โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

“สลาก N3” เตรียมเปิดขายครั้งแรก 17 ต.ค. 67 ใบละ 20 บาท ซื้อ 1 ใบ ได้ลุ้น 4 รางวัล

การเงินธนาคาร

อัพเดต 02 ต.ค. 2567 เวลา 16.42 น. • เผยแพร่ 02 ต.ค. 2567 เวลา 09.42 น.

สำนักงานสลากฯ เตรียมเปิดขาย “สลาก N3” ครั้งแรก 17 ต.ค. 67 ใบละ 20 บาท ซื้อ 1 ใบได้ลุ้น 4 รางวัล ออกรางวัลงวดแรก 1 พ.ย. 67 ซื้อได้ที่ตัวแทนจำหน่ายสลาก 80 บาท 400 จุดทั่วประเทศ

เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2567 เวลา 13.00 น. สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล (GLO) รศ.ดร.ธนวรรธน์ พลวิชัย กรรมการและโฆษกคณะกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาล เปิดเผยว่า การแก้ไขปัญหาสลากเกินราคา เพื่อให้คนไทยสามารถซื้อสลากได้ในราคาไม่เกิน 80 บาท เป็นวาระสำคัญที่สำนักงานสลากฯ ได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง

โดยมีแนวทางแก้ไข (Road Map) เป็น 3 ระยะ โดยระยะที่ 1 คือ การจัดระเบียบและบังคับใช้กฎหมาย และระยะที่ 2 คือ การจัดระบบการจำหน่ายสลากผ่านโครงการซื้อ-จองล่วงหน้า ส่งผลทำให้สลากกระจายไปยังผู้จำหน่ายทั่วประเทศอย่างเป็นรูปธรรม รวมทั้งการผลักดันโครงการสลาก 80 ซึ่งมีตัวแทนกระจายอยู่ทุกจังหวัดทั่วประเทศ

โดยปัจจุบันการแก้ไขสลากเกินราคา ได้เดินทางมาถึงระยะที่ 3 ด้วยการแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน และเป็นธรรม คือ การนำระบบดิจิทัลมาใช้ในการจำหน่าย ในรูปแบบสลากกินแบ่งรัฐบาลหกหลัก (L6) แบบดิจิทัล หรือ ‘สลากดิจิทัล’ ผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง

ซึ่งยืนยันว่าผู้ซื้อทุกคนจะซื้อสลากในราคาไม่เกิน 80 บาททุกฉบับ โดยได้รับความนิยมและประสบความสำเร็จอย่างสูง ปัจจุบันมียอดจำหน่ายสูงสุด 24 ล้านฉบับ และเพิ่มระหว่างงวดอีก 2 ล้านฉบับ จากจุดเริ่มต้นที่ 5 ล้านฉบับ ในปี 2565

ทั้งนี้ เพื่อให้การแก้ไขสลากเกินราคาครบถ้วนในทุกมิติยิ่งขึ้น สามารถแก้ปัญหาได้อย่างยั่งยืนและเป็นไปตามกลไกตลาด สามารถแก้ปัญหาให้ผู้ซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลหกหลัก ที่ยังไม่สามารถซื้อหมายเลขที่ต้องการได้ ทำให้ต้องไปพึ่งพาทางเลือกอื่น เช่น การจำยอมซื้อสลากเกินราคาเพื่อให้ได้หมายเลขที่ต้องการ หรือเลือกเล่นการพนันนอกระบบ จึงเป็นที่มาของการเดินหน้าผลิตภัณฑ์ใหม่ คือ “สลากกินแบ่งรัฐบาลตัวเลขสามหลัก” เพื่อให้ตอบโจทย์กับผู้ซื้อและผู้จำหน่ายสลากในสภาวะปัจจุบัน

“ผลิตภัณฑ์สลากฯ ทั้ง 2 รูปแบบ ได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) ซึ่งเป็นการดำเนินการตามกฎหมาย มีวัตถุประสงค์เพื่อแก้ไขปัญหาการจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาลเกินราคา โดยเป็นทางเลือกให้กับผู้บริโภคสามารถเลือกซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลได้ตามราคาที่กฎหมายกำหนด ซึ่งสลากกินแบ่งรัฐบาลตัวเลขสามหลักจะเป็นเครื่องมือสำคัญต่อเนื่องจากการจำหน่ายสลากดิจิทัลที่พิสูจน์แล้วว่าสามารถแก้ไขปัญหาสลากเกินราคาและดึงราคาสลากมาได้บางส่วน”

สลาก N3

รศ.ดร.ธนวรรธน์ กล่าวว่า สำนักงานสลากฯ กำหนดจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาลตัวเลขสามหลัก ในระบบทดสอบแบบปิด (Sandbox) ให้กับประชาชนทั่วไป ตั้งแต่งวดวันที่ 1 พฤศจิกายน 2567 หรือจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 17 ตุลาคม 2567 เป็นต้นไป

โดยจะเก็บรวมรวมข้อมูลการจำหน่าย ผลกระทบต่อลูกค้าและกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย รวมทั้งผลต่อการจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาลหกหลัก โดยคาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 6 เดือน และจะเริ่มจำหน่ายเต็มรูปแบบได้ตั้งแต่ช่วงเมษายน 2568

สำหรับกระบวนการคัดเลือกตัวแทนจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาลตัวเลขสามหลัก อยู่ระหว่างดำเนินการจัดทำเกณฑ์การคัดเลือกตัวแทนจำหน่าย และข้อกำหนดต่าง ๆ ซึ่งกระบวนการทั้งหมดจะต้องเสร็จสิ้นและพร้อมให้ดำเนินการก่อนเปิดจำหน่ายเต็มรูปแบบ

“เป้าหมายการออกสลาก N 3 ส่วนหนึ่งเพื่อเป็นทางเลือกในการแก้ปัญหาสลากกินแบ่งรัฐบาลที่ขายเกินราคา 80 บาท และคาดหวังว่าจะช่วยลดปัญหาหวยใต้ดินตามนโยบายของรัฐบาล โดยคาดว่าจะสามารถดึงเงินบางส่วนจากประชาชนที่ซื้อหวยใต้ดินขึ้นมาบนดินได้ ซึ่งประเมินว่าในแต่ละปีจะมีการเงินจากเล่นหวยใต้ดินสะพัดถึง 1-3 แสนล้านบาท ”

พันโท หนุน ศันสนาคม ผู้อำนวยการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล เปิดเผยว่า สลากกินแบ่งรัฐบาลตัวเลขสามหลักในระบบทดสอบแบบปิด (Sandbox) จะจำหน่ายในราคาใบละ 20 บาท สามารถเลือกซื้อได้ทุกหมายเลข ตั้งแต่ 000-999 ไม่มีเลขอั้น

โดยผู้ซื้อสามารถซื้อสลากในช่วงทดสอบจำหน่ายได้ที่“ร้านค้าโครงการสลาก 80 ทั่วประเทศที่เข้าร่วมโครงการ” กว่า 400 แห่งทั่วประเทศ สามารถสแกนตรวจสอบจุดจำหน่ายได้จากแอปพลิเคชันเป๋าตัง และทำรายการซื้อสลากพร้อมชำระเงินผ่านอุปกรณ์ที่สำนักงานสลากฯ ได้ติดตั้งไว้ผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง เพื่อให้เป็นไปตามข้อกำหนดของโครงการที่ต้องชำระเงินผ่านระบบดิจิทัลเท่านั้น

โดยวิธีการซื้อต้องทำผ่านแอปพลิเคชั่นเป๋าตัง โดยเข้าไปกดช่องN3 และสแกน QR Code ที่ร้านจำหน่าย จากนั้นให้ทำรายการซื้อสลากพร้อมชำระเงินผ่านแอปฯ เป๋าตั้ง ซึ่งเลขที่ซื้อจะเข้าไปอยู่ในช่องสลากของฉัน โดยซื้อได้ครั้งละ 100 ฉบับ ไม่จำกัดจำนวนครั้ง แต่ในช่วงทดสอบระบบ 6 เดือนแรก จะเปิดขาย 2 ล้านฉบับ

ทั้งนี้ สลาก 1 ใบ มีโอกาสถูก 4 ประเภทรางวัล ได้แก่ สามตรง, สามสลับหลัก, สองตรง และรางวัลพิเศษ ซึ่งจะจ่ายเงินรางวัลในรูปแบบผันแปรตามจำนวนผู้ซื้อในแต่ละหมายเลขที่ถูกรางวัลในงวดนั้น ๆ กำหนดออกรางวัลเดือนละ 2 ครั้ง ใช้ผลรางวัลอ้างอิงจากผลการออกรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาลหกหลัก

โดยรางวัลสามตรงและสามสลับหลัก จะมาจากเลข 3 ตัวท้ายของผลรางวัลที่ 1, รางวัลสองตรงมาจากผลรางวัลเลขท้าย 2 ตัว และรางวัลพิเศษจะสุ่มจากผู้ถูกรางวัลสามตรงเท่านั้น โดยจะมีการออกรางวัลพิเศษภายหลังจากการออกรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาลหกหลักเสร็จสิ้นในแต่ละงวด

ส่วนเงินรางวัลจะคิด 60% ของยอดขายแต่ละงวด โดยสามตัวตรง มีสัดส่วนเงินรางวัล 30% ของเงินรางวัลโดยรวม รางวัลสามสลับหลัก มีสัดส่วนเงินรางวัล 30% รางวัลสองตรง มีสัดส่วนเงินรางวัล 39% และรางวัลพิเศษ หรือแจ๊กพอต มีสัดส่วนเงินรางวัล 1%

สำหรับการจ่ายรางวัล ผู้ที่ถูกรางวัลจะได้รับการเตือนในแอปพลิเคชันเป๋าตัง และสามารถกดรับเงินรางวัลผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตังได้ทันที โดยจะต้องมีการชำระค่าอากรแสตมป์ในอัตรา 1 บาท ต่อเงินรางวัล 200 บาท หรือเศษของ 200 บาท และการรับเงินโดยวิธีการโอนเงินรางวัลเข้าบัญชีธนาคาร โดยธนาคารกรุงไทย ไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียม

พันโท หนุน กล่าวเพิ่มเติมว่า สำนักงานสลากฯ จะจำหน่ายสลากด้วยความรับผิดชอบต่อสังคม ทั้งการกำหนดหลักเกณฑ์ ไม่ให้ผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปี สามารถซื้อสลากได้ การกำหนดพื้นที่ในการจำหน่ายสลากห้ามใกล้กับสถานศึกษา เช่นเดียวกับสลากกินแบ่งรัฐบาลหกหลักแบบดิจิทัล

อ่านข่าว เศรษฐกิจทั่วไทย ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...