เดือด! “เศรษฐา” เอาจริง ลั่นกลางวง “ตำรวจ” ห้ามให้ข่าว-หยุดดราม่า
“เศรษฐา” มอบนโยบาย “ตำรวจ” หลังให้ “บิ๊กต่าย” คุม สตช. ลั่น กลางวง “ตำรวจ” มีปัญหานายกฯ ต้องเป็นที่พึ่ง สั่งหยุดดราม่าห้ามให้ข่าว ต้องสามัคคี ไม่แบ่งฝักฝ่าย เดินหน้าทำงานเพื่อประชาชน ส่วนปม“บิ๊กต่อ” – “บิ๊กโจ๊ก” ปล่อยให้กระบวนการยุติธรรมพิสูจน์ความจริง พร้อมให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย
“เศรษฐา” นายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ หรือ ก.ตร. เดินทางมาเป็นประธานการประชุมมอบนโยบาย ข้าราชการตำรวจทั่วประเทศในระดับผู้บัญชาการ หรือ ผบช.
ภายหลังจากเมื่อวานนี้ (20 มีนาคม 2567) เซ็นคำสั่งให้พลตำรวจเอกต่อศักดิ์ สุขวิมล ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และ พลตำรวจเอกสุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เข้ามาช่วยราชการที่สำนักนายกรัฐมนตรี 60 วัน เพื่อรอผลจากการตั้งคณะกรรมการ ตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายกรณีปรากฏเป็นข่าวต่อสาธารณะ เกี่ยวกับความขัดแย้งในเรื่องคดีของบุคคลากรภายในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และมีคำสั่งมอบหมายให้พลตำรวจเอกกิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ
“เศรษฐา” กล่าวระหว่างการประชุมว่า “ตำรวจต้องเป็นที่พึ่งของประชาชน เป็นคำสั้นๆง่ายๆ หากองค์กรตำรวจ มีปัญหานายกฯต้องเป็นที่พึ่งของตำรวจ และ ก็ต้องก่อให้เกิดกระบวนการยุติธรรมที่เป็นธรรมกับทุกฝ่าย เพื่อให้ทุกอย่างเดินไปข้างหน้า ตนว่าวันนี้ทุกคนต้องหยุดเรื่องดราม่า ทั้งหลายที่เกิดขึ้น”
ระหว่างนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ให้สื่อมวลชนออกจากห้องประชุม ทำให้นายกรัฐมนตรี หันมามองแล้วพูดว่า “ให้สื่อมวลชนอยู่ฟังได้”
นายกฯ กล่าวต่อว่า “2 ท่านที่เป็นข่าวเมื่อวานนี้ ก็ต้องได้รับความยุติธรรม แล้วเมื่อใดที่ปัญหาของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เกิดขึ้นมา และทำให้การดูแลพี่น้องประชาชนหย่อนยานไป ก็ต้องมีการบริหารจัดการเกิดขึ้นมาใหม่ เราต้องคำนึงถึงหน้าที่ ที่เรามีอยู่ ว่าเราอยู่เพื่ออะไร ทำอะไร ดังนั้นขอสั่งให้ยุติการให้ข่าวเกี่ยวกับเรื่องทั้ง 2 ท่าน และให้กระบวนการยุติธรรมเดินไปข้างหน้าได้ เพื่อความถูกต้องและเพื่อความเป็นธรรมของทั้งสองฝ่ายด้วย ใครที่เคย Take size หรือให้ข่าวอะไร ขอให้หยุดไม่ต้องให้ข่าว เพราะการแทรกแซง เราก็เคยพูดแล้ว ไม่เห็นด้วย และไม่อยากให้ทุกท่านที่นั่งอยู่ที่นี้กลายเป็นตัวละครของการเล่นเรื่องเหล่านี้ และให้ท่านมีการพิสูจน์ตัวเองโดยที่ต้องไม่ต้องมาแทรกแซง ผู้ใต้บังคับบัญชา จึงให้ท่านไปช่วยราชการที่สำนักนายกรัฐมนตรี ตนมองว่า ถ้าการที่คนในเครื่องแบบทะเลาะกันประชาชนเดือด”
นายกฯ กล่าวถึงเรื่องการปราบปรามยาเสพติด การลักลอบนำเข้าจากต่างประเทศ ความมั่นคงอื่นทั้งทหารว่า “เป็นเรื่องที่สำคัญ อย่าบอกว่าเป็นหน้าที่อะไรของใคร ตนพร้อมรับผิดชอบ ประชาชนเดือดร้อน เรื่องของการปราบปรามหนี้นอกระบบ ปล่อยให้มีการกู้ยืมเงินที่มีอัตราดอกเบี้ยที่ไม่เป็นธรรมกับประชาชน เป็นเรื่องที่สำคัญมาก และยังไม่เห็นว่าเป็นเรื่องที่เป็นนโยบายหลักของรัฐบาลถูกบริหารจัดการได้อย่างดีพอ การเข้าสู่กระบวนการประนีประนอมหนี้ระหว่างเจ้าหนี้กับลูกหนี้มีจำนวนน้อย ชัดเจนว่ามีหลายประเด็น และที่สำคัญที่สุดประเด็นหนึ่งคือผู้มีอิทธิพล ทำให้ประชาชนไม่ค่อยอยากที่จะเข้าสู่ระบบการประนีประนอมหนี้ที่ควรจะเป็น ขอให้กำชับผู้การจังหวัด ผู้กำกับทุกคน ประสานงานกับฝ่ายความมั่นคง กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ขอให้ดูให้ดี
ส่วนการลักลอบนำเข้าสินค้าหนีภาษี และแรงงานต่างด้าวตามแนวชายแดน นายกฯ กล่าวว่า เป็นที่ประจักษ์ดีแล้วว่าเราให้ความสำคัญสูงมาก เพราะว่าราคายางพาราที่สูงขึ้นได้ในปัจจุบันเนื่องจากการทำงานของหลายๆฝ่าย กระทรวงเกษตรฯ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ฝ่ายทหาร ฝ่ายกระทรวงการคลัง หากราคายังขึ้นไม่ถึง 95 บาทต่อกิโลกรัม เชื่อว่าประชาชนจะมีกินมีใช้ ทำให้ปัญหาต่างๆที่กล่าวมาลดน้อยลง”
ส่วนการปราบปราม บ่อนการพนันสถานบริการต่างๆ นายกฯ ขอให้ยึดตามกฎหมายเป็นหลัก บ่อนต่างๆอย่าให้มี การปราบปรามเว็บพนันออนไลน์เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญ ขอเลยว่า ต้องให้ความสำคัญ เพราะฉะนั้นใครที่ดูแลเรื่องนี้อยู่ขอให้ขะมักเขม้นให้ดี อาวุธเถื่อนอาวุธสงครามเรื่องนี้เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ที่ต้องจัดการอย่างจริงจัง เรื่องอื่นๆของเล็กๆน้อยๆมากอย่างการเผาป่า PM 2.5 ในภาคเหนือภาคตะวันตกและภาคอีสานเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญที่ฝ่ายความมั่นคงอย่างเราต้องช่วยกัน ทำงานร่วมกันอย่างบูรณาการทุกๆภาคส่วนไม่ว่าจะเป็นกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมฝ่ายทหาร ต้องยึดมั่นในข้อบทกฎหมายอย่างภาค 5 ผู้บัญชาการภาค 5 ได้ทำไปเรื่องของการจับคนเผาป่า และมีเงินรางวัลนำจับ ถือเป็นวิธีการหนึ่ง เชื่อว่าพวกท่านมีอำนาจที่จะออกกฎเฉพาะกิจแต่แถวพื้นที่ของท่านเองเพื่อไม่ให้มีการเผาป่าเกิดขึ้น ส่วนนโยบายเรื่องการท่องเที่ยวติดเป็นเรื่องสำคัญการดูแลนักท่องเที่ยว นโยบายของรัฐบาลมีการผลักดันให้กระตุ้นเศรษฐกิจผ่านการท่องเที่ยว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ ระบบการตรวจคนเข้าเมืองที่มีปัญหาซึ่งตนถือว่าเป็นเรื่องที่มีความสำคัญและต้องให้ความสำคัญการลงพื้นที่ลงมาตรวจเช็คกับผู้ใต้บังคับบัญชาเองถือว่าเป็นเรื่องที่ต้องทำ เรื่องของไก่ผีต่างๆ ตื่นแล้วครับชาวต่างชาติเข้ามาทำธุรกิจไม่ถูกต้อง ต้นว่ารถท่านที่อยู่ในพื้นที่รู้อยู่แล้วว่าใครเป็นใครใครทำอะไรอยู่ เพราะฉะนั้นขอให้มีการกระชับทำงานอย่างเร่งด่วน ตนลงไปดูเรื่องสวัสดิการตำรวจชั้นผู้น้อย น่าจะมีความคืบหน้าไปได้จึงอยากขอคำตอบตรงนี้ ซึ่งรักษาการผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ก็ให้การตอบรับเรื่องนี้และขอให้เดินหน้าไปได้เร็ว
ส่วนเรื่องสุดท้าย นายกฯ กล่าวว่า “ก็พูดไปแล้ว คือเรื่องที่ต้องให้พวกเรากันเองมีความสมัครสมานสามัคคี เชื่อว่าทุกคนก็เป็นคน มีการรักชอบใครต่างๆกันไป ไม่เชื่อว่าสำนักงานตำรวจแห่งชาติก็เข้าใจถึงปัญหา ที่เกิดขึ้นทั้งหลายเรื่องความสมัครสมานสามัคคีการเทคไซด์ แบ่งพรรคพวก แบ่งลูกน้องอะไรยังไงทั้งหลาย เราเชื่อว่าเก็บความรักไว้ในใจของตัวเองดีกว่าวันนี้เอาประชาชนเป็นที่ตั้งและดูแลประชาชนให้ดีที่สุด เรื่องของคดีต่างๆที่เกิดขึ้นมา เหตุการณ์เมื่อวานนี้ก็ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของกระบวนการยุติธรรมซึ่งเราก็มีคณะกรรมการแล้ว 3 ท่าน หลังจากที่มีบทสรุปแล้วก็จะเข้าก.ตร.เพื่อจะให้ทำอีกครั้งหนึ่ง ขออย่าห่วง ตนจะให้ความยุติธรรมกับทุกฝ่ายเพราะไม่ฝักใฝ่กับใครคนใดคนหนึ่ง เราอยู่ตรงนี้ดูแลประชาชน ขอยืนยันตรงนี้ ตนเชื่อว่าทำงานด้วยกันได้ และองค์กรสำนักงานตำรวจแห่งชาติก็จะเดินได้อย่างสมศักดิ์ศรี”
ขณะที่รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ระบุว่า จะเดินหน้า ข้อสำคัญทั้งหมดที่นายกรัฐมนตรีได้มอบให้ อย่างจริงจัง และตนจะทำหน้าที่ของรักษาการ เพื่อนำไปสู่ความสงบสุขและความอยู่ดีกินดีอยู่ดีของประชาชน