‘กัมพูชา’ เดินหน้า!! เปิดเกมรุกทางทะเล ติดอาวุธครบมือ ขีปนาวุธล้ำสมัย ถึงเวลาแล้ว!! ทัพเรือไทย ต้องเร่งซื้อฟริเกต ก่อนจะหมดสิทธิ์ป้องกันตัว
THE STATES TIMES
อัพเดต 04 ต.ค. 2568 เวลา 07.35 น. • เผยแพร่ 04 ต.ค. 2568 เวลา 11.00 น. • Hard News Teamเมื่อเร็ว ๆ นี้ กัมพูชาได้ส่งจอมพล สมเด็จพิชัยเสนา เตีย บัญ รองประธานพรรค CPP และองคมนตรี เดินทางเยือนจีน เพื่อตรวจสอบและรับมอบเรือคอร์เวตติดขีปนาวุธ Type 056 จำนวน 2 ลำ ภาพถ่ายที่กองทัพเรือกัมพูชาเผยแพร่เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม แสดงให้เห็นว่าเรือทั้งสองลำผ่านการปรับปรุงและทดสอบระบบครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นขีปนาวุธต่อต้านเรือ YJ-83 ระบบป้องกันภัยทางอากาศ HHQ-10 ตอร์ปิโด Yu-7 รวมถึงเรดาร์และโซนาร์ทันสมัย
การมอบเรือดังกล่าวถือเป็นการยกระดับกองทัพเรือกัมพูชาครั้งสำคัญ ทำให้กัมพูชามีกำลังรบทางทะเลที่ครบมิติ ทั้งการโจมตี การป้องกัน และการปราบเรือดำน้ำ โดยยังสอดรับกับการที่จีนลงทุนปรับปรุงฐานทัพเรือเรียมให้รองรับเรือขนาดใหญ่ได้ในอนาคต
การที่กัมพูชารับเรือรบติดขีปนาวุธจากจีนครั้งนี้ เป็นสัญญาณอันตรายที่ไทยไม่ควรมองข้าม เพราะนี่คือครั้งแรกที่ประเทศเพื่อนบ้านของเรามีกำลังทางทะเลที่สามารถโจมตีและป้องกันได้ครบวงจร หากเกิดความตึงเครียดในอ่าวไทย ผลเสียหายย่อมกระทบต่อเส้นเลือดเศรษฐกิจและความมั่นคงโดยตรง
เมื่อเปรียบเทียบ ไทยมีเรือฟริเกตสมรรถนะสูงเพียงลำเดียวคือ เรือหลวงภูมิพลอดุลยเดช ส่วนเรือชั้นนเรศวรและเจ้าพระยาก็ใกล้หมดอายุการใช้งาน หากยังชะลอการจัดหาใหม่ ไทยจะถูกทิ้งห่างและอาจสูญเสียความได้เปรียบเชิงยุทธศาสตร์
ดังนั้น เรามีจำเป็นต้องเร่งจัดหา ฟริเกตสมรรถนะสูงเพิ่มอย่างน้อย 2 ลำ ในปีงบประมาณ 2569 และปี 2570ให้สำเร็จ ข้าพเจ้าเป็นการลงทุนเพื่อรักษาความมั่นคงของชาติในระยะยาว