โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

“ศาลแพ่ง” สั่ง STARK ชดใช้ค่าเสียหาย “กสิกรไทย” ผิดนัดหุ้นกู้ 4 รุ่น กว่า 5 พันล้าน

ข่าวหุ้นธุรกิจ

เผยแพร่ 23 เม.ย. 2567 เวลา 07.49 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (23 เม.ย. 67) ศาลแพ่งกรุงเทพใต้ ได้นัดอ่านคำพิพากษาคดีหมายเลขดำ ที่ ผบ.347 , 403 / 2566 ที่โจทก์คือ ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ในฐานะผู้ถือหุ้นแทน ฟ้องร้องบริษัท สตาร์ค คอร์เปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ STARK ซึ่งศาลได้มีการวินิจฉัยและตัดสินว่า STARK การกระทำผิดสัญญาและผิดนัดชำระหนี้ โดยต้องคืนเงินให้กับธนาคารกสิกรไทยในฐานะผู้ถือหุ้นกู้แทน ของหุ้นกู้ได้แก่ 1. หุ้นกู้ ครั้งที่ 1/2564 ชุดที่ 1 ครบกำหนดไถ่ถอนปี พ.ศ. 2566 (STARK239A), 2. หุ้นกู้ ครั้งที่ 1/2564 ชุดที่ 2 ครบกำหนดไถ่ถอนปี พ.ศ. 2567 (STARK249A), 3. หุ้นกู้ ครั้งที่ 1/2565 ชุดที่ 2 ครบกำหนดไถ่ถอนปี พ.ศ. 2567 (STARK245A) และ 4. หุ้นกู้ ครั้งที่ 1/2565 ชุดที่ 3 ครบกำหนดไถ่ถอนปี พ.ศ. 2568 (STARK255A)

นายวีรพัฒน์ ปริยวงศ์ ทนายความผู้รับมอบอำนาจจากผู้เสียหายกลุ่มรวมพลังหุ้นกู้ STARK ซึ่งเข้าร่วมรับฟังการพิจารณา เปิดเผยว่า ศาลได้มี คำพิพากษา STARK ต้องคืนเงินต้นทั้งหมดพร้อมดอกเบี้ย รวมถึงศาลได้มีการกำหนดค่าเสียหายเพื่อลงโทษ 1 ใน 4 ของความเสียหาย ซึ่งต้องดูว่าศาลจะมีวิธีคิดคำนวนอย่างไร แต่ตามกฎหมายสามารถกำหนดค่าเสีย 1 เท่าตัวได้ อาทิเช่น ค่าเสียหายมูลค่าประมาณ 5,000 ล้านบาท จากคำตัดสินให้ค่าเสียหายเพิ่ม 1 ใน 4 ก็เป็นค่าเสียหายระดับ 1,000 ล้านบาทเหมือนกัน โดยศาลได้พิจารณาแล้วว่าเป็นคดีที่มีการเอาเปรียบผู้บริโภค ซึ่งตัวเลขที่แน่ชัดต้องรอคัดคำพิพากษาของศาลอีกครั้ง

ขณะเดียวกันยังมีผู้เสียหายในกลุ่มผู้ถือหุ้นกู้ ครั้งที่ 2/2565 ครบกำหนดไถ่ถอนปี พ.ศ. 2567 (STARK242A) ผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ คือ บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด ซึ่งได้มีการฟ้องร้องแล้ว และตามข้อกฎหมายสามารถนำคำพิพากษา คดีหมายเลขดำ ที่ ผบ.347 , 403 / 2566 ไปใช้ประกอบในการดำเนินคดีได้ และเชื่อว่าศาลจะมีการตัดสินไปในทางเดียวกันกับคดีนี้

โดยหลังจากที่ศาลตัดสินแล้ว ต้องดูว่า STARK จะมีการดำเนินการอย่างไร จะสู้คดีหรือไม่ เนื่องจากก่อนหน้านี้มีการอ้างบริษัทอยู่ในสภาวะถูกยึดทรัพย์ ไม่มีทรัพย์สินพอที่จะชดใช้คืนผู้เสียหาย ซึ่งต้องดูว่าจะมีการเจรจาบังคับคดีเพื่อคืนทรัพย์อย่างไร หากมีการอุทธรณ์ก็ต้องสู้คดีต่อไป หากไม่อุทธรณ์ก็ต้องดูว่ามีทรัพย์สินพอที่จะคืนเงินผู้เสียหายหรือไม่ตามคำพิพากษา หากไม่คืนหรือไม่พอคืนก็อาจมีการขอให้ศาลมีคำพิพากษายึดทรัพย์ขายทอดตลาด แต่ปัจจุบันทรัพย์สินในส่วนของ STARK และผู้ถูกกล่าวหาทาง สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (กลต.) และ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน(ปปง.) ยึดอายัดไว้จึงทำให้บังคับคดีลำบาก

ทั้งนี้ ทางผู้เสียหายที่เป็นประชาชนอาจดำเนินการฟ้องผู้เกี่ยวข้องรายบุคคลเพิ่มเติมเช่น ผู้บริหาร ที่ปรึกษาทางการเงิน ที่ปรึกษาสำนักงานบัญชี เป็นต้น ทางกลุ่มรวมพลังหุ้นกู้สตาร์คที่ฟ้องจำเลย 24 ราย ได้มีการยื่นคำร้องขอดำเนินคดีผู้บริโภคแบบกลุ่ม หรือ consumer class action ไปแล้ว และฟ้องเรียกเสียหายเพิ่ม 2 เท่า จากค่าเสียหายประมาณกว่า 9,000 ล้านบาท ฟ้องค่าเสียหายเป็น 27,000 ล้านบาท เนื่องจากเป็นกรณีที่จงใจฉ้อฉลเอาเปรียบประชาชน ซึ่งศาลแพ่งกรุงเทพใต้ได้รับคำร้องแล้ว และคดีกำลังไต่สวนไปต่อเนื่อง รวมถึงขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาศึกษาเพิ่มเติมข้อมูลเกี่ยวกับการฟ้องคดีอาญาเพิ่มเติม เนื่องจากมีจำเลยบางรายยังไม่ถูกฟ้องดำเนินคดี

อย่างไรก็ตามศาลได้มีการนัดพิจารณากรณีที่ทางกลุ่มรวมพลังหุ้นกู้สตาร์ค คดีผู้บริโภคแบบกลุ่ม หรือ consumer class action ในวันที่ 7 มิ.ย.นี้ รวมถึงจะมีกิจกรรมขอลกลุ่มรวมพลังหุ้นกู้ STARK ที่โรงแรมคลาวด์ พลาซ่า สีลม ในวันที่ 3 พ.ค.นี้ เพื่อชี้แจงให้ประชาชนรับทราบและเข้าใจว่าจะมีการเดินหน้าในการดำเนินคดีอย่างไรประชาชนผู้เสียหายติดตามข่าวสารการฟ้องคดีโดยกลุ่มรวมพลังหุ้นกู้สตาร์คได้ทาง https://bit.ly/ThaiStarkLine

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...