โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

นายกฯเร่งประชุมวันนี้! ชงครม.เคาะขาดดุลงบปี 68 เพิ่ม 1.5 แสนล้าน รับ “ดิจิทัลวอลเล็ต”

ข่าวหุ้นธุรกิจ

เผยแพร่ 02 เม.ย. 2567 เวลา 04.14 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

ผู้สื่อข่าวรายงาน จากแหล่งข่าวทำเนียบรัฐบาล ว่าความคืบหน้าเรื่องการหาแหล่งเงินมาทำโครงการเติมเงิน 10,000 บาทในกระเป๋าเงินดิจิทัลวอลเล็ต วงเงิน 5 แสนล้านบาท ซึ่งนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง ได้สั่งการให้กระทรวงการคลัง และสำนักงบประมาณไปหารือกันให้ได้ความชัดเจนก่อนที่จะมีการประชุมคณะกรรมการฯ อีกครั้งในวันที่ 10 เม.ย.นี้

โดยก่อนหน้านี้กระทรวงการคลังได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับแหล่งเงินที่จะใช้ในโครงการนี้ว่าเป็นไปได้ 3 รูปแบบคือ การใช้เงินกู้เหมือนเดิมโดยออก พ.ร.บ.กู้เงิน, การใช้งบประมาณจากงบประมาณปี 67 โดยการออก พ.ร.บ.โอนงบประมาณ บวกกับการกู้ขาดดุลงบประมาณเพิ่มเติมในปีงบประมาณ 68 และการใช้แหล่งเงินแบบผสมระหว่างเงินกู้ และเงินงบประมาณ

ทั้งนี้หากรัฐบาลจะใช้วงเงินงบประมาณปี 68 บางส่วนมาใช้ในโครงการนี้จะต้องปรับการกู้เงินขาดดุลงบประมาณจากเดิม ที่ตั้งการขาดดุลงบประมาณไว้ 7.13 แสนล้านบาท ซึ่งในส่วนนี้ทำให้จะต้องมีการปรับเปลี่ยนกรอบวงเงินงบประมาณปี 68 ที่มีการกำหนดไว้เดิม 3.6 ล้านล้านบาท และขาดดุลงบประมาณ 7.13 แสนล้านบาท นอกจากนั้นจะต้องมีการปรับกรอบวงเงินระยะปานกลางของประเทศในปี 67-71 ด้วย ซึ่งการปรับกรอบดังกล่าวจะต้องเข้าสู่การประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินการคลังของรัฐก่อนที่จะเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณา โดยก่อนหน้านี้เคยมีการปรับกรอบการเงินระปานกลางไปแล้ว 1 ครั้งในเดือน ธ.ค. 67

สำหรับความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับการหาแหล่งเงินในโครงการนี้ ล่าสุดวานนี้ (1 เม.ย. 67) นายเศรษฐา นายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง ได้มีการเรียกประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินการคลัง.ของรัฐ ประชุมด่วนที่ทำเนียบรัฐบาล โดยมีหน่วยงานเศรษฐกิจเข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง ได้แก่ กระทรวงการคลัง สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.), สำนักงบประมาณ, สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) และธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)

อย่างไรก็ตามในส่วนของ ธปท. นายเศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยไม่ได้เดินทางมาประชุมด้วยตัวเองแต่มอบหมายให้นางอลิศรา มหาสันทนะ รองผู้ว่าการด้านเสถียรภาพการเงิน มาประชุมแทน ทั้งนี้การประชุมใช้ระยะเวลาประมาณ 20 นาที

โดยภายหลังการประชุมฯ แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลังเปิดเผยว่าที่ประชุมฯ เห็นชอบให้มีการขาดดุลงบประมาณในปี 68 เพิ่มอีกเป็นวงเงินประมาณ 1.5 แสนล้านบาทเศษ จากเดิมที่ตั้งงบประมาณขาดดุลฯไว้ 7.13 แสนล้านบาท รวมเป็นการขาดดุลงบประมาณปี 68 ประมาณ 8.6 แสนล้านบาทเศษ ซึ่งจะเป็นการขาดดุลฯ เพื่อรองรับการทำโครงการดิจิทัลวอลเล็ต โดยจะขาดดุลงบประมาณสูงระดับนี้แค่เพียงปีงบประมาณเดียว

ส่วนวงเงินที่เหลืออีกประมาณ 3.5 แสนล้านบาทนั้น ขณะนี้ยังไม่แน่ชัดว่าจะมาจากแหล่งเงินใดบ้าง แต่จะมีจากการโอน พ.ร.บ.งบประมาณปี 67 การใช้งบกลางฯ บางส่วน รวมทั้งยังไม่ตัดเรื่องของการออก พ.ร.บ.กู้เงินฯ ออกไปแต่จะใช้การกู้เงินในวงเงินน้อยลง ซึ่งขณะนี้จะต้องมีการหารือกันอีกครั้งระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะภายหลังจากที่ พ.ร.บ.งบประมาณฯ 67 ประกาศใช้ก็จะมีความชัดเจนในเรื่องของประสิทธิภาพการเบิกจ่ายงบประมาณ หากมีการเบิกจ่ายไม่ได้ตามเป้าหมาย หรือล่าช้ามากรัฐบาลก็จะโอนงบประมาณส่วนนี้กลับมาได้มาก

ทั้งนี้ การปรับกรอบการคลังระยะปานกลางเนื่องจากมีการขาดดุลงบประมาณในปี 68 เพิ่มอีก 1.5 แสนล้านบาท จะมีการนำเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันนี้ (2 เม.ย. 67) ทันที

ในส่วนของการเรียกประชุม 4 หน่วยงานเศรษฐกิจของนายกรัฐมนตรี ได้แก่ กระทรวงการคลัง, สำนักงบประมาณ, สศช. และ ธปท.จะมีขึ้นภายในสัปดาห์นี้ เพื่อให้วันที่ 9 เม.ย. จะสามารถเสนอให้ที่ประชุมครม. เห็นชอบกรอบวงเงินงบประมาณปี 68 ที่มีการปรับปรุงใหม่ได้ตามปฏิทินงบประมาณที่กำหนดไว้

ด้านนายกฤษฎา จีนะวิจารณะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่าการประชุมในวันนี้มีการปรับกรอบการคลังระยะปานกลางเพื่อให้เป็นปัจจุบันมากขึ้น และรองรับการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล

ขณะที่นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่าการปรับกรอบงบประมาณ 68 ต้องดูในเรื่องของการเปลี่ยนแปลงทั้งในเรื่องของรายรับและรายจ่าย ก็ต้องมีการปรับทั้งในส่วนของงบประมาณ 68 และปรับกรอบงบประมาณ 68 ให้มีความสอดคล้องกัน

ทั้งนี้ การจัดทำกรอบการคลังระยะปานกลางกำหนดว่าให้มีการทบทวนและปรับเปลี่ยนได้ ซึ่งบอกว่าอย่างน้อยปีละ 1ครั้งต้องมีการปรับ แต่หากมีเหตุการณ์ที่สำคัญจำเป็นก็ต้องมีการปรับเปลี่ยนให้เหมาะสม

“เราก็ดูว่าการจัดทำงบประมาณ 68 ที่อยู่ระหว่างการจัดทำมีการปรับปรุงอะไร มีรายการอะไรที่ต้องไปดูแลภาคเศรษฐกิจให้มากขึ้นก็ต้องมาพิจารณาดูในส่วนนี้ ทั้งนี้ก็มีการปรับกรอบการคลังระยะปานกลางตารายละเอียดต้องรอให้ สศค.ให้รายละเอียดต่อไป” นายลวรณ กล่าว

เมื่อถามว่าดูแลภาคเศรษฐกิจก็คือการทำงบฯ ไว้รองรับโครงการดิจิทัลวอลเล็ตใช่หรือไม่ ปลัดกระทรวงการคลังตอบว่าก็ดูทุกอย่าง เพราะกรอบงบฯ นี้ทำมาตั้งแต่เกือบปีก่อนก็มีเหตุการณ์และสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป ก็ดูตรงนี้ว่ามีความเหมาะสมมากกว่าหรือไม่ ถ้าปรับบางรายการให้สะท้อนภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน

นายพรชัย ฐีระเวช ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กล่าวว่าการปรับกรอบงบประมาณปี 68 และแผนการคลังระยะปานกลาง เป็นการปรับตามกรอบความเหมาะสมของภาวะเศรษฐกิจเนื่องจากในปี 67 ตัวเลขเศรษฐกิจต่างๆ เริ่มชะลอตัวลง โดย สศช.ก็บอกว่าเศรษฐกิจในปีนี้น่าจะโตได้แค่ประมาณ 2.7% แต่กรอบการคลังระยะปานกลางนั้นเราทำตั้งแต่ปีก่อนซึ่งสูงกว่านี้ ดังนั้นก็ต้องดูว่าจะมีการรองรับสภาวะเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างไร เพราะต้องมีเม็ดเงินตัวหนึ่งไปกระตุ้นเศรษฐกิจได้

เมื่อถามว่ากระตุ้นเศรษฐกิจในขณะนี้นั้นเป็นดิจิทัลวอลเล็ตใช่หรือไม่ ผ.อ.สศค.กล่าวว่าตอนนี้ไม่สามารถพูดได้ชัดเจนขนาดนั้นเพราะตอนนี้เราพูดกันในเรื่องของภาพรวมเศรษฐกิจที่มีการเปลี่ยนแปลงไป และต้องมีการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมส่วนจะขาดดุลงบประมาณเท่าไหร่จะต้องเข้าครม. ก่อน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...