โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

คนญี่ปุ่นมีทริคเตรียมอาหารเทศกาลปีใหม่อย่างไรให้ประหยัดงบ

conomi

อัพเดต 15 ต.ค. 2567 เวลา 15.12 น. • เผยแพร่ 16 ต.ค. 2567 เวลา 12.00 น. • conomi.co

อีกเพียง 1 เดือนก็จะเข้าสู่เดือนสุดท้ายของปีกันแล้ว ซึ่งแน่นอนว่าเมื่อถึงเดือนธันวาทุกคนก็มักจะนึกถึงช่วงวันปีใหม่กันอย่างแน่นอน และธรรมเนียมช่วงวันปีใหม่ของคนญี่ปุ่นที่ขาดไม่ได้เลยคือการทานอาหารในเทศกาลปีใหม่ หรือที่เรียกว่า “おせち料理 (โอเซจิเรียวริ)” ถึงแม้ว่าในสมัยนี้จะสามารถหาซื้อมาทานได้ แต่ก็ยังมีบางบ้านที่ยังเตรียมทำโอเซจิเรียวริเองอยู่ด้วย การทำอาหารในเทศกาลเช่นนี้ถือเป็นการเตรียมการใหญ่แห่งปีอย่างหนึ่งเลยก็ว่าได้ และแน่นอนว่าจะต้องมีค่าใช้จ่ายและต้นทุนที่สูงพอสมควรทีเดียว แล้วคนญี่ปุ่นเขามีแบบแผนในการประหยัดงบช่วงปีใหม่สำหรับการเตรียมอาหารมือสำคัญแห่งปีกันอย่างไรบ้าง

โอเซจิเรียวริคืออะไร

โอเซจิเรียวริ

“โอเซจิเรียวริ” คืออาหารที่นิยมทานกันช่วงวันที่ 1-3 มกราคมของทุกปี ถือเป็นธรรมเนียมที่ปฏิบัติกันมาเป็นเวลานานหลายต่อหลายยุคแล้ว ซึ่งจะมีการกำหนดเมนูและประเภทวัตถุดิบที่จำเป็นเอาไว้หลายชนิด และยังเชื่อว่าเป็นอาหารมงคลเมื่อทานแล้วจะนำโชคดีมาให้

4 ทริคที่คนญี่ปุ่นใช้เตรียมโอเซจิเรียวริให้ประหยัดงบ

เตรียมอาหารช่วงปีใหม่ ญี่ปุ่น

โอเซจิเรียวริเป็นอาหารช่วงเทศกาลปีใหม่ที่หลายบ้านรับประทานเพื่อความเป็นศิริมงคล แน่นอนว่าเมื่อเป็นที่ต้องการของคนมากมาย จึงไม่แปลกที่ราคาโอเซจิเรียวริสำเร็จรูปขายตามซูเปอร์มาเก็ตและราคาวัตถุดิบจะพุ่งกระฉูด! คนญี่ปุ่นจึงใช้ 4 ทริคง่าย ๆ นี้เพื่อประหยัดงบช่วงปีใหม่กันค่ะ

1. อาหารในเทศกาลปีใหม่ต้องเตรียมตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน!

เมื่อฤดูใบไม้ผลิมาถึงห้างสรรพสินค้ามากมายหลายแห่งก็เริ่มเปิดให้จองโอเซจิกันเลย ปัจจุบันมีโอเซจิสำเร็จรูปจำหน่ายอย่างแพร่หลายและมีให้เลือกซื้อสารพัดแบบ ทำให้ไม่ต้องยุ่งยากในการเตรียมวัตถุดิบเอง การจองชุดโอเซจิจึงเป็นอีกทางเลือกที่สะดวกมากสำหรับคนรุ่นใหม่ ทำให้โอเซจิที่จำหน่ายตามห้างหรือร้านค้าต่าง ๆ ได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้น การรีบหาจับจองก็จำเป็นต้องไวขึ้นเช่นกัน

เตรียมอาหารช่วงปีใหม่ ญี่ปุ่น

แต่สำหรับบ้านไหนที่ตัดสินใจเตรียมวัตถุดิบเองสิ่งแรกที่ต้องซื้อให้ไวที่สุดคือผักประเภทรากค่ะ! เพราะผักประเภทนี้เมื่อเข้าสู่ช่วงปลายปีจะมีราคาสูง คนญี่ปุ่นจึงนิยมหาซื้อกันตั้งแต่เนิ่น ๆ โดยจะหาซื้อตุนเอาไว้ช่วงไม่เกินต้นเดือนธันวาคม บางแห่งจะมีลดราคาด้วย

เทคนิคการเก็บรักษาให้สามารถเก็บเอาไว้ได้นาน ๆ คือนำไปตากให้แห้ง, ห่อด้วยกระดาษหนังสือพิมพ์, เก็บเอาไว้ในที่ที่มีความเย็นและไม่โดนแสงแดด หากเป็นรากโกโบให้ห่อกระดาษหนังสือพิมพ์ทั้ง ๆ ที่ยังมีขี้ดินติดอยู่แบบนั้นได้เลย แล้วนำไปเก็บในที่ที่เย็นและไม่โดนแสงแดด แต่ถ้าเป็นแครอทให้นำไปล้างให้สะอาด, ใส่ถุงพลาสติกแบบซิปล็อคโดยรีดอากาศออกให้หมด, ปิดปากถุงให้แน่นสนิทแล้วนำเก็บเอาไว้ในตู้เย็น

2. เดือนธันวาคมต้องซื้อเนื้อสัตว์และอาหารทะเลมาตุนไว้ในช่องแช่แข็ง

เพราะช่วงสิ้นปีและปีใหม่อาหารและวัตถุดิบต่าง ๆ จะมีราคาขึ้นสูงมาก ถ้าซื้อช่วงนั้นได้โอดโอยเรื่องราคากันเป็นแถว ทางเดียวที่จะประหยัดได้คือซื้อในเดือนธันวาคมก่อนสิ้นปีแล้วนำไปแช่แข็งเก็บเอาไว้ดีที่สุด

3. อาหารแปรรูปควรซื้อก่อนวันคริสต์มาส

หากต้องการซื้อสินค้าในราคาถูกหรือช่วงลดราคาต้องเล็งเอาไว้ตั้งแต่ก่อนคริสต์มาสกันเลย เพราะเมื่อหมดวันคริสต์มาสตามห้างสรรพสินค้าและซูเปอร์แต่ละที่จะเปลี่ยนรูปแบบเป็นการวางจำหน่ายสินค้าสำหรับช่วงปีใหม่ในทันที ซึ่งเป็นช่วงที่ราคาขึ้นแล้วนั่นเอง โดยอาหารแปรรูปต่าง ๆ สามารถนำใส่ถุงเก็บเอาไว้ในช่องแช่แข็งได้โดยที่ไม่ทำให้อาหารเสียรสชาติด้วยค่ะ

4. ผักสดต่าง ๆ ควรซื้อก่อนก่อนวันคริสต์มาสเช่นกัน

ผักสดและผักใบเขียวต่าง ๆ รวมถึงมะเขือเทศ แตงกวา และอื่น ๆ ที่ปกติไม่ใช่ผักในฤดูกาลก็จะมีราคาแพงกว่าผักทั่วไปอยู่แล้ว แต่ยิ่งแพงมากขึ้นอีกเมื่อไปซื้อหลังวันคริสต์มาส ยิ่งคนไทยที่ชินกับผักชีถูกๆ ตามตลาดบ้านเรา ถ้าไปญี่ปุ่นช่วงปลายปีคงตกใจแน่ ๆ เพราะกลุ่มผักชีนั้นราคาขึ้นสูงจนงงเลยล่ะค่ะ การซื้อผักตุนไว้ควรซื้อเท่าที่จำเป็นเท่านั้นด้วย เพราะเป็นของที่ไม่สามารถเก็บเอาไว้ได้นาน หากซื้อเยอะเกินไปจะกลายเป็นเสียของแล้วสิ้นเปลืองเงินโดยใช่เหตุแทน สามารถนำมาหั่นเป็นชิ้น ๆ และแช่เย็นเก็บไว้ได้

วัตถุดิบที่จำเป็นต้องเตรียมให้ได้ตั้งแต่กลางเดือนธันวาคม

เตรียมอาหารช่วงปีใหม่ ญี่ปุ่น

1. ผัก

กลุ่มผักประเภทราก (ก่อนวันปรุงอาหาร 1 สัปดาห์)
เห็ดหอม, ส้มยูสุ (ก่อนวันปรุงอาหาร 1 สัปดาห์)
ผักใบ (ก่อนวันปรุงอาหาร 3 วัน)

2. เนื้อสัตว์

ประเภทเนื้อ (ก่อนวันปรุงอาหาร 1 – 2 สัปดาห์ขึ้นไป)
ประเภทปลา (ก่อนปรุงอาหาร 1 – 2 วัน)

3. อาหารแปรรูป (ก่อนปรุงอาหาร 1 วัน)

ผลิตภัณฑ์ห่อสาหร่าย, Tsukudani (อาหารตุ๋นรสหวานชนิดหนึ่ง) (ก่อนวันปรุงอาหาร 1 สัปดาห์)
กลุ่มอาหารแปรรูปต่าง ๆ ที่จะนำมาทานเป็นอาหารเทศกาลปีใหม่มักจะสั่งออนไลน์ล่วงหน้าให้มาส่งในช่วงวันส่งท้ายปีเก่า

โอเซจิเรียวริที่ขาดไม่ได้สำหรับมื้ออาหารวันสิ้นปีและในวันปีใหม่

1. โซบะ

เส้นโซบะที่มีลักษณะหั่นได้ง่ายกว่าเส้นรูปแบบอื่นสื่อได้ถึงการตัดเคราะห์หมดโศกต่างๆ ลักษณะเส้นเล็กบางและยาวสื่อถึงการต่ออายุให้ยืนนานมากยิ่งขึ้น ซึ่งธรรมเนียมการทานโซบะวันสิ้นปีนี้ได้เริ่มมาตั้งแต่สมัยเอโดะแล้วด้วย (ค.ศ. 1603 – 1868)

2. โมจิ

เตรียมอาหารช่วงปีใหม่ ญี่ปุ่น

หนึ่งในอาหารสำหรับวันปีใหม่จะมีเมนูที่เรียกว่า “โอโซนิ” ซึ่งเป็นอาหารประเภทต้ม จะมีการใส่ผัก, เนื้อสัตว์ และโมจิลงไป ซึ่งเป็นธรรมเนียมที่ปฏิบัติสืบทอดกันมาในหลายๆ พื้นที่ที่หลงเหลือมาถึงปัจจุบันค่ะ

3. ถั่วแดง

คนญี่ปุ่นมีความเชื่อว่าอาหารที่มีสีแดงจะช่วยปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายได้ ดังนั้นประเพณีการทานข้าวต้มใส่ถั่วแดงมีความหมายเพื่อไม่ให้พบกับอาการเจ็บป่วยตลอดทั้งปีนั่นเอง

4. คามาโบโกะสีแดงขาว

ลูกชิ้นปลาชนิดหนึ่งที่เรามักเห็นประดับอยู่บนชามราเม็ง คนญี่ปุ่นเชื่อว่าสีแดงและสีขาวของลูกชิ้นชนิดนี้เมื่ออยู่ด้วยกันแล้วคล้ายกับรูปลักษณ์ของพระอาทิตย์ขึ้นซึ่งเป็นสิ่งแรกที่น่ายินดีสำหรับเช้าของวันปีใหม่ค่ะ

5. เกาลัดหวาน

เชื่อกันว่าสีเหลืองของเกาลัดนี้เปรียบเหมือนกับสีเหลืองทองของทองคำ จึงมีความหมายว่าได้รับโชคลาภด้านธุรกิจและการเงินที่เจริญรุ่งเรือง

เตรียมอาหารช่วงปีใหม่ ญี่ปุ่น

6. ถั่วดำ

หมายถึงการขอให้มีอายุยืนนานปราศจากไข้หวัดและโรคภัย ให้ร่างกายแข็งแรงและอึดทนเหมือนดั่งเปลือกเกาลัดที่ถูกไฟลนจนกลายเป็นสีดำนั่นเอง

7. โคะบุ หรือ คมบุ

คมบุหรือสาหร่ายทะเลชนิดหนึ่งที่คนญี่ปุ่นนำมาเล่นคำกับคำว่า “喜ぶ (yorokobu)” ที่แปลว่า ความยินดี และ 養老昆布 (yorokonbu) เป็นต้น ซึ่งทานเพื่อเป็นการขอพรให้มีอายุยืนยาวโดยไม่แก่ค่ะ

เตรียมอาหารช่วงปีใหม่ ญี่ปุ่น

ทริคสำคัญของคนญี่ปุ่นเลยก็คือการรีบซื้อเตรียมเอาไว้ให้ครบตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนจนถึงภายในกลางเดือนธันวาคม และห่อหรือใส่ถุงซีนเก็บเอาไว้ในตู้แช่ เป็นอีกวิธีที่ประหยัดได้มากกว่าที่คิด เนื่องจากวัตถุดิบและเครื่องปรุงหลายอย่างที่เคยราคาถูกก็จะถูกปรับราคาให้สูงขึ้นในช่วงสิ้นปีจนถึงปีใหม่ คนญี่ปุ่นเองจึงจำเป็นต้องเรียนรู้เทคนิคการอยู่รอดแบบประหยัดและคุ้มค่าให้ได้มากที่สุด

สรุปเนื้อหาจาก katazukeshuno, shokudepo

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...