสิทธิ

ระบบถูกออกแบบให้ใช้งานสะดวกผ่านแอปพลิเคชันยุคดิจิทัล โดยกำหนดช่วงเวลาแยกตามกลุ่มผู้ใช้

1.สำหรับประชาชน

  • เปิดให้กดยืนยันสิทธิผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง”
  • ตั้งแต่วันที่ 1 – 15 ตุลาคม 2569

2.สำหรับผู้ประกอบการร้านค้า

  • เปิดให้กดยืนยันสิทธิเพื่อรับชำระเงินผ่านแอปพลิเคชัน “ถุงเงิน”
  • ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม – 30 พฤศจิกายน 2569

ขอบเขตรายการสินค้า และการสั่งผ่าน Food Delivery

ประชาชนสามารถนำสิทธิไปใช้จ่ายซื้อสินค้าและบริการหลากหลายประเภทที่เข้าร่วมโครงการ ได้แก่

  • อาหาร เครื่องดื่ม สินค้าอุปโภคบริโภคทั่วไป และบริการที่กำหนด ณ ร้านค้าที่มีแอปพลิเคชันถุงเงิน
  • การสั่งอาหารและเครื่องดื่มผ่าน Food Delivery: สามารถสั่งผ่านผู้ให้บริการระบบขนส่งอาหาร (Food Delivery Platform) ที่ได้รับการอนุมัติให้เข้าร่วมโครงการ โดยตัดชำระเงินผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง และร้านค้าจะรับเงินผ่านแอปพลิเคชันถุงเงิน ซึ่งกรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง จะดำเนินการโอนเงินส่วนที่ภาครัฐร่วมจ่ายเข้าบัญชีของร้านค้าตามรอบเวลาที่กำหนด

อ่านต่อที่บทความต้นฉบับ…

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...