โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สภา กทม. ส่งซิกอันตราย! หนี้สายสีเขียว 3.1 หมื่นล้าน จับตา “ชัชชาติ” หาทางออกใน 30 วัน

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 12 ก.ย 2568 เวลา 11.02 น. • เผยแพร่ 12 ก.ย 2568 เวลา 11.02 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศที่ห้องประชุมสภากรุงเทพมหานคร อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร 2 (ดินแดง) วันนี้ (12 ก.ย. 68) มีการประชุมสภากรุงเทพมหานคร สมัยประชุมวิสามัญ สมัยแรก (ครั้งที่ 1) พ.ศ. 2568 โดยมี นายวิพุธ ศรีวะอุไร ประธานสภากรุงเทพมหานคร เป็นประธานการประชุม ทางสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) ได้หารือประเด็นปัญหาของโครงการรถไฟฟ้า สายสีเขียว ส่วนต่อขยายที่ 1 และ 2 รวมถึงภาระหนี้ที่ค้างจ่ายเอกชน

โดยในตอนหนึ่ง นางกนกนุช กลิ่นสังข์ ส.ก.เขตดอนเมือง ในฐานะกรรมการวิสามัญศึกษาปัญหาของโครงการรถไฟฟ้า สายสีเขียว (บางส่วน) รายงานผลการศึกษาของรายงานผลการศึกษาของคณะกรรมการฯ ถึงปัญหาของโครงการรถไฟฟ้า สายสีเขียว ส่วนต่อขยายที่ 1 และ 2

โดยรายงานระบุว่า กทม. มีภาระค่าจ้างเดินรถและซ่อมบำรุง (O&M) ค้างชำระจำนวนมากช่วงฟ้องครั้งที่ 2 (มิถุนายน 2564 – ตุลาคม 2565) กทม.ต้องจ่ายรวม 12,245 ล้านบาท โดยส่วนต่อขยายที่ 1 เป็นเงินต้น 2,279 ล้านบาท ดอกเบี้ย 501 ล้านบาท ส่วนต่อขยายที่ 2 เป็นเงินต้น 7,848 ล้านบาท ดอกเบี้ย 1,617 ล้านบาท ช่วงพฤศจิกายน 2565 – ธันวาคม 2567 ต้องชำระเพิ่มรวม 17,121 ล้านบาท แบ่งเป็นส่วนต่อขยายที่ 1 เงินต้น 3,242 ล้านบาท ดอกเบี้ย 274 ล้านบาทส่วนต่อขยายที่ 2 เงินต้น 12,615 ล้านบาท ดอกเบี้ย 990 ล้านบาท

ขณะที่ประมาณการปี 2568 ทั้งปี (มกราคม – ธันวาคม) ต้องชำระอีก 8,361 ล้านบาท แบ่งเป็นส่วนต่อขยายที่ 1 จำนวน 2,612 ล้านบาทและส่วนต่อขยายที่ 2 อีก 6,149 ล้านบาท

“รวมภาระหนี้ทั้งหมด ทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยสูงถึง 31,522.8 ล้านบาท เป็นปัญหาใหญ่ที่กระทบต่อเสถียรภาพการเงินของ กทม.” นางกนกนุชระบุ

ทั้งนี้ กทม. มอบหมายให้กรุงเทพธนาคม เจรจากับ บริษัท ขนส่งมวลชนกรุงเทพ (BTSC) แล้ว 4 ครั้ง โดยเสนอแนวทางชำระหนี้ตาม “ต้นทุนจริง” ซึ่งต่ำกว่าสัญญา 18% แต่การเจรจาไม่ประสบความสำเร็จ เพราะ BTSC ไม่ยอมรับข้อเสนอ

โดยผลสรุปการเจรจามี 4 ทางเลือก เช่น ขอให้ถอนฟ้อง แลกกับการชำระหนี้ หรือหากไม่ยอม ต้องไปหาข้อยุติที่ศาลปกครองกลางรวมถึงการขอให้ลดดอกเบี้ย แต่หากไม่ยอม กทม. จะจ่ายเฉพาะต้นทุนก่อน

ด้าน BTSC เสนอให้ กทม. ชำระตรงภายใน ตุลาคม 2568 ครบทั้งเงินต้นและดอกเบี้ย เพื่อยุติปัญหาความซ้ำซ้อนทางการเงิน หากเงินไม่พอ ต้องนำไปตัดดอกเบี้ยค้างก่อน แล้วจึงตัดเงินต้น และหากผิดนัดชำระ อัตราดอกเบี้ยจะถูกปรับขึ้น กลับไปใช้อัตรา MLR+1% เช่นเดียวกับในคดีแรก

ด้าน คณะกรรมการวิสามัญฯ มีความเห็นว่า ดอกเบี้ยที่พอกพูนจะยิ่งซ้ำเติมภาระการเงินของ กทม.ให้หนักขึ้น พร้อมชี้ว่าคดีในศาลปกครองกลางมีแนวโน้มไปในทิศทางเดียวกับคดีแรก ซึ่งเคยมีคำพิพากษาให้ BTSC ชนะและได้รับสิทธิชำระหนี้ ดังนั้น จึงเสนอให้ฝ่ายบริหารเร่งดำเนินการเจรจาโดยเร็วที่สุดเพื่อหลีกเลี่ยงภาระดอกเบี้ยบานปลาย และรักษาผลประโยชน์สูงสุดแก่ กทม.

ด้าน นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ยืนยันว่า รับทราบรายงานแล้ว เตรียมตรวจสอบเงินสะสมจ่ายขาดและเงื่อนไขทางกฎหมายทั้งหมดพร้อมเร่งหาข้อยุติ คาดว่าจะมีความคืบหน้าภายใน 30 วัน ก่อนนำกลับมารายงานต่อที่ประชุมสภากรุงเทพมหานคร

ขณะที่ นายนภาพล จีระกุล ส.ก. เขตบางกอกน้อย ในฐานะประธานคณะกรรมการวิสามัญศึกษาปัญหาของโครงการรถไฟฟ้า สายสีเขียว (บางส่วน) กล่าวขอบคุณสภาที่มอบหมายให้ทำการศึกษาและหาทางแก้ไขย้ำว่าจุดมุ่งหมายสูงสุด คือให้ กทม. และประชาชนได้รับประโยชน์มากที่สุด

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...