โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

พรีวิวงบ “โรงพยาบาล” ไตรมาส 3/68 ชู BH เด่นสุด รับผู้ป่วยต่างชาติพุ่ง

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 29 ต.ค. 2568 เวลา 07.17 น. • เผยแพร่ 29 ต.ค. 2568 เวลา 01.00 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

ข่าวหุ้นธุกิจออนไลน์” ทำการสำรวจแนวโน้มผลประกอบการไตรมาส 3/68 กลุ่มหุ้นโรงพยาบาล และทิศทางผลประกอบการโค้งท้ายไตรมาส 4/68 มานำเสนอนักลงทุนเพื่อเป็นข้อมูลในการเข้าลงทุนช่วงนี้ โดยอาศัยข้อมูลจากบทวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) ซึ่งระบุข้อมูลไว้ดังนี้ แนวโน้มผลประกอบการกลุ่มโรงพยาบาล ในไตรมาส 3 ปี 2568 คาดว่ารายได้รวม 4 บริษัทโรงพยาบาลที่อยู่ในการวิเคราะห์ (ไม่รวม THG) จะอยู่ที่ 39,328 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 1 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้นร้อยละ 7 เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน

โดยมีแรงหนุนหลักจากรายได้ของ บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด(มหาชน) หรือ BDMS โต 1% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน และ โต 6% เทียบไตรมาสก่อนหน้า) และ บริษัท โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BH โต 5% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน และ โต 11% เทียบไตรมาสก่อนหน้า จะเติบโตชดเชยรายได้ บริษัท บางกอกเชน ฮอสปิทอล จำกัด (มหาชน) หรือ BCH ลดลง 5% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน และโต 2% เทียบไตรมาสก่อนหน้า)

ส่วนโรงพยาบาลจุฬารัตน์ จำกัด (มหาชน) หรือ CHG ลดลง 5% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน และโต 9% เทียบไตรมาสก่อนหน้า ที่ลดลงจากผลกระทบรายได้ประกันสังคมในไตรมาส 3/67 มีฐานสูงจากรับรู้รายได้ภาระเสี่ยงเพิ่มเติมและบริษัท โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BH ขยายตัว ชดเชยการปรับลดลงของ BCH และ CHG จากผลกระทบฐานสูงของรายได้ประกันสังคมในปีก่อน

โดยคาดว่า BH จะมีรายได้ในไตรมาส 3/68 เติบโตดีจาก กลุ่มต่างชาติเด่นกว่า BDMS ซึ่งคาดว่ามีผลกระทบรายได้กัมพูชาลดลง (สัดส่วนรายได้ 3%) และปีนี้การระบาดของโรคช่วงหน้าฝนเริ่มรุนแรงในเดือน ก.ย.68 ล่าช้ากว่าปีก่อนที่มีฐานสูง ในเดือน ก.ค.-ส.ค.67

ด้านกำไรสุทธิรวมกลุ่มคาดอยู่ที่ 6,820 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 4 เมื่อเทียบกับปีก่อน แต่เติบโต 15% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน เนื่องจากคาดว่ากำไรสุทธิ BCH ลดลง 26% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน ลดลง 14% เทียบไตรมาสก่อนหน้า) และกำไรสุทธิ CHG ลดลง 31% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน และ โต 39% เทียบไตรมาสก่อนหน้าลดลงแรงจากฐานสูงของกำไรสุทธิไตรมาส 3/67 มีผลบวกรายได้ ประกันสังคมรับรู้รายได้ภาระเสี่ยง 26 โรคเรื้อรังเพิ่มเติม

ส่วน BDMS คาดกำไรสุทธิ ลดลง 2% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน โต 19% เทียบไตรมาสก่อนหน้า ลดลงเทียบช่วงเดียวกันของปีก่อนจากคาดต้นทุนและค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นเทียบช่วงเดียวกันของปีก่อนกว่าการเติบโตของรายได้จาก การขยายเครือข่าย รพ.และเพิ่มศักยภาพให้บริการ

โดยคาดว่า BH จะมีกำไรสุทธิ โต 4% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน โต 9% เทียบไตรมาสก่อนหน้า เติบโตดีกว่ากลุ่มฯ ทำสถิติสูงสุดใหม่ มีปัจจัยบวกรายได้เติบโตจาก Intensity ค่ารักษาโรคในกลุ่มลูกค้าต่างชาติ โดยเฉพาะตะวันออกกลาง และพม่ากลับมาใช้บริการปกติ

สำหรับทิศทางไตรมาส 4 ปี 2568 คาดว่ากำไรสุทธิรวมของกลุ่มโรงพยาบาลจะกลับมาเติบโตได้ทั้งเทียบช่วงเดียวกันของปีก่อนและ เทียบไตรมาสก่อนหน้า จากแรงสนับสนุนของการระบาดตามฤดูกาลช่วงกันยายนถึงตุลาคม ความคึกคักของรายได้กลุ่มประกันสังคม และการฟื้นตัวของอัตรากำไรขั้นต้น โดยประเมินว่า BCH จะเป็นบริษัทที่โดดเด่นที่สุดในกลุ่มในช่วงดังกล่าว คาดกำไรสุทธิเติบโตถึงร้อยละ 65 เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อนและร้อยละ 15 เทียบไตรมาสก่อนหน้า

ทั้งนี้ หุ้นในกลุ่มโรงพยาบาลที่อยู่ในการศึกษา ซื้อขายที่ค่าเฉลี่ยปี 2568 ที่ระดับอัตราส่วนราคาต่อกำไร (P/E) ราว 18.3 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาวที่ระดับ -1 SD สะท้อนความน่าสนใจต่อการลงทุนเชิงมูลค่าในช่วงที่ผลประกอบการกลับมาเร่งตัวในครึ่งปีหลัง

สำหรับทิศทางไตรมาส 4/68 คาดกำไรสุทธิรวม เติบโตเทียบช่วงเดียวกันของปีก่อนและ เทียบไตรมาสก่อนนหน้า โดยBCH เติบโตเด่นกว่ากลุ่มฯ ในไตรมาส 4/68 คาดว่าโรงพยาบาลที่ศึกษาจะมีกำไรสุทธิรวมโต 4% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน โต 0.2% เทียบไตรมาสก่อนหน้า กลับมาเติบโตเทียบช่วงเดียวกันของปีก่อนใกล้เคียงกับไตรมาส 3/68 โดยมีปัจจัยบวก

1) คาดรายได้รักษาพยาบาลรวมเติบโตเทียบช่วงเดียวกันของปีก่อนจากอานิสงส์ โรคระบาดเร่งตัวขึ้นช่วงเดือน ก.ย.-ต.ค.68 และรายได้ประกันสังคมของ BCH, CHG คาดไม่มี ผลกระทบปรับอัตราจ่ายค่ารักษาส่วน RW>2 ลงเหมือนไตรมาส 4//67 ทำให้คาดว่ารายได้ประกัน สังคมเติบโตสูงเทียบช่วงเดียวกันของปีก่อนเด่นกว่ารายได้กลุ่มเงินสดทั่วไป

2) คาด Gross margin รวมกลุ่มฯ จะดี ขึ้นเทียบช่วงเดียวกันของปีก่อนตามทิศทางรายได้ของกลุ่มฯ ที่เติบโตดีขึ้น โดยเฉพาะ BCH และ CHG ในเบื้องต้นคาดว่าในไตรมาส 4/68 BCH จะมีกำไรสุทธิ โต 65% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน และโต 15% เทียบไตรมาสก่อนหน้า) เติบโตเด่นสุดในกลุ่มฯ ส่วน Valuation โรงพยาบาลที่ศึกษาซื้อขาย PE ปี 25เฉลี่ย 18.3เท่า เทียบเท่า Forward PE ต่ำกว่า -1.0SD

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...