โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

“ดาวโจนส์” ปิดลบ 95 จุด วิตกบอนด์ยีลด์ทะลุ 5% -น้ำมันแพงกดดันเงินเฟ้อ

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 9 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 10 ชั่วโมงที่ผ่านมา • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดการซื้อขายวันศุกร์ (18 ก.ย.69) ผสมผสาน โดยดัชนีดาวโจนส์ปรับตัวลง ท่ามกลางแรงกดดันจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปีที่พุ่งขึ้นเหนือระดับ 5% ขณะที่ราคาน้ำมันดิบยังยืนเหนือ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่งผลให้นักลงทุนยังคงกังวลต่อแนวโน้มเงินเฟ้อและทิศทางนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด)

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 51,682.64 จุด ลดลง 95.40 จุด หรือ 0.18% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 7,650.50 จุด เพิ่มขึ้น 12.74 จุด หรือ 0.17% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 26,522.55 จุด เพิ่มขึ้น 104.25 จุด หรือ 0.39%

ทั้งนี้ แรงซื้อหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ช่วยหนุนดัชนี Nasdaq และ S&P500 ปิดในแดนบวก อย่างไรก็ตาม ภาพรวมตลาดยังเผชิญแรงกดดันจากความกังวลด้านอัตราดอกเบี้ยและเงินเฟ้อ ส่งผลให้ดัชนีดาวโจนส์ปิดลดลง ขณะที่เมื่อพิจารณารายสัปดาห์ S&P500 ปรับตัวลงเล็กน้อย Nasdaq ปิดเพิ่มขึ้น ส่วนดาวโจนส์ลดลงรายสัปดาห์มากที่สุดนับตั้งแต่เดือนมี.ค.

นักวิเคราะห์ระบุว่า นักลงทุนชะลอการเปิดสถานะก่อนเข้าสู่ช่วงสุดสัปดาห์ หลังตลาดเผชิญปัจจัยสำคัญหลายด้านตลอดสัปดาห์ พร้อมประเมินผลกระทบทั้งระยะสั้นและระยะยาวจากทิศทางนโยบายการเงินของเฟด รวมถึงผลที่จะเกิดขึ้นต่อตลาดหุ้นและตลาดตราสารหนี้

ขณะเดียวกัน ความกังวลด้านเงินเฟ้อยังคงเป็นปัจจัยสำคัญ หลังราคาน้ำมันดิบปิดเหนือระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล แม้ลดลงจากระดับสูงสุดระหว่างวัน โดยราคาพลังงานที่อยู่ในระดับสูงยังผลักดันราคาดีเซลแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ และมีแนวโน้มเพิ่มแรงกดดันต่อต้นทุนในภาคเกษตรและการขนส่งทางเรือ

นักวิเคราะห์มองว่า ตลาดหุ้นยังเคลื่อนไหวสอดคล้องกับทิศทางราคาน้ำมันอย่างใกล้ชิด โดยเมื่อราคาน้ำมันปรับตัวขึ้น ความกังวลต่อเงินเฟ้อและต้นทุนทางการเงินจะกลับมากดดันตลาดมากขึ้น

ด้านธนาคารกลางทั่วโลกเริ่มดำเนินนโยบายการเงินเข้มงวดขึ้นเพื่อควบคุมเงินเฟ้อ โดยธนาคารกลางญี่ปุ่นปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยสู่ระดับสูงสุดในรอบ 31 ปี ตามทิศทางของเฟดและธนาคารกลางยุโรป (ECB) ขณะที่ธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) ยังคงตรึงอัตราดอกเบี้ย แต่ส่งสัญญาณว่าอาจปรับขึ้นดอกเบี้ยในระยะข้างหน้า

ล่าสุด ตลาดการเงินให้น้ำหนัก 55.4% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกครั้งในการประชุมเดือนต.ค. เพิ่มขึ้นจาก 42.5% เมื่อสัปดาห์ก่อน และ 7.2% เมื่อเดือนก่อน ตามข้อมูลจาก FedWatch Tool ของ CME

สำหรับหุ้นรายกลุ่มในดัชนี S&P500 หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีปรับตัวขึ้นมากที่สุด ขณะที่กลุ่มสาธารณูปโภคปรับตัวลงมากที่สุด

ด้าน Berkshire Hathaway เปิดเผยว่า วอร์เรน บัฟเฟตต์ เตรียมก้าวลงจากตำแหน่งประธานบริษัท และจะดำรงตำแหน่งประธานกิตติมศักดิ์ หลังส่งมอบตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารให้แก่เกร็ก อาเบลไปก่อนหน้านี้ โดยราคาหุ้น Berkshire Hathaway ปรับตัวลงเล็กน้อย

ส่วนหุ้น Xenon Pharmaceuticals ร่วงลง 30.7% หลังบริษัทระงับการรับผู้เข้าร่วมการทดลองทางคลินิกเป็นการชั่วคราว สำหรับยาทดลองเพื่อรักษาภาวะซึมเศร้ารุนแรงและโรคไบโพลาร์ ภายหลังมีรายงานเกี่ยวกับผลข้างเคียง

ขณะที่หุ้นที่เกี่ยวข้องกับคริปโทเคอร์เรนซี ได้แก่ Coinbase, Strategy และ Robinhood ปรับตัวขึ้นในช่วง 9.1-16.4% หลังราคาบิตคอยน์พุ่งขึ้น 5.9%

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...