โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ยานยนต์

จะต้องทำอย่างไร เมื่อรถของคุณเบรคไม่อยู่?

สยามคาร์ - Siamcar

เผยแพร่ 23 ต.ค. 2567 เวลา 10.00 น. • ทีมข่าวสยามคาร์
จะต้องทำอย่างไร เมื่อรถของคุณเบรคไม่อยู่?

จะต้องทำอย่างไร เมื่อรถของคุณเบรคไม่อยู่?

สาเหตุที่ทำให้รถเบรกไม่อยู่

1.ผ้าเบรกหมด

2.น้ำมันเบรกที่เสื่อมสภาพ

3.ผ้าเบรกร้อนเกินไปจนทำให้น้ำมันเบรกเดือดจนเบรกไม่อยู่

4.เกิดการรั่วของน้ำมันเบรกในวงจรเบรก

5.มีอากาศในวงจรเบรกจนสูญเสียแรงดัน

6.ระดับน้ำมันเบรกต่ำกว่าที่กำหนด

เมื่อเกิดเหตุการณ์ “รถเบรกแตก” ต้องทำอย่างไร

1.ตั้งสติให้ดี เพราะการมีสติเมื่อเจอปัญหารถเบรกแตก จะช่วยให้สามารถบังคับรถและประเมินสถานการณ์เพื่อแก้ปัญหาล่วงหน้าได้ ในขณะเดียวกันหากลนลาน ไม่มีสติ อาจทำให้เกิดอุบัติเหตุที่รุนแรงขึ้นได้

2.ถอนคันเร่ง เพื่อลดความเร็วและเปลี่ยนเป็นเกียร์ต่ำ ในกรณีที่หากขับขี่อยู่แล้วรถเบรกแตก ควรถอนคันเร่งเพื่อลดความเร็วและนำระบบเอนจิ้นเบรก (Engine Brake) มาใช้ให้เกิดประโยชน์ โดยหลังจากถอนคันเร่งเพื่อลดความเร็วแล้ว ให้ทำการชะลอความเร็วด้วยการเหยียบคลัตช์ หากเป็นรถเกียร์ธรรมดา แล้วค่อยๆ ทำการลดตำแหน่งเกียร์ลง ห้ามเปลี่ยนเกียร์ทันทีเนื่องจากอาจทำให้เครื่องยนต์พังได้ เช่นเดียวกันหากเป็นรถเกียร์ออโต้ ให้ทำการเปลี่ยนเกียร์อย่างช้าๆ โดยการไล่ลำดับลงมา

3. ชิดซ้ายให้เร็วที่สุด หลังจากทำการลดความเร็วลงมาจนคุมรถได้แล้ว พยายามขับรถเข้าเลนซ้ายสุดให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้เพื่อนำรถหลบข้างทาง ไม่ไปกีดขวางการจราจรของผู้อื่น และควรเปิดไฟฉุกเฉินเอาไว้ตลอดเวลา เพื่อให้รถคันอื่นมองเห็นได้ชัดเจนว่ามีรถจอดอยู่

4.ดึงเบรกมือช่วย การดึงเบรกมือเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยชะลอความเร็วของรถลงได้ในกรณีที่รถเบรกแตก เพราะเบรกมือจะช่วยหน่วงความเร็วของล้อ แต่ห้ามดึงแบบรวดเร็วเป็นอันขาด ให้ทำการดึงช้าๆ จนสุด เพียงเท่านี้ก็จะช่วยให้รถชะลอความเร็วลงได้แล้ว

วิธีตรวจเช็กระบบเบรกที่สามารถทำได้ด้วยตัวเองง่ายๆ

1.เช็กกระปุกน้ำมันเบรกให้อยู่ในระดับที่กำหนดอยู่เสมอ

2.น้ำมันเบรกต้องมีความใส หากเริ่มมีสีคล้ำต้องรีบเปลี่ยนทันที

3.ตรวจสอบหม้อลมเบรก ว่าพร้อมใช้งานอยู่เสมอ หากรถคันไหนมีระบบเบรก ABS ให้ทำการตรวจสอบระบบเบรกว่ามีอะไรผิดปกติหรือไม่

4.ตรวจเช็กสายน้ำมันเบรกให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งานอยู่เสมอ

5.ตรวจดูจานเบรกว่าบางและมีรอยสึกเสมอกันทั่วทั้งจานหรือไม่ หากพบว่าจานเบรกบางเกินให้รีบเปลี่ยนทันที

6.ตรวจเช็กผ้าเบรกด้วยการเช็กร่องกลางผ้าเบรก ถ้าร่องเริ่มตื้นให้ทำการเปลี่ยนทันที

7.ตรวจดูชุดคาลิเปอร์เบรกว่าสามารถประกบผ้าเบรกกับจานเบรกได้แนบสนิทหรือไม่

8.ตรวจเช็กระยะเบรกจากแป้นเบรก ว่าระยะเบรกมีความตื้นและลึกพอดีกันหรือไม่

อย่างไรก็ตาม คงไม่มีใครอยากตกอยู่ในสถานการณ์รถเบรกไม่อยู่อย่างแน่นอน ดังนั้น การตรวจเช็กระบบเบรกอยู่เสมอ เช่น ระดับน้ำมันเบรก สังเกตจุดรั่วซึม หรือฟังเสียงผิดปกติ จะช่วยให้เราทราบถึงปัญหาและแก้ไขได้ทันท่วงทีครับ

Cr. forbes.com และ haynes.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...