โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

'ขอม' เริ่มจากไทย-เลื่อนไปเขมร โดย สุจิตต์ วงษ์เทศ

MATICHON ONLINE

อัพเดต 15 ส.ค. 2566 เวลา 11.28 น. • เผยแพร่ 15 ส.ค. 2566 เวลา 11.12 น.
ขอมเก่าสุดมีศูนย์กลางอยู่เมืองละโว้ (ลพบุรี) - ปรางค์สามยอด

ขอมเป็นชื่อทางวัฒนธรรมของคนหลายชาติพันธุ์ แต่ประวัติศาสตร์ไทยของชนชั้นนำเมื่อศตวรรษที่แล้ว ทำขอมเป็นชื่อ “เชื้อชาติ” ตามกระแสจากยุโรปแผ่เข้ามาสมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์ ส่งผลให้คนไทยเข้าใจคลาดเคลื่อนจนทุกวันนี้

คนพูดภาษาไทย แล้วเรียกตนเองว่าไทย หรือคนไทย พบหลักฐานเก่าสุดบริเวณลุ่มน้ำเจ้าพระยา สมัยอโยธยา-อยุธยา เรือน พ.ศ. 1700

ก่อนหน้านั้นดินแดนแถบนี้เป็นถิ่นฐานของ “คนไม่ไทย” พูดตระกูลภาษาต่างๆ ได้แก่ มอญ-เขมร, มลายู เป็นต้น

  • ขอม โดย สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ

ดินแดนประเทศไทยทุกวันนี้ สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพทรงอธิบายไว้ในพระนิพนธ์คำนำหนังสือพระราชพงศาวดาร ฉบับพระราชหัตถเลขา (พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ. 2457 เมื่อ 109 ปีมาแล้ว) ว่าสมัยโบราณเป็นที่อยู่ของคน 2 พวก คือ ขอมและลาว ส่วนไทยอยู่ทางใต้ของจีน (หมายความว่าไทยยังไม่ลงมาอยู่ดินแดนประเทศไทย)

สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงบอกอีกว่าขอมมีดินแดนกว้างขวางตั้งแต่เมืองเขมรถึงเมืองไทย (บริเวณลุ่มน้ำเจ้าพระยา) และถึงเมืองมอญ ส่วนลาวอยู่ฝั่งซ้ายแม่น้ำโขงบริเวณประเทศลาว ถึงฝั่งขวาแม่น้ำโขงในอีสานรวมทั้งภาคเหนือของไทย

ขอมเป็นเจ้าของดินแดนลุ่มน้ำเจ้าพระยา สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงอธิบายดังต่อไปนี้ (จัดย่อหน้าใหม่ให้อ่านสะดวก)

“ขอมมีอำนาจถึงที่สูงสุดเมื่อราว พ.ศ. 1400 ปี ตั้งราชธานีอยู่ที่นครธม ที่ไทยเราเรียกว่าพระนครหลวง ไม่ห่างจากพระนครวัด และเอาเมืองละโว้ (คือเมืองลพบุรีเดี๋ยวนี้) เป็นราชธานีทำนองเป็นเมืองลูกหลวง ปกครองอาณาจักรขอมในลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา

ส่วนทางเหนือเขาบรรทัดในลุ่มแม่น้ำโขง สังเกตตามขนาดเทวสถานที่มีอยู่ เข้าใจว่าเมืองพิมายเป็นเมืองลูกหลวงปกครองอยู่ทางนั้นอีกเมือง 1 และบางทีจะมีเมืองลูกหลวงทางเมืองสุรินทร์และขุขันธ์อีกสักเมือง 1

ขนบธรรมเนียมพราหมณ์ ตลอดจนภาษาสันสฤต ซึ่งยังมีระคนปนอยู่ในประเพณีและภาษาไทยในทุกวันนี้ เชื่อได้ว่าพราหมณ์พาเข้ามาตั้งแต่ครั้งขอมทางเมืองเขมรเป็นใหญ่ เป็นต้นมา

ได้เห็นศิลาจารึกที่เทวสถานในเมืองเขมรแห่ง 1 กล่าวถึงการที่พระเจ้าแผ่นดินขอมพระราชทานที่กัลปนาเทวสถาน มีข้อบังคับว่าถ้าพระเจ้าแผ่นเสด็จมายังเมืองที่ตั้งเทว สถานนั้น พวกพราหมณ์ต้องทำพิธีรับเสด็จเหมือนกับรับพระเป็นเจ้า ข้อนี้น่าเข้าใจว่าเป็นมูลเหตุที่พราหมณ์ทำพิธีรับพระยายืนชิงช้า (อันเป็นผู้ต่างพระองค์พระเจ้าแผ่นดิน) อย่างรับพระเป็นเจ้าเมื่อแห่เข้าเมืองวัน 1 ส่งออกจากเมืองวัน 1 ซึ่งยังมีในพิธีตรียัมพวายอยู่จนตราบเท่าทุกวันนี้”

ไทยขับไล่ขอม แล้วยึดดินแดนเป็นของไทย สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงอธิบายดังต่อไปนี้

“ในเวลาระหว่าง พ.ศ. 1400 ถึง 1600 ข้าพเจ้าเข้าใจว่าเป็นเวลาที่พวกไทยตั้งต้นอพยพลงมาตั้งภูมิลำเนาอยู่ตามเมืองในลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาข้างตอนใต้ซึ่งยังอยู่ในอำนาจขอม

ในเวลาเมื่อพระเจ้าอนุรุธเข้ามาปราบปรามขอมในลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา เมื่อ พ.ศ. 1600 เศษ เวลานั้นผู้คนพลเมืองในลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาเห็นจะมีไทยมากอยู่แล้ว เมื่อพระเจ้าอนุรุธได้อาณาจักรในลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาจากอำนาจขอม ฝ่ายขอมก็หมดอำนาจ

ฝ่ายข้างพม่าเมืองพุกามจะมีอำนาจปกครองอาณาจักรในลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาได้จริงก็เห็นจะเพียงในชั่วพระเจ้าอนุรุธ หรือต่อมาอีกไม่เท่าใด

ต่อนั้นมาไทยที่อยู่ข้างเหนือจึงอพยพลงมาสมทบกับไทยที่อยู่ในท้องที่มาแต่ก่อน ช่วยกันปราบปรามทั้งพวกขอมและพวกพม่าชาวพุกาม เอาอำนาจปกครองบ้านเมืองในลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาข้างฝ่ายใต้ไว้ได้ในมือไทยแต่ครั้งนั้นมา

ในระหว่าง 200 ปี คือ ตั้งแต่ พ.ศ. 1650 เศษจน 1850 นี้ เป็นเวลาที่ไทยพวกที่อยู่เมืองเดิมในฮุนหนำ เสียบ้านเมืองแก่กุบไลข่านพวกมองโกลที่มาได้ประเทศจีนและประเทศพม่า แต่ไทยที่ได้อพยพลงมาทางนี้กลับมาได้เป็นใหญ่ คือพวกไทยน้อยได้อาณาจักรในลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาลงไปจนตลอดแหลมมลายู และบางทีได้อาณาจักรเขตขอมลงมาทางเมืองในลุ่มแม่น้ำโขงในสมัยนั้นด้วย แต่เขตแดนไทยจะต่อขอมเพียงไหนในชั้นนั้นยังทราบไม่ได้”

[จาก “คำนำ” หนังสือ พระราชพงศาวดาร ฉบับพระราชหัตถเลขา พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ. 2457]

  • ขอม โดย จิตร ภูมิศักดิ์

เมื่อเขียนอธิบายเรื่อง “ขอม” ลงหนังสือสารานุกรมไทย, เสฐียรโกเศศได้ค้นคว้าตัวอย่างที่ใช้คำ กรอม-กล๋อม-ขอม มาหลายแห่ง ซึ่งจะมีความหมายถึงชนหลายชาติ, แล้วในที่สุดก็สรุปว่า: ขอมจึงน่าจะหมายถึงชนชาติมอญปนกับละว้า. ถ้าไม่ใช่ก็อาจจะหมายถึงพวกมอญเดิมแห่งเมืองละโว้. ที่เรียกเขมรว่าขอมก็มีบ้าง แต่มักเปนในนิยายนิทาน. ชาวเขมรไม่รู้จักคำว่าขอม; คำนี้ไม่มีใช้ในภาษาเขมร, ถ้าจะมีบ้างก็เอาอย่างไทย.

ข้าพเจ้าขอยืนยันว่า:

กล๋อม-ขอม เปนชื่อที่ใช้โดยคนหลายถิ่นหลายภาษา เพื่อเรียกชนชาติหลายถิ่นหลายภาษาด้วยกัน, หาใช่ชื่อเรียกชนชาติใดหนึ่งเพียงชนชาติเดียวโดยยึดสายเลือดหรือเชื้อชาติเปนเกณฑ์ไม่.

ข้าพเข้าขอยืนยันว่า:

กล๋อม-ขอม มิใช่ชนชาติที่ใครจะคิดผสมสายเลือดขึ้นเปนชนชาติใหม่ได้ เหมือนการผสมน้ำยาเคมีในห้องทดลองวิทยาศาสตร์; จะนำเอาความหมายของกล๋อม-ขอมในภาษาต่างๆ มาบวกกันเข้าแล้วหารเฉลี่ยเปนชนชาติลูกผสมขึ้นหาได้ไม่. เช่นเดียวกับคำ ข่า เป็นคำเรียกชนชาติในตระกูลมอญ-เขมรด้วย ตระกูลชวา-มลายูด้วย และตระกูลพะม่าทิเบตด้วย, จะเอาเชื้อชาติทั้งสามรวมเข้าด้วยกันแล้วเอาสามหาร เฉลี่ยเปนชนชาติ ข่า ขึ้นหาได้ไม่.

ข้าพเจ้าขอยืนยันว่า:

กล๋อม-ขอม ในภาษาอื่นๆ และถิ่นอื่นๆ หมายถึงชนชาติหลายชาติตามความแตกต่างของภาษา; แต่เฉพาะในภาษาไทยพายัพ, ไทยภาคอีสาน, ไทยภาคกลาง และไทยภาคใต้ ในประเทศไทยแล้ว ขอม หมายถึงชนชาติเขมรอย่างแน่ชัดมาแต่โบราณ, ปรากฏหลักฐานในเอกสารทางราชการสมัยสุโขทัย, อยุธยา และรัตนโกสินทร์, มิใช่ในนิยายนิทานปรัมปราอย่างเรื่องขอมดำดิน. แม้ในนิยายโบราณของไทยที่ใช้คำว่า ขอม เรียกชาวเขมรในประเทศกัมพูชานั้น ก็เปนคำที่ใช้อย่างถูกต้องตามความหมายที่แท้จริงของความรับรู้ของคนไทยอยู่นั่นเอง, หาใช่คำที่เหลวไหลเข้าใจผิดไม่.

[จากหนังสือ ข้อเท็จจริงว่าด้วยชนชาติขอม ของ จิตร ภูมิศักดิ์ สำนักพิมพ์มติชน 2547 หน้า 146-147]

  • ขอม โดย ศรีศักร วัลลิโภดม

เรื่องประชาชนในเมืองไทย แต่เดิมเป็นชนชาติมอญและขอม

เรื่องราวประวัติศาสตร์ตอนนี้ พอย่อได้ว่าก่อนที่ชาวไทยอพยพลงมาจากประเทศจีนนั้น มีชนสองชาติใหญ่ๆ ปกครองดินแดนอยู่ก่อนคือพวกมอญและขอม

ในขั้นแรกพวกมอญเป็นใหญ่อยู่ลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา มีอาณาจักรทวารวดีเป็นสำคัญ อำนาจของทวารวดีได้แผ่ไปทั่วประเทศ

ต่อมาอำนาจมอญเสื่อมลง พวกขอมหรือเขมรจากประเทศกัมพูชาได้แผ่อำนาจเข้ามา ตีได้อาณาจักรทวารวดีแล้วตั้งลพบุรีหรือละโว้เป็นเมืองสำคัญ ในการปกครองของขอมอำนาจขอมก็ครอบคลุมไปทั่วดินแดนไทย

ระยะที่ขอมเรืองอำนาจอยู่นั้น พวกคนไทยได้ค่อยๆ อพยพเข้ามาแล้วเป็นกลุ่มชนเล็กๆ ภายใต้การปกครองของขอม

ต่อมาเมื่อสิ้นรัชกาลของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ซึ่งเป็นมหาราชองค์สุดท้ายของกัมพูชา อำนาจขอมเสื่อมลง ชาวไทยที่อยู่ใต้การปกครองก็มีกำลังเข้มแข็งและในพุทธศตวรรษที่ 19 ก็ตั้งตนเป็นอิสระ ตั้งกรุงสุโขทัยขึ้นเป็นอาณาจักรเป็นแห่งแรก

[จากหนังสือ ข้อขัดแย้งเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ไทย ของ ศรีศักร วัลลิโภดม สำนักพิมพ์เมืองโบราณ พ.ศ. 2524 หน้า 7]

  • ขอมล่าสุด

ขอมในประวัติศาสตร์ไทย พบข้อมูลเพิ่มมากกว่าเมื่อศตวรรษก่อน ดังนั้น นิยามและคำอธิบายย่อมต่างไปจากนักปราญช์ก่อนๆ ผมเคยรายงานหลายครั้งหลายหน (ตามลักษณะงานสื่อมวลชน) ทั้งในมติชนและนิตยสารอื่นๆ นานนับสิบๆ ปีมาแล้ว จนจำไม่ได้ว่าที่ไหน? เมื่อไร? และว่ายังไง?

แต่ครั้งล่าสุด “อัพเดต” สรุปไว้ในหนังสือ อยุธยา มาจากไหน? พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ. 2561 จะคัดมาทั้งหมดดังนี้

ขอม ไม่ใช่ชื่อชนชาติเฉพาะ ฉะนั้นไม่มีชนชาติขอมในโลก

แต่ขอมเป็นชื่อทางวัฒนธรรมมีขึ้นราวหลัง พ.ศ. 1500 ใช้สมมุติเรียกคนบริเวณลุ่มน้ำเจ้าพระยาที่นับถือศาสนาพราหมณ์และพุทธมหายาน แล้วใช้ภาษาเขมรสื่อสารในชีวิตประจำวัน กับใช้อักษรเขมรในพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์

เช่นเดียวกับคำว่าแขกใช้สมมุติเรียกผู้นับถือศาสนาอิสลาม และคำว่าคริสต์ใช้สมมุติเรียกผู้นับถือศาสนาคริสต์ [ปรับปรุงใหม่จากข้อเขียนนานมากแล้วของ ม.ร.ว. คึกฤทธิ์ ปราโมช]

เขมรไม่เรียกตัวเองว่าขอม และไม่มีคำว่าขอมในเขมร แต่รู้ภายหลังว่าถูกไทยเรียกขอม

ศูนย์กลางขอมครั้งแรกอยู่ที่รัฐละโว้ (ลพบุรี) ต่อมาย้ายลงไปอยู่ที่อโยธยาศรีรามเทพ (ต่อไปคือกรุงศรีอยุธยา) แล้วถูกขยายสมัยหลังไปอยู่กัมพูชา

ด้วยเหตุนี้ใครก็ตามจะถูกเรียกขอมทั้งนั้น ไม่ว่ามอญ เขมร มลายู ลาว จีน จาม หรือ ไทย ฯลฯ เมื่อนับถือพราหมณ์และพุทธมหายาน แล้วสังกัดรัฐละโว้-อโยธยา และอาณาจักรกัมพูชา

แต่คนทั่วไปมักเข้าใจต่างกันเป็น 2 อย่าง ว่า ขอมคือเขมร และ ขอมไม่ใช่เขมร

กรณีขอมไม่เขมร มีเหตุจากการเมืองสมัยใหม่ ลัทธิชาตินิยมช่วงสงครามเย็น โดยเฉพาะกรณีพิพาทเรื่องปราสาทพระวิหารเพื่อแสดงว่าไทยเป็นเจ้าของ บรรดาคนชั้นนำไทยปลุกระดมว่าขอมสร้างปราสาทพระวิหาร ซึ่งไม่เขมร แต่ในทางวิชาการสากลคนทั้งโลกไม่เชื่อคนชั้นนำไทย

[จากหนังสือ อยุธยา มาจากไหน? ของ สุจิตต์ วงษ์เทศ สำนักพิมพ์นาตาแฮก พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ. 2561 หน้า 19]

ขอมเป็นใคร? มาจากไหน? ล่าสุดมีความเคลื่อนไหวอยู่ในหนังสือพ็อคเก็ตบุ๊ก 2 เล่มของสำนักพิมพ์แห่งหนึ่งโดยมีนิยามและคำอธิบายเรื่องขอม (พิมพ์ พ.ศ. 2565) และเรื่องคนไทย (พิมพ์ พ.ศ. 2566) ด้วยการยกข้อความที่อ้างว่าเป็นของ สุจิตต์ วงษ์เทศ แต่ข้อความที่ยกมาไม่ได้บอกที่มาว่าจากไหน? เมื่อไร?

เพื่อเข้าใจตรงกัน เรื่องขอมๆ ขอยืนยันตามที่เขียนไว้ในหนังสืออยุธยา มาจากไหน? (พ.ศ. 2561) ถ้ามีความต่างจากนี้ก็ขอให้รู้ว่าผมไม่ได้เขียน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...