โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

ถึงจีนเช้านี้! รองนายกรัฐมนตรี พร้อมคณะสื่อมวลชน เดินทางถึงจีน ลงพื้นที่ดูความเป็นอยู่ชาวอุยกูร์ที่ไทยส่งกลับ

สวพ.FM91

อัพเดต 19 มี.ค. 2568 เวลา 01.05 น. • เผยแพร่ 19 มี.ค. 2568 เวลา 01.05 น.

เมื่อเวลา 23.30น. วันที่ 18 มี.ค.68 ที่ท่าอากาศกองบิน 6 นายภูมิธรรม เวชชัย รองนายกฯ และกลาโหม พร้อมด้วย พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม พลตำรวจเอก รอย อิงค์ไพโรจน์ ที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรี และคณะผู้แทนไทย ออกเดินทางจากท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 ด้วยเครื่องบินกองทัพอากาศ ถึงเขตปกครองตนเองซินเจียงอุยกูร์ สาธารณรัฐประชาชนจีนช่วงเช้าวันนี้ ( 19 มี.ค.68) เวลาประมาณ 08.40 น ตามเวลาไทย และจะลงพื้นที่เมืองคาซือ เพื่อไปดูชีวิตความเป็นอยู่ของชาวอุยกูร์ หลังจากประเทศไทยส่งกลับ

โดยคณะจะเดินถึงเมื่อเดินทางไปถึง คณะจะแบ่งออกเป็น 2 ชุด คือ ชุดของนายภูมิธรรม กับ ชุดของ พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม ทั้งนี้ ที่ต้องมีการแยกคณะ เนื่องจากมณฑลซินเจียงเป็นพื้นที่ใหญ่มาก ใหญ่กว่าประเทศไทยถึง 3 เท่า และชาวอุยกูร์ต่างก็แยกย้ายกันกลับภูมิลำเนา ตามเมืองต่างๆในมณฑลซินเจียง ซึ่งอยู่ห่างไกลกัน โดยคณะต้องนั่งรถออกไป 250-300 กิโลเมตร

นอกจากนี้ จะมีการหารือกับผู้นำศาสนาอิสลาม ที่มัสยิดอิดกะฮ์ รวมทั้งมีการประชุมหารือร่วมกับแพทย์ที่รักษาตัวชาวอุยกูร์ ก่อนที่ช่วงค่ำ จะหารือกับ นายหม่า ซิงรุ่ย เลขาธิการคณะกรรมการพรรคคอมมิวนิสต์ เขตปกครองตนเองซินเจียงอุยกูร์

นายภูมิธรรม กล่าวว่า การเดินทางครั้งนี้ ตนตั้งใจจะไปดู 40 คนที่เราส่งไปล่าสุด และขณะนี้ยังได้ขอทางจีนผ่านทางนายหาน จื้อเฉียง เอกอักคราชทูตจีนประจำประเทศไทย เพื่อเจอกับกลุ่มชาวอุยกูที่ส่งไปรอบก่อนหน้านี้ ซี่งก็ไม่ได้ปฏิเสธ คิดว่าจะพยายามจัดการให้

“อยากให้เห็นว่ากระบวนการต่างๆสามารถทำให้ชาวอุยกูร์เลือกอนาคตของตัวเองได้ ตนตั้งใจเจอทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องและจะไปพบกับผู้นำทางศาสนาอิสลามในพื้นที่ที่คลายกับจุฬาราชมนตรีของไทย รวมถึงแพทย์ผู้ให้การรักษา เพื่อให้รู้ว่าเขากลับไปแล้วภาพเป็นอยู่เมื่อส่งกลับบ้านแล้วเป็นอย่างไร เราพยายามไปเจอที่บ้านให้ได้มากที่สุด แต่เท่าที่ทราบเขาอยู่ห่างไกลกันมาก เนื่องจากพื้นที่ซินเจียงอุยกูร์ เขาใหญ่กว่าไทยถึง 3 เท่า โดยจะพบกับชาวอุยกูที่อยู่ใกล้เมืองคาซือ ระยะทางห่างประมาณ 150 -170 กิโลเมตร แต่ถ้าไกลกันมาก ก็ขอให้ซูมมาจะได้พูดคุยและเห็นหน้า พร้อมทั้งยังได้ขอนายหาน ให้สื่อมวลชนที่ไปกับคณะเข้าไปยังบ้านพักที่ตนเข้าไปพบด้วย ตนขอให้ทางการจีนยืดหยุ่นกับเรา ถ้ามีเงื่อนไขเต็มไปหมดแล้วไม่ได้เจอใครเลยถ้าไปอย่างนี้ตนตายแน่ เราอยากดูชาวอุยกูย์ตามสิ่งที่เขาเป็นเพื่อให้เห็นว่าตอนนี้เปลี่ยนแปลงไปอย่างไร รวมถึงการฝึกอาชีพให้กับเขาอย่างไร เพื่อให้รู้ว่าตอนนี้ต่างไปจาก 10 ปีที่แล้วอย่างไร และเหตุผลที่ขอให้เบลอภาพชาวอุยกูร์นั้นเพราะเป็นความประสงค์ของเขาเพราะเขาอยากกลับไปใช้ชีวิตแบบปกติ” นายภูมิธรรม กล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...