โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ชนกับประเทศเวียดนาม แต่กล้าเล่นเกมชายแดนกับไทย เปิดเบื้องหลัง 40 ปีที่ผูกหุ่นการเมือง และเศรษฐกิจไว้กับฮานอ

THE STATES TIMES

อัพเดต 11 ธ.ค. 2568 เวลา 03.08 น. • เผยแพร่ 11 ธ.ค. 2568 เวลา 04.00 น. • Hard News Team

ในสายตาคนไทย หลายคนอดสงสัยไม่ได้ว่า “ทำไมฮุนเซนถึงกล้าเล่นแรงกับไทย แต่ไม่เคยเห็นดราม่าชายแดน–การเมืองกับเวียดนามในระดับเดียวกันเลย?”

คำตอบไม่ได้มีแค่ “กล้า–ไม่กล้า” แบบอารมณ์คน แต่คือโครงสร้างอำนาจ 40 ปีที่เวียดนามสร้าง–ประคอง–ผูกผลประโยชน์ร่วมกับระบอบฮุนเซน จนทั้งสองฝ่ายกลายเป็นหุ้นส่วนที่ไม่มีเหตุผลอะไรจะเปิดศึกกันเอง

บทความนี้ขอชวนมองแบบ “แกะระบบ” ว่า เวียดนามทำอะไรกับฮุนเซนไว้ตั้งแต่ต้น จนวันนี้กัมพูชากล้าใช้ไทยเป็นตัวละครในเกมชาตินิยม แต่ไม่เอาเวียดนามมาเล่น

1. จุดเริ่มต้น: ฮุนเซนคือผลผลิตของสงครามที่เวียดนามเป็นคนเปิดเกม

ธันวาคม 1978 เวียดนามบุกโค่นเขมรแดง เปิดทางให้ตั้งระบอบใหม่ชื่อ “สาธารณรัฐประชาชนกัมพูชา (PRK)” ใต้การอุปถัมภ์ของฮานอย

ในรัฐบาลใหม่นั้น ฮุนเซนถูกดันขึ้นมาเป็น รมว.ต่างประเทศตั้งแต่อายุราว 26 ปี ก่อนจะขยับขึ้นเป็นนายกฯ ในเวลาต่อมา สื่อต่างประเทศและงานวิชาการจำนวนมากบันทึกตรงกันว่า เขาคือหนึ่งในแกนนำที่เวียดนาม “เลือกแล้วว่าคุยกันรู้เรื่อง”

พูดแบบภาษาตรง ๆ คือ ถ้าไม่มีเวียดนามบุกเขมรแดง – ก็ไม่มีฮุนเซนในแบบที่เรารู้จักทุกวันนี้

เส้นทางสู่การเป็น “ผู้นำเบอร์หนึ่งของกัมพูชา” ของฮุนเซน จึงไม่ใช่เส้นทางแบบผู้นำชาตินิยมที่ลุกขึ้นสู้เวียดนาม แต่ตรงกันข้ามคือ เกิด–โต–แข็ง บนการหนุนจากเวียดนาม

2. วาทกรรม “กตัญญูเวียดนาม”: ประกาศกลางโลกว่าไม่มีฮุนเซนถ้าไม่มีฮานอย

ตลอดหลายสิบปีของการครองอำนาจ ฮุนเซนไม่เคยซ่อนความผูกพันกับเวียดนามเลย ตรงกันข้าม เขาพูดในที่สาธารณะหลายครั้งว่า:

  • ถ้าไม่มีเวียดนามเข้ามาโค่นเขมรแดง ก็ “ไม่มีฮุนเซน และไม่มีประเทศกัมพูชาในแบบวันนี้”
  • ในพิธีรำลึกชัยชนะเหนือเขมรแดง เขาย้ำซ้ำ ๆ ถึง “เลือดเนื้อของทหารเวียดนาม” ที่สละชีวิตในกัมพูชา และกล่าวขอบคุณทั้งพรรค รัฐ และประชาชนเวียดนามอย่างเปิดเผย

ข้อความพวกนี้คือการ “ล็อกกรอบเรื่องเล่า” ว่าเวียดนามไม่ใช่ศัตรู แต่คือเพื่อนผู้ช่วยชีวิต และการโจมตีเวียดนามแรง ๆ ในเชิงชาตินิยม เท่ากับกระทืบประวัติศาสตร์ที่ตัวเองยืนอยู่

เพราะฉะนั้น ถามว่า “ทำไมไม่เห็นฮุนเซนปลุกม็อบด่าเวียดนามแบบที่ด่าไทย?” ก็เพราะถ้าทำแบบนั้น ตำนานตัวเองจะพังทั้งชุด

3. เวียดนามไม่เล่นศึกชายแดน แต่เล่น “สัญญาเขตแดน” ให้จบ แล้วล็อกเกมยาว

เรื่องชายแดนกัมพูชา–ไทย กับกัมพูชา–เวียดนามมีความต่างสำคัญ:

  • ฝั่งเวียดนาม–กัมพูชา มีสนธิสัญญาเขตแดนปี 1985 มีสนธิสัญญาเพิ่มเติมปี 2005 และล่าสุดปี 2019 ทั้งสองประเทศลงนามสนธิสัญญาเสริม และแลกเปลี่ยนสัตยาบันว่าด้วยการปักปันเขตแดนบนบกเกือบทั้งหมดเสร็จสิ้นแล้ว

แม้จะมีฝ่ายต่อต้านในกัมพูชาด่าแรง ว่าข้อตกลงเหล่านี้อิงเอกสารยุคเวียดนามยึดครอง และอาจกระทบอธิปไตยกัมพูชา แต่รัฐบาลฮุนเซนก็เดินหน้ารับรองในสภาแบบรวดเดียวผ่าน

แปลว่าในเชิงโครงสร้าง ฮุนเซนเลือก “ปิดเกมชายแดนกับเวียดนามด้วยปากกา” ไม่ใช่ด้วยปืน

ผลลัพธ์คือ

  • ชายแดนฝั่งเวียดนามค่อนข้างนิ่ง
  • เวียดนามพอใจที่มีเพื่อนบ้านที่ “เคลียร์แผนที่กันแล้ว”
  • ระบอบฮุนเซนได้ “การันตี” ว่าจะไม่มีเรื่องชายแดนฝั่งตะวันออกมาปั่นให้ระบอบตัวเองสั่นคลอนได้ง่าย ๆ

4. ผูกหุ่นทางเศรษฐกิจ: เวียดนาม = ตลาด–โรงงาน–หุ้นส่วนระยะยาว

นอกจากการเมืองและทหาร ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจก็ผูกกันแน่นขึ้นเรื่อย ๆ :

  • การค้ากัมพูชา–เวียดนาม โตเกินหลายเท่าในรอบสิบปี จากหลักพันล้านดอลลาร์ ไปสู่ระดับกว่าสิบพันล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี
  • เป้าร่วมล่าสุดคือดันตัวเลขการค้าสองประเทศให้แตะ 20,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า

ในทางปฏิบัติ เวียดนามไม่ใช่แค่ “เพื่อนการเมือง” แต่คือ

  • ทางผ่านสินค้า–โลจิสติกส์ ไปออกทะเลและเชื่อมต่อเศรษฐกิจใหญ่
  • แหล่งทุน–โครงการลงทุนของเอกชนเวียดนามในกัมพูชา
  • และเป็น “ตัวอย่างประเทศ” ที่โตเร็ว ยืนบนฐานเศรษฐกิจแข็ง

ดังนั้น สำหรับผู้นำแบบฮุนเซน การชนกับเวียดนามไม่ใช่แค่เรื่องศักดิ์ศรี แต่มันคือการระเบิดเส้นเลือดใหญ่ทางเศรษฐกิจของตัวเอง

5. แล้วทำไมไทยถึงโดนเล่นเกมชาตินิยมบ่อยกว่าเวียดนาม?

ถ้าดูให้ครบทุกมิติ จะเห็น pattern ประมาณนี้:

ฝั่งเวียดนาม

  • คือผู้โค่นเขมรแดงและปั้นรัฐบาลใหม่ให้ฮุนเซน
  • มีสนธิสัญญาเขตแดนที่ฮุนเซนเองยอมรับและผลักดัน
  • ผูกแน่นด้วยผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ–การเมือง

โจมตีเวียดนามแรง ๆ =

  • ขัดกับเรื่องเล่าที่ใช้สร้างความชอบธรรมของตัวเอง
  • เสี่ยงกระทบเศรษฐกิจหนัก
  • เปิดช่องให้ฝ่ายค้านย้อนว่า “แล้ว 40 ปีที่นายอยู่ภายใต้อิทธิพลเวียดนามล่ะ?”

ฝั่งไทย

  • มีประวัติศาสตร์ขัดแย้งชายแดน–เขตแดน ที่หยิบมาเล่าใหม่ได้ตลอด
  • กระแสชาตินิยมต่อต้านไทยในกัมพูชาถูกผลิตซ้ำเป็นระยะ เช่น ช่วงพิพาทปราสาทพระวิหาร
  • การชี้นิ้วใส่ไทยในยามวิกฤต ช่วยสร้างภาพ “ศัตรูภายนอก” เบี่ยงความสนใจจากปัญหาเศรษฐกิจหรือการเมืองในประเทศ

พูดแบบไม่อ้อมค้อม: ไทยคือคู่ขัดแย้งที่ “เล่นการเมืองได้” ส่วนเวียดนามคือเสาหลักที่ “ห้ามแตะ”

6. เวียดนาม “ทำอะไร” กับฮุนเซนกันแน่?

สรุปในมุมวิเคราะห์เชิงโครงสร้าง เวียดนามทำ 4 อย่างนี้กับฮุนเซน (และระบอบเขา):

  • 1) ช่วยให้เกิดและอยู่รอด – บุกโค่นเขมรแดง และติดตั้งรัฐบาลใหม่ที่ฮุนเซนเป็นแกนนำตั้งแต่แรก
  • 2) ให้ความชอบธรรมทางประวัติศาสตร์ – สร้างเรื่องเล่าร่วมกันว่า “เวียดนามช่วยกัมพูชาพ้นฆ่าล้างเผ่าพันธุ์” ซึ่งฮุนเซนพูดซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนกลายเป็น narrative หลักของระบอบ
  • 3) ปิดเกมชายแดนด้วยสัญญา – ผลักสนธิสัญญา 1985 – 2005 – 2019 ให้ชายแดนส่วนใหญ่ “นิ่ง” แล้วลิงก์เสถียรภาพนั้นเข้ากับความชอบธรรมของรัฐบาลปัจจุบัน
  • 4) ผูกผลประโยชน์เศรษฐกิจ–การค้าในระดับโครงสร้าง – ทำให้การชนเวียดนาม = ทำลายอนาคตเศรษฐกิจของตัวเอง มากกว่าผลิตคะแนนนิยม

เมื่อเอาทั้งสี่ข้อนี้มารวมกัน จึงไม่แปลกที่เราจะเห็นภาพชัดเจนว่า ฮุนเซนจะกล้าเล่นแรงกับไทย แต่กับเวียดนาม เขาไม่ได้มองว่าเป็นคู่แข่งให้ “รุกราน” ตั้งแต่แรก — เพราะทั้งตัวเขาและระบอบที่เขาสร้างขึ้นมา ถูกผูกและปั้นขึ้นมาจากฝั่งฮานอยตั้งแต่วันเกิดใหม่ทางการเมืองแล้ว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...