5 เสือแรงงานบึงกาฬ ออกแจงสิทธิหนุ่มแรงงานลงทุนซื้อตั๋วเดินทางกลับเอง
จ.บึงกาฬ ออกเยี่ยมให้กำลังใจแรงงานไทยที่เดินทางกลับจากอิสราเอล พร้อมแจ้งสิทธิประโยชน์และการช่วยเหลือเยียวยาตามสิทธิที่จะต้องได้รับ ขณะที่ครอบครัวและญาติพี่น้องต่างมาผูกข้อต่อแขนเรียกขวัญให้เป็นจำนวนมาก
เมื่อวันที่ 18 ตุลาคม นายสมศักดิ์ เพ็งธรรม แรงงานจังหวัดบึงกาฬ พร้อมส่วนราชการในสังกัดกระทรวงแรงงาน ได้แก่ สำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานบึงกาฬ สวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดบึงกาฬ ประกันสังคมจังหวัดบึงกาฬ และสำนักงานจัดหางานจังหวัดบึงกาฬ พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดบึงกาฬ นายธีระพล ขุนพานเพลิง นายอำเภอเมืองบึงกาฬ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ ณ บ้านเลขที่ 62 หมู่ 1 บ้านคำนาดี ต.คำนาดี อ.เมืองบึงกาฬ เพื่อเยี่ยมให้กำลังใจ นายสุทธิชัย พลแก้ว แรงงานไทยชาวบึงกาฬ ที่เดินทางกลับจากอิสราเอล พร้อมทั้งชี้แจงสิทธิ และการช่วยเหลือเยียวยาจากภาครัฐ โดยมีครอบครัว ญาติพี่น้อง และคนในหมู่บ้านมาเยี่ยมให้กำลังใจและผูกข้อต่อแขนรับขวัญกันคึกคัก
นายสมศักดิ์ แรงงานจังหวัดบึงกาฬ กล่าวว่า ในนาม 5 เสือแรงงาน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง วันนี้ก็มาเยี่ยมให้กำลังใจ และแจ้งสิทธิประโยชน์ที่แรงงานได้กลับมายังภูมิลำเนา 1.หน่วยงานในสังกัดกระทรวงแรงงานก็จะมีเงินของกรมการจัดหางานที่เป็นกรณีต้องกลับมาก่อน และมีเงินสงเคราะห์ และเงินของสำนักงานแรงงานจังหวัดบึงกาฬให้แรงงานต้องไปแจ้งสิทธิในเรื่องของเงินปิซูอิม (เงินชดเชยกรณีถูกเลิกจ้าง) ซึ่งถ้าแรงงานทำงานครบ 1 ปีกับนายจ้าง ก็สามารถยื่นกับทางสำนักงานแรงงานจังหวัดบึงกาฬ จากนั้นสำนักงานแรงงานจังหวัดจะส่งต่อไปยังสถานทูตเพื่อที่จะให้ติดตามเงินกับนายจ้างตรงนี้ได้ และอีกส่วนหนึ่งก็คือเงินค้างจ่าย ถ้าแรงงานที่กลับมาก่อนยังไม่ได้รับค่าจ้างในส่วนที่ตนเองจะต้องได้รับ เราก็จะติดตามให้ และในส่วนของการเยียวยาก็จะมีหน่วยงานพัฒนาฝีมือแรงงานบึงกาฬเข้ามาเยียวยาในเรื่องการฝึกอาชีพหากต้องการที่จะหางานทำ ก่อนที่จะจัดหางานให้ภายในประเทศหรือต่างประเทศต่อไป อีกส่วนหนึ่งก็จะเป็นประกันสังคมจังหวัดบึงกาฬ ก็จะเช็กว่าแรงงานได้เข้าเป็นสมาชิกประกันสังคมหรือไม่ จากนั้นจะมีการเช็กยอดให้ว่าจะมีเงินที่ได้รับเท่าไหร่ นอกจากนี้ ยังมีสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดบึงกาฬ ก็มาให้คำแนะนำเกี่ยวกับเงินสิทธิประโยชน์สงเคราะห์ช่วยเหลือครอบครัว ด้วยเบื้องต้นแรงงานทุกคนจะได้รับเงินช่วยเหลือ 15,000 บาท/ราย
ส่วนกรณีที่ยังติดต่อแรงงานไม่ได้ 454 กว่าราย ก็กำลังมีการเช็กข้อมูลกับ อาสาสมัครแรงงาน และ อสม.ประสานกับพื้นที่ว่า มีแรงงานที่กลับมาก่อนแล้วในแต่ละหมู่บ้านหรือไม่ เพราะจะมีส่วนหนึ่งที่กลับมาก่อนเหตุความรุนแรง ความไม่สงบ แต่ฐานข้อมูลยังไม่ปรับ ขณะที่ยอดบาดเจ็บและเสียชีวิตสำหรับจังหวัดบึงกาฬยังไม่มีรายงานเข้ามา ซึ่งตอนนี้แรงงานไทยชาวบึงกาฬ กลับมาอย่างปลอดภัยแล้ว 6 คน และกำลังจะเดินทางเข้ามาอย่างต่อเนื่อง
นายสุทธิชัย พลแก้ว แรงงานไทยชาวบึงกาฬที่เดินทางกลับจากอิสราเอล เล่าให้ฟังว่า ไปทำงานที่สวนผลไม้ได้ประมาณ 2 ปี แล้ว (สัญญาจ้าง 5 ปี 3 เดือน) โดยช่วงที่เกิดเหตุการณ์ความไม่สงบ ไม่ค่อยได้หลับได้นอน ทำงานมาก็มานั่งรอมาฟังเสียงระเบิดเสียงลูกปืนทุกคืน ซึ่งช่วงนี้ก็หนักขึ้นเรื่อยๆ มีทั้งการโจมตีทางอากาศ และภาคพื้นดิน โดยพื้นที่ที่รบกันก็ขยับมาเรื่อยๆ จุดที่ตนทำงานมีคนไทยอยู่ด้วยกันในแคมป์ประมาณ 9 คน ทุกคนปลอดภัยดี อีก 8 คนบอกว่ายังไม่กลับขอรอดูสถานการณ์ก่อน ส่วนรายได้ต่อเดือนช่วงเก็บเกี่ยวประมาณ 60,000 บาท และช่วงหน้าฝนก็ประมาณ 40,000 บาท และมีหลุมหลบภัยบริเวณหน้าแคมป์
โดยช่วงแรกยังโทรหากับทางบ้านได้ปกติ เพราะเหตุการณ์ยังไม่หนักเหมือนช่วงนี้ แต่ในช่วงที่มีสถานการณ์ หากจะโทรหาที่บ้านก็จะต้องออกจากหลุมหลบภัย เพราะข้างในหลุมไม่มีสัญญาณ ซึ่งตอนที่ตนโทรหาทางบ้าน ทางบ้านก็บอกว่าให้กลับบ้าน ซึ่งบางทีก็ต้องอยู่ในหลุมหลบภัยทั้งคืน อาหารก็ต้องทำกินเอง แต่บางทีมีสัญญาณแจ้งเตือนก็ต้องวิ่งลงหลุมหลบภัยก่อน นั้นช่วงนั้นก็ไม่รู้ว่าทางการจะนำเครื่องบินไปรับ จึงตัดสินใจซื้อตั๋วเครื่องบินเตรียมบินกลับไทยเอง แต่ทางการไทยเอาเครื่องมารับก่อนเลยขึ้นเครื่องกลับมาก่อน และตนก็คิดว่า จะไม่กลับไปทำงานที่อิสราเอลแล้ว จะหางานในประเทศ หรือไปทำงานที่ประเทศอื่นแทน
ขณะที่คุณแม่ของนายนายสุทธิชัย พลแก้ว บอกว่า ตอนเห็นข่าวก็ตกใจมากกลัวลูกเป็นอันตราย กลัวลูกตายก่อน พอได้ยินข่าวจึงสั่งลูกจองตั๋วเครื่องบินกลับก่อนเลย ตอนโทรไปก็ได้ยินเสียงหวอ กินไม่ได้นอนไม่หลับ แต่ ณ วันนี้พอลูกชายกลับมาแล้วก็รู้สึกดีใจมาก โดยตนก็ได้ไปขอพรปู่หลักบ้านให้คุ้มครองลูกหลาน ซึ่งวันนี้ลูกกลับมาแล้วก็อยากบอกว่า ลูกกลับมาปลอดภัยแล้ว แม่ก็ดีใจ เอาชีวิตตัวเองไว้ก่อน เท่านี้แม่ก็ดีใจที่สุดแล้ว