โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

“ดาวโจนส์” เด้งกว่า 300 จุด แรงซื้อกลับหุ้นกลุ่มการเงินหนุน

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 21 ส.ค. เวลา 14.33 น. • เผยแพร่ 21 ส.ค. เวลา 14.33 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ดัชนีดาวโจนส์ฟื้นตัวขึ้นกว่า 300 จุดในการซื้อขายวันนี้ หลังจากตลาดหุ้นวอลล์สตรีทปรับตัวลดลงอย่างหนักในวันก่อนหน้า โดยได้รับแรงหนุนจากการเข้าซื้อหุ้นกลุ่มการเงิน รวมถึงหุ้นที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจคริปโทเคอร์เรนซี หลังราคาบิตคอยน์ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างแข็งแกร่งในสัปดาห์นี้

โดย ณ เวลา 21:26 น. ตามเวลาไทย ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปรับตัวเพิ่มขึ้น 365 จุด หรือ 0.69% มาอยู่ที่ระดับ 53,218 จุด

หุ้นกลุ่มการเงินปรับตัวขึ้นนำตลาด ขณะที่หุ้นที่เกี่ยวข้องกับคริปโทเคอร์เรนซีได้รับแรงซื้ออย่างคึกคัก โดยราคาบิตคอยน์ปรับตัวเพิ่มขึ้นมากกว่า 20% ในสัปดาห์นี้ ส่งผลให้หุ้น Robinhood พุ่งขึ้น 12% และหุ้น Coinbase ปรับตัวเพิ่มขึ้น 9%

ทั้งนี้ ดัชนีดาวโจนส์ร่วงลงกว่า 700 จุดในการซื้อขายวานนี้ ท่ามกลางแรงกดดันจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น รวมถึงอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐที่ดีดตัวขึ้น นอกจากนี้ นักลงทุนยังผิดหวังต่อผลประกอบการของ Walmart ที่ออกมาต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์

อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปีพุ่งขึ้นแตะระดับ 4.704% ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 30 ปีแตะระดับ 5.259% ในการซื้อขายวานนี้ แม้กระทรวงการคลังสหรัฐจะประกาศเพิ่มขนาดโครงการซื้อคืนพันธบัตรเป็น 2 เท่า เพื่อเพิ่มสภาพคล่องให้แก่ตลาด

การปรับตัวขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสะท้อนถึงความท้าทายในการแทรกแซงตลาด เนื่องจากตลาดพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐกำลังเผชิญแรงกดดันจากหลายปัจจัย โดยเฉพาะการแข่งขันจากการออกตราสารหนี้ภาคเอกชนในระดับสูงเป็นประวัติการณ์ ซึ่งส่วนหนึ่งเกี่ยวข้องกับการลงทุนด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง

ปัจจัยดังกล่าวส่งผลให้ค่า Term Premium ปรับตัวสูงขึ้น สะท้อนถึงผลตอบแทนเพิ่มเติมที่นักลงทุนต้องการเพื่อชดเชยความเสี่ยงจากการถือครองพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐในระยะยาว

ขณะเดียวกัน นักลงทุนยังคงติดตามสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด หลังประธานาธิบดีมาซูด เปเซชเคียน ผู้นำอิหร่าน กล่าวในวันนี้ว่า ถึงเวลาแล้วที่อิหร่านจะยุติสงครามกับสหรัฐ ซึ่งดำเนินมาเป็นเวลาหลายเดือน โดยระบุว่าอิหร่านอยู่ในสถานะที่แข็งแกร่งกว่าสหรัฐ

ปัจจุบัน อิหร่านยังคงปิดช่องแคบฮอร์มุซ ขณะที่สหรัฐยังคงดำเนินมาตรการปิดล้อมทางทะเลเพื่อตอบโต้อิหร่าน โดยประธานาธิบดีเปเซชเคียนระบุว่า การยุติสงครามในขณะนี้เป็นทางเลือกที่เหมาะสม เนื่องจากอิหร่านอยู่ในสถานะที่มีอำนาจและมีศักดิ์ศรี

ด้านกระทรวงการต่างประเทศอิหร่านระบุว่า สหรัฐกำลังดำเนินการที่เข้าข่าย “การก่อการร้ายทางเศรษฐกิจ” และก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติ หลังสหรัฐประกาศเตรียมเพิ่มมาตรการคว่ำบาตรเพื่อกดดันอิหร่าน พร้อมเรียกร้องให้ผู้ที่เกี่ยวข้องกับมาตรการดังกล่าวรับผิดชอบต่อการดำเนินการของตน

ขณะที่นายสก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐ กล่าวว่า สหรัฐจะใช้มาตรการคว่ำบาตรเพื่อกดดันและทำให้ระบอบการปกครองของอิหร่านล่มสลาย โดยเตรียมเปิดเผยรายละเอียดของมาตรการดังกล่าวในวันจันทร์ที่ 24 สิงหาคมนี้

สถานการณ์ดังกล่าวยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่นักลงทุนต้องติดตาม เนื่องจากความตึงเครียดในตะวันออกกลางอาจส่งผลต่อราคาน้ำมัน อัตราเงินเฟ้อ และทิศทางนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ ซึ่งจะมีผลต่อบรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นและตลาดพันธบัตรในระยะต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...