โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

‘หุ้นเกาหลีใต้’ สู่วิกฤตฟองสบู่เก็งกำไร.!

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 15 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

กระแสการเติบโตแบบก้าวกระโดดของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ทั่วโลก อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และเทคโนโลยีของเกาหลีใต้ กลายเป็นหนึ่งในหมุดหมายหลัก ที่นักลงทุนทั่วโลกให้ความสนใจอย่างยิ่ง ความต้องการชิปหน่วยความจำขั้นสูงพุ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง ไม่เพียงแต่หนุนให้ผลประกอบการของบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำเติบโตอย่างแข็งแกร่ง แต่ส่งผลให้ระดับมูลค่าหุ้นปรับตัวลงมาอยู่ในจุดที่ดึงดูดใจ แต่ท่ามกลางความสดใสของปัจจัยพื้นฐาน เหล่าผู้เชี่ยวชาญทางการเงินและการลงทุนต่างออกมาเตือนถึง “ความผันผวนระดับสูง” ที่กำลังเข้าปกคลุมตลาดหุ้นเกาหลีใต้

ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ตลาดหุ้นเกาหลีใต้มีความน่าสนใจอย่างมากในเชิงโครงสร้าง นั่นคือการเติบโตของอุปสงค์ชิปหน่วยความจำเพื่อรองรับประมวลผลระบบ AI โดยผู้เชี่ยวชาญจาก J.P. Morgan Asset Management และบลจ.กสิกรไทย ต่างมีความเห็นตรงกันว่า ปัจจัยพื้นฐานของอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์เกาหลีใต้ ปัจจุบันมีความแข็งแกร่งกว่าอดีตอย่างเห็นได้ชัด รายงานผลประกอบการไตรมาส 2/69 ของบริษัทชั้นนำหลายแห่งเพิ่มขึ้นกว่า 100% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันปีก่อน ยิ่งไปกว่านั้น ยอดคำสั่งซื้อยังส่งสัญญาณบวกต่อเนื่องด้วย Backlog ที่ลากยาวถึงปี 2570 ขณะที่อัตราส่วนราคาต่อกำไรสุทธิ (P/E Ratio) ซื้อขายกันเพียงระดับ 4–5 เท่า สะท้อนว่ามูลค่าหุ้นยังไม่แพง เมื่อเทียบกับศักยภาพการเติบโตระยะยาว

อย่างไรก็ดีแม้ปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่ง แต่โครงสร้างตลาดหุ้นเกาหลีใต้ กลับแฝงไปด้วยความเสี่ยงจากพฤติกรรมของนักลงทุนภายในประเทศ ข้อมูลระบุว่า ปริมาณการซื้อขายในหุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่ เช่น Samsung Electronicsและ SK Hynix มีสัดส่วนเกือบ 90% ที่มาจากนักลงทุนรายย่อย โครงสร้างเช่นนี้ส่งผลให้ราคาหุ้นมีความอ่อนไหวต่อกระแสข่าวและอารมณ์ของตลาดอย่างรุนแรง ก่อให้เกิดการแกว่งตัวของราคาที่ผันผวนสูงและมีสถิติการเกิดมาตรการหยุดการซื้อขายชั่วคราว (Circuit Breaker) บ่อยครั้งกว่าตลาดหุ้นพัฒนาแล้วอื่น ๆในภูมิภาค

ปัญหาความผันผวนยิ่งถูกเร่งปฏิกิริยาด้วยการเลือกใช้เครื่องมือทางการเงิน ที่มีความเสี่ยงสูง (Financial Leverage) ของนักลงทุนรายย่อย กระแสความกลัวการตกขบวนหรือ FOMO (Fear of Missing Out) หลังจากเห็นผลตอบแทนที่โดดเด่นในอดีต ผลักดันให้นักลงทุนจำนวนมากหลั่งไหลเข้าสู่ตลาด แต่แทนที่จะเป็นการลงทุนหุ้นสามัญทั่วไป กลับมีการพึ่งพาบัญชีมาร์จิน (Margin Accounts) การลงทุนผ่านกองทุน Leveraged ETF ที่เพิ่มอัตราเร่งผลตอบแทนเป็น 2 ถึง 3 เท่า รวมถึง Single Stock ETF ที่อ้างอิงหุ้นรายตัว ช่วงที่ตลาดเป็นเทรนด์ขาขึ้น เครื่องมือเหล่านี้จะช่วยทวีคูณผลตอบแทนอย่างมหาศาล แต่เมื่อตลาดเกิดการปรับฐาน แรงขายคืนจะถูกขยายความรุนแรงขึ้นเป็นเท่าตัวเช่นกัน จนส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพโดยรวมของตลาด

ปรากฏการณ์ดังกล่าว ทำให้เกิดภาวะที่คล้ายคลึงกับ “ฟองสบู่เก็งกำไร” ของนักลงทุนรายย่อย โดยช่วงที่ตลาดร้อน แรงถึงขีดสุด ปริมาณการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันเคยพุ่งสูงกว่าระดับปกติถึง 4 เท่า สะท้อนถึงการเก็งกำไรที่ขาดการไตร่ตรองถึงปัจจัยพื้นฐาน ผู้บริหารจากบลจ.กสิกรไทย เน้นย้ำว่า การเข้าไล่ราคาในสินทรัพย์ที่ร้อนแรงโดยใช้ Leverage สูงช่วงตลาดเก็งกำไร อาจสร้างความเสียหายอย่างรุนแรงและรวดเร็ว เมื่อทิศทางตลาดเกิดการพลิกกลับอย่างฉับพลัน

ทางออกและคำแนะนำการจัดทัพลงทุน ผู้เชี่ยวชาญมีความเห็นร่วมกันว่านักลงทุนควรแยกแยะระหว่าง “ปัจจัยพื้นฐานระยะยาว” กับ “ความผันผวนระยะสั้น” ออกจากกัน สำหรับนักลงทุนระยะยาวสามารถมองเป็นโอกาสในการเข้าลงทุนแบบ Overweight ได้ แต่ต้องปรับเปลี่ยนกลยุทธ์โดยเน้นการทยอยสะสม (DCA) แทนการทุ่มเงินลงทุนในครั้งเดียว เพื่อถัวเฉลี่ยต้นทุนและลดแรงปะทะจากความผันผวนของราคาหุ้น

การบริหารความเสี่ยงระดับพอร์ตการลงทุนถือเป็นสิ่งสำคัญที่สุด ไม่ควรกระจุกตัวเงินลงทุนทั้งหมดไว้ในตลาดหุ้นเกาหลีใต้ หรือกลุ่มเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่ควรใช้วิธีการกระจายความเสี่ยง (Diversification) ไปยังสินทรัพย์ประ เภทอื่น หรือภูมิภาคอื่น ที่มีโครงสร้างตลาดมั่นคงกว่า เช่นการลงทุนผ่านพอร์ตแบบ Multi-Asset เพื่อช่วยสร้างสมดุลและลดระดับ Drawdown รวมของพอร์ตในช่วงที่ตลาดเกาหลีใต้เผชิญแรงขายปรับฐาน

“ตลาดหุ้นเกาหลีใต้” ยังเป็นหนึ่งในเค้กก้อนใหญ่ที่น่าสนใจบนเวทีเทคโนโลยีระดับโลก จากอานิสงส์ AI Mega-Trend แต่การจะคว้าโอกาสทองนี้ได้อย่างปลอดภัย นักลงทุนต้องพึงระมัดระวังไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของความร้อนแรงและการเก็งกำไรสุดโต่ง การมีวินัยการลงทุน หลีกเลี่ยงการใช้ Leverage เกินตัว และกระจายความเสี่ยงอย่างเหมาะสม จะเป็นเกราะป้องกันและการสร้างผลตอบแทนระยะยาว…

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...