โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เปิดโลก Leverage: เครื่องมือทวีกำไรหรือดาบสองคม ?| เงินทองของจริง

Ch7HD News - ข่าวช่อง7

อัพเดต 23 เม.ย. 2568 เวลา 04.51 น. • เผยแพร่ 23 เม.ย. 2568 เวลา 03.51 น. • TEROASIA
เปิดโลก Leverage: เครื่องมือทวีกำไรหรือดาบสองคม ?| เงินทองของจริง

Leverage คือเครื่องมือที่นักลงทุนใช้เพื่อเพิ่มอำนาจในการซื้อขายหลักทรัพย์ให้มากกว่าจำนวนเงินที่มีอยู่จริง เพื่อสร้างโอกาสในการทำกำไรที่สูงขึ้น แต่ก็มาพร้อมกับความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นเช่นกัน บทความนี้จะอธิบายถึงหลักการทำงาน ประเภท ข้อดีและข้อเสียของ Leverage ที่นักลงทุนควรพิจารณาก่อนนำไปใช้

Leverage คืออะไร ?

Leverage เป็นการใช้เงินกู้ยืมเพื่อเพิ่มกำลังซื้อในการลงทุน โดยผ่านผลิตภัณฑ์ทางการเงินต่างๆ ที่โบรกเกอร์นำเสนอ เช่น หากใช้ Leverage ในอัตรา 1:5 หมายความว่าเราใช้เงินลงทุนของตัวเอง 1 หน่วย แต่สามารถเปิดสถานะการลงทุนได้ถึง 5 หน่วย

ตัวอย่างการใช้ Leverage

สมมติว่าเรามีเงินลงทุน 100,000 บาท ต้องการซื้อหุ้นที่ราคา 100 บาทต่อหุ้น:

- กรณีไม่ใช้ Leverage: เราจะซื้อได้ 1,000 หุ้น

- กรณีใช้ Leverage 5 เท่า: เราจะซื้อได้ถึง 5,000 หุ้น

เมื่อราคาหุ้นเพิ่มขึ้น 10%

- ไม่ใช้ Leverage: กำไร = (110 - 100) × 1,000 = 10,000 บาท (กำไร 10% ของเงินลงทุน)

- ใช้ Leverage 5 เท่า: กำไร = (110 - 100) × 5,000 = 50,000 บาท (กำไร 50% ของเงินลงทุน)

เมื่อราคาหุ้นลดลง 10%

- ไม่ใช้ Leverage: ขาดทุน = (100 - 90) × 1,000 = 10,000 บาท (ขาดทุน 10% ของเงินลงทุน)

- ใช้ Leverage 5 เท่า: ขาดทุน = (100 - 90) × 5,000 = 50,000 บาท (ขาดทุน 50% ของเงินลงทุน)

ประเภทของ Leverage ในตลาดหุ้น

1. การซื้อขายด้วยมาร์จิ้น (Margin Trading)

- การกู้เงินจากโบรกเกอร์เพื่อซื้อหุ้น

- มีค่าใช้จ่ายในรูปของดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายให้โบรกเกอร์

2. SET50 Index Futures

- สัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่อ้างอิงดัชนี SET50

- สามารถใช้ป้องกันความเสี่ยงของพอร์ตหุ้นได้

- ทิศทางเป็นไปตามการเคลื่อนไหวของหุ้น 50 ตัวที่มีมูลค่าสูงสุดในตลาด

3. Derivative Warrants (DW)

- ใบสำคัญแสดงสิทธิในการซื้อหรือขายหุ้นในอนาคต

- แบ่งเป็น Call DW (คาดว่าราคาหุ้นจะขึ้น) และ Put DW (คาดว่าราคาหุ้นจะลง)

- มีวันหมดอายุและค่าเสื่อมเวลา ทำให้เหมาะกับการเทรดระยะสั้นมากกว่าระยะยาว

4. Single Stock Futures

- สัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่อ้างอิงกับหุ้นรายตัว

- 1 สัญญาเท่ากับการซื้อหุ้นอ้างอิง 1,000 หุ้น

- มักมีสภาพคล่องน้อย ทำให้มีความเสี่ยงสูงหากราคาเคลื่อนไหวในทิศทางตรงข้าม

5. การใช้ Block Trade

- เครื่องมือที่มี Leverage สูงมาก สำหรับการซื้อขายหุ้นขนาดใหญ่

- เหมาะกับหุ้นที่มีสภาพคล่องสูง

- ต้องทำรายการผ่านเจ้าหน้าที่การตลาดของโบรกเกอร์โดยตรง

- มีมูลค่าสัญญาสูง จึงต้องวางแผนอย่างรอบคอบ

ความเสี่ยงของการใช้ Leverage

1. โอกาสขาดทุนเพิ่มขึ้น

- หากราคาเคลื่อนไหวในทิศทางตรงข้ามกับที่คาดการณ์ อาจทำให้สูญเสียเงินจำนวนมากอย่างรวดเร็ว

- ควรกำหนดจุด Stop Loss เพื่อควบคุมความเสี่ยงเสมอ

2. ค่าธรรมเนียมที่เพิ่มขึ้น

- การใช้ Leverage มากขึ้นทำให้มีค่าธรรมเนียมสูงขึ้นตามไปด้วย

ข้อควรพิจารณาก่อนใช้ Leverage

- Leverage เหมาะสำหรับนักลงทุนที่มีประสบการณ์แล้ว

- ควรศึกษาประเภทและเครื่องมือที่ใช้ Leverage อย่างละเอียดก่อนเริ่มลงทุนจริง

- ในสภาวะตลาดที่มีความผันผวนสูง การใช้ Leverage อาจนำมาซึ่งความเสี่ยงที่มากเกินไป

- แต่ละประเภทของ Leverage เหมาะกับสินค้าที่แตกต่างกันและมีอัตรา Leverage ที่แตกต่างกัน

Leverage เป็นเครื่องมือที่ทรงพลังในการเพิ่มผลตอบแทนจากการลงทุน แต่ก็มาพร้อมกับความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นเช่นกัน การใช้ Leverage อย่างถูกต้องและรอบคอบจะช่วยให้นักลงทุนสามารถใช้ประโยชน์จากเครื่องมือนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่หากใช้อย่างไม่ระมัดระวัง อาจสร้างความเสียหายอย่างรุนแรงต่อพอร์ตการลงทุนได้

พบกับ "โคชหนุ่ม" และ "กาย สวิตต์" ได้ใน "เงินทองของจริง" ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 8.30-8.40 น. ทางช่อง 7HD กด 35 และช่องทางออนไลน์ TERO Digital

รับชมผ่าน YouTube ได้ที่ https://youtu.be/jIwKUW7w4j8?si=mzmjiLv5wg3miEdp

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...