โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อสังหาริมทรัพย์

ที่ดินกรุงเทพพุ่งวาละ 3.5 ล้าน สยาม-เพลินจิต-ชิดลม-สุขุมวิท ไม่แผ่ว

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 24 มิ.ย. 2565 เวลา 12.18 น. • เผยแพร่ 25 มิ.ย. 2565 เวลา 00.03 น.

ราคาที่ดินใจกลางกรุงเทพฯแพงไม่เกรงใจโควิด-สงคราม AREA เผยทำเลท็อป 10+1 เทรนด์ปีเสือปรับขึ้น 6-8% “สยามสแควร์ เพลินจิต ชิดลม สุขุมวิทตอนต้น” ซิวแชมป์วาละ 3.5 ล้าน แหล่งช็อปปิ้งแรงแซงศูนย์กลางการเงิน แสนสิริจี้ลดเกณฑ์รัศมี 5 กม.ของภาษีลาภลอย ลลิลฯแนะรัฐเลื่อนเก็บภาษีที่ดิน 3-5 ปี สภาหอฯห่วงเกษตรกรตัวจริง 1.5 แสนไร่ในเมืองกรุงจ่ายภาษีอ่วม

อัพเดตภาวะราคาที่ดินในกรุงเทพฯ ท่ามกลางสารพัดปัจจัยกระทบทั้งสถานการณ์โควิด สงครามรัสเซีย-ยูเครน ขณะที่ปัจจัยภายในประเทศมีการเรียกเก็บภาษีทรัพย์สินหลายรายการไม่ว่าจะเป็นภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างซึ่งปี 2565 จัดเก็บเต็ม 100% ล่าสุดกระทรวงการคลังริเริ่มแนวคิดจัดเก็บภาษีลาภลอยอีกครั้งสำหรับที่ดินในรัศมี 5 กิโลเมตรที่อยู่ในแนวอินฟราสตรักเจอร์ทั้งรถไฟฟ้าและทางด่วน

อย่างไรก็ตาม กลับพบว่าราคาที่ดินทำเลไพรมแอเรียของกรุงเทพฯยังคงมีเส้นกราฟขาขึ้นตลอดเวลา โดยสถิติครึ่งปีแรก 2565 พบว่าทำเลท็อป 10+1 ราคาสูงสุดตารางวาละ 3.5 ล้านบาท แพงขึ้น 6% เมื่อเทียบกับช่วงสิ้นปี 2564 โดยเทรนด์ราคาที่ดินครึ่งปีหลังมีแนวโน้มราคาเพิ่มขึ้นไปอยู่ที่ 8.1%

แสนสิริจี้แก้ภาษีลาภลอย

นายเศรษฐา ทวีสิน ประธานอำนวยการและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า เห็นด้วยกับการจัดเก็บภาษีลาภลอยเพราะรายได้ภาษีเป็นประโยชน์กับประเทศชาติ

อย่างไรก็ตาม ข้อกำหนดเก็บภาษีจากแปลงที่ดินในรัศมี 5 กิโลเมตร มองว่าควรกำหนดให้แตกต่างกันตามระยะใกล้-ไกลอินฟราสตรักเจอร์ โดยเฉพาะการพัฒนาที่อยู่อาศัยแนวรถไฟฟ้ามีหลักการคนสามารถเดินเท้าจากโครงการถึงสถานีรถไฟฟ้าในระยะ 0-800 เมตรได้ ดังนั้น การกำหนดรัศมี 5 กิโลเมตรเท่ากับทางด่วนจะเป็นการเพิ่มต้นทุนให้กับโครงการที่อยู่ไกลสถานีรถไฟฟ้า ทำให้จำเป็นต้องตั้งราคาขายแพงขึ้นเพราะมีภาระภาษีลาภลอย

“ที่ควรจะเป็น คือ ถ้าโครงการอยู่ใกล้หรือติดสถานีรถไฟฟ้าก็ให้จัดเก็บแพงกว่า ถ้าไกลจากสถานีหรือจุดขึ้น-ลงทางด่วนก็ควรเก็บภาษีถูกลง ส่วนประเด็นภาษีลาภลอยจะทำให้ราคาที่อยู่อาศัยแพงขึ้นหรือไม่นั้นเป็นคนละประเด็นกัน เพราะบ้านแพงหรือบ้านถูกขึ้นกับกำลังซื้อของคนเป็นที่ตั้ง ไม่ใช่เอาต้นทุนของผู้ประกอบการเป็นที่ตั้ง นั่นคือการแข่งขันเป็นตัวลีดการตั้งราคา” นายเศรษฐากล่าว

ด้านนายชูรัชฏ์ ชาครกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ทั้งภาษีลาภลอยและภาษีที่ดินฯไม่ควรนำมาใช้ในภาวะวิกฤตเศรษฐกิจที่ยังไม่ฟื้นตัว ภาครัฐควรเลื่อนหรือชะลอการจัดเก็บออกไปและรอจนกว่าเศรษฐกิจฟื้นตัวอย่างมีเสถียรภาพ อาจใช้เวลา 3-5 ปี

“อย่างน้อยที่สุดปี 2565-2566 ไม่ควรเพิ่มภาระค่าใช้จ่ายภาษี เพราะทุกครั้งที่มีการจัดเก็บภาษีจะเป็นต้นทุนที่ผู้ประกอบการบวกเข้าไปในราคาขาย ซึ่งหมายถึงผู้บริโภคเป็นผู้รับภาระคนสุดท้าย”

ราคาที่ดิน

เช็กบิลที่ดินปลูกกล้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ประเด็นราคาที่ดินได้รับการจุดพลุดึงดูดความสนใจจากสังคมแนวคิดจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง หรือ property tax ประเภทที่ดินเปล่าในกรุงเทพฯ ซึ่งพบว่าเจ้าของที่ดินมีการปลูกกล้วย มะนาว ฯลฯ เพื่อใช้สิทธิจ่ายภาษีประเภทเกษตรกรรมเพราะมีอัตราภาษีต่ำสุด

ขณะที่ ดร.ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) คนที่ 17 มีแนวคิดจัดเก็บเต็มอัตราสูงสุดเพดานภาษีเกษตรกรรม เพราะเล็งเห็นช่องว่างด้านรายได้ภาษีซึ่งมีส่วนต่าง 0.05% หรือล้านละ 500 บาท

กล่าวคือ ที่ดินเกษตรกรรมมีเพดานสูงสุด 0.15% หรือล้านละ 1,500 บาท แต่เนื่องจากเป็นภาษีใหม่เพิ่งบังคับใช้ปีนี้เป็นปีที่ 3 จึงมีอัตราผ่อนผันอยู่ที่ 0.01-0.1% จัดเก็บล้านละ 100-ล้านละ 1,000 บาทเท่านั้น

วิธีการคือ กทม.จะต้องออกเป็นข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร ซึ่งมีสถานะเป็นกฎหมายท้องถิ่นเพื่อจัดเก็บเต็มเพดานภาษีที่ 0.15% หรือล้านละ 1,500 บาท

สำหรับเจ้าของที่ดิน ถึงแม้ กทม.กำลังหาช่องทางจัดเก็บภาษีที่ดินเกษตรกรรมบนทำเลใจกลางกรุง ในอัตราสูงสุดล้านละ 1,500 บาท หากเปรียบเทียบกับการจ่ายภาษีประเภทที่ดินรกร้างว่างเปล่าซึ่งมีเพดานสูงสุด 3% หรือล้านละ 3 หมื่นบาท โดยมีอัตราผ่อนผัน 0.3-0.7% หรือล้านละ 3,000-7,000 บาทตามมูลค่าที่ดิน ก็ยังถือว่าจ่ายภาษีที่ดินเกษตรกรรมถูกกว่าจ่ายภาษีที่ดินเปล่าอยู่ดี

ที่เกษตร 1.5 แสนไร่ป่วน

นายอิสระ บุญยัง ประธานคณะกรรมการอสังหาริมทรัพย์ออกแบบและก่อสร้าง สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า กรณี กทม.จะออกข้อบัญญัติเพื่อจัดเก็บภาษีเกษตรกรรมตามเหตุผลและความจำเป็นของเมือง มีข้อคำนึงอย่างน้อย 2 เรื่อง คือ 1.เจ้าของที่ดินที่เป็นเกษตรกรแท้จริงอาจได้รับผลกระทบไปด้วย ซึ่งในพื้นที่กรุงเทพพบว่ามีโซนผังเมืองสีเขียว (ที่ดินเกษตรกรรม) 1.5 แสนไร่

ข้อเสนอแนะ กทม.ต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงเพื่อแยกเกษตรกรตัวจริงออกมาและดูแลพิเศษ เช่น กรณีได้รับมรดกและทำเกษตรตั้งแต่รุ่นพ่อแม่ ผู้รับมรดกก็ต้องการทำเกษตร ควรจัดเก็บภาษีต่ำสุด ขณะเดียวกัน ถ้ามีการซื้อขายเปลี่ยนมือทำให้กรรมสิทธิ์ตกทอดไปอยู่กับคนอื่นที่ไม่ใช่คนในครอบครัว ก็ให้จัดเก็บภาษีสูงสุดได้เพราะเข้าข่ายที่ดินทำการค้า เป็นต้น

2.การนำที่ดินเปล่าในเมืองมาปลูกกล้วย มะนาว ไม่ใช่เรื่องผิดกฎหมาย หากต้องการบังคับจัดเก็บเต็มเพดานภาษีอาจมีผลทำให้เจ้าของที่ดินบางส่วนพยายามนำที่ดินมาลงทุนก่อสร้างโครงการ อาจทำให้เป็นการเร่งเติมซัพพลายเข้ามาในตลาดเกินความจำเป็น และเกิดภาวะโอเวอร์ซัพพลายในที่สุด

ที่ดินเปล่า 5 แสนแปลง

ดร.โสภณ พรโชคชัย ประธานกรรมการ บริษัท เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส จำกัด หรือ AREA เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า สถิติช่วงก่อนปี 2537 มีแปลงที่อยู่อาศัยใน กทม.-ปริมณฑล 1.2 ล้านแปลง แบ่งเป็นที่ดินจัดสรร 40% จำนวน 480,000 แปลง โดยช่วง 28 ปี (2537-2565) มีการจัดสรรที่ดินอยู่อาศัย 73,981 แปลง รวมเป็น 553,981แปลง

คาดว่าที่ดินจัดสรร 50% มีการก่อสร้างไปแล้ว เหลืออีก 50% เป็นที่ดินเปล่า 276,991 แปลง ประเมินว่ามีที่ดินเปล่าเพื่อเกษตรกรรมอีกเป็นจำนวนมาก เบ็ดเสร็จคาดว่ามีที่ดินเปล่าในกรุงเทพฯไม่ต่ำกว่า 5 แสนแปลง

แนะ FAR 15-20 เท่า

ดร.โสภณมองต่างมุมชัชชาติโมเดล โดยมองว่าการส่งเสริมให้เจ้าของที่ดินเปล่านำที่ดินมาให้ราชการใช้ประโยชน์เป็นสวนสาธารณะ ลานกีฬา ฯลฯ อาจมีภาระในการลงทุนและบำรุงรักษาซึ่งกระทบต่องบประมาณของ กทม.โดยตรง

ในขณะที่ กทม.สามารถให้สิทธิประโยชน์เพิ่มเติมเพื่อสร้างแรงจูงใจให้ดีเวลอปเปอร์พัฒนาที่อยู่อาศัยในเขตใจกลางเมือง และขายในราคาสมเหตุสมผล ไม่แพงจนเกินไปเพื่อให้ผู้มีรายได้น้อย-ปานกลางสามารถซื้อได้ วิธีการคือปรับเกณฑ์ FAR-floor area ratio (อัตราส่วนพื้นที่ก่อสร้างอาคารคำนวณจากแปลงที่ดิน)

เช่น FAR ปัจจุบันกำหนดสูงสุด 10 : 1 โดยที่ดิน 1 ไร่ มี 1,600 ตารางเมตร คำนวณการก่อสร้างมีพื้นที่ใช้สอย 1,600 ตารางเมตร x 10 เท่า = 16,000 ตารางเมตร ข้อเสนอให้เพิ่ม FAR เป็น 15-20 เท่า มีเงื่อนไขเจ้าของอาคารต้องเพิ่มพื้นที่สีเขียวรอบโครงการหรือบนอาคารในรูปแบบสวนลอยฟ้าหรือสวนแนวตั้ง

“การเพิ่ม FAR ถือว่าวินวิน กทม.ได้พื้นที่สีเขียวเพิ่มขึ้น และทำให้ต้นทุนพัฒนาโครงการถูกลงเพราะที่ดินเท่าเดิมแต่สร้างอาคารได้ใหญ่ขึ้น ทำให้ถัวเฉลี่ยราคาขายถูกลง ทำให้ผู้มีรายได้น้อย-ปานกลางไม่ถูกเขี่ยให้ออกไปซื้อที่อยู่อาศัยรอบนอกเมืองอย่างที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน”

หลังยุคโควิดพุ่ง 3.5 ล้าน

ในด้านราคาที่ดินเมืองกรุงยุคปี 2565 จะมีราคาแพงขึ้นหรือถูกลง ดร.โสภณกล่าวว่า แม้จะมีวิกฤตเศรษฐกิจต่อเนื่องยาวนานแต่ราคาที่ดินในเขตใจกลางเมืองพุ่งสูงขึ้นอย่างไม่หยุดยั้ง ราคาสูงสุดตารางวาละ 3.5 ล้านบาท (ดูตารางประกอบข่าว)

ทั้งนี้ ราคาที่ดินในช่วงครึ่งปีแรก 2565 กำลังฟื้นตัวช้า ๆ แปลงแพงสุดราคาปรับเพิ่ม 6% ประเมินว่าราคาในปี 2565 จะเพิ่มเป็น 3.5 ล้านบาทในบริเวณ “สยามสแควร์ เพลินจิต ชิดลม สุขุมวิทตอนต้น” คาดว่าราคาเพิ่มขึ้นไปอยู่ที่ 8.1%

“กรณีนี้ชี้ชัดว่าทำเลศูนย์การค้าปลีกมีความสำคัญกว่าทำเลศูนย์กลางทางการเงิน โดยสยามสแควร์ ชิดลม เพลินจิตเป็นโซน retail centre ของกรุงเทพฯ ค่าเช่า 3-4 พันบาท/ตารางเมตร แพงกว่าค่าเช่าสำนักงานย่านสีลมที่เป็นศูนย์กลางการเงินแต่มีค่าเช่า 1,200 บาท/ตารางเมตร”

รถไฟฟ้าปั่นราคาที่ดิน

ดร.โสภณวิเคราะห์รายทำเล ดังนี้ 1.แนวรถไฟฟ้า MRT เทียบทำเลรัชดาภิเษก ห้วยขวาง กับพระราม 9 ห้วยขวาง ณ ปี 2537 ตารางวาละ 2 แสนบาท และ 1.65 แสนบาท ในปี 2565 รัชดาภิเษก ตารางวาละ 1 ล้านบาท เพราะมีรถไฟฟ้า ขณะที่โซนพระราม 9 อยู่ที่ 5.5 แสนบาท

2.ทำเลสยามสแควร์ในปี 2537 ตารางวาละ 4 แสนบาท แต่มีจุดตัดรถไฟฟ้า 2 สายทำให้เทรนด์ราคาเพิ่มเฉลี่ยปีละ 8% เพราะมีการพัฒนาเชิงพาณิชย์รอบสถานีรถไฟฟ้า หรือ TOD-transit oriented development เกิดขึ้นหนาแน่น รองลงมาทำเลสีลมเพิ่มเฉลี่ย 6% เทียบกับทำเลเยาวราชที่เพิ่มต่ำสุดที่ 3.3% เพราะเพิ่งจะมีรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินเปิดบริการ

3.ทำเลกล้วยน้ำไท พระรามที่ 4 เทียบกับเอกมัย สุขุมวิท ในปี 2537 ราคาต่างกันเพียง 10% จาก 2 แสน เป็น 2.2 แสนบาท ล่าสุดปี 2565 ทำเลเอกมัยเพิ่มเป็น 1.79 ล้านบาท/ตารางวา เทียบกับกล้วยน้ำไทอยู่ที่ 8 แสนบาท/ตารางวา เพราะไม่มีรถไฟฟ้าพาดผ่าน

ไพรมแอเรียสุดแพง

ไพรมแอเรียอย่าง “ชิดลม-เพลินจิต-นานา” แนวรถไฟฟ้าบีทีเอสตารางวาละ 3.3 ล้านเท่ากันจากสาเหตุมีโครงการศูนย์การค้าเกิดใหม่ชุกชุม ทำให้เป็นแหล่งจับจ่ายใช้สอยอันดับต้น ๆ ของไทย

ถัดมาทำเล “แยกอโศก” จุดตัดรถไฟฟ้า BTS-MRT ตารางวาละ 2.9 ล้านบาท เพราะเป็นย่าน beverly hills ในเมือง ที่ดินในซอยและปากซอยที่เคยเป็นของเศรษฐีเก่ามีการเปลี่ยนมือเป็นของนักลงทุนข้ามชาติมากขึ้น และมีโรงแรม 5-6 ดาวหลายแห่ง

ขณะที่ทำเลกลางซอยสุขุมวิท 21 ตารางวาละ 2.53 ล้านบาท ทั้ง ๆ ที่ปากถนนเป็นแยกอโศก แม้จะอยู่แนวรถไฟฟ้า MRT แต่ศักยภาพด้อยกว่าเพราะไม่ใช่จุดตัดของการพัฒนา TOD เหมือนกับแยกอโศก

ทำเล “พร้อมพงษ์” ตารางวาละ 2.6 ล้านบาท ถือเป็นย่าน midtown แบบในเกาะแมนฮัตตันที่มีความเจริญสูงมาก นำโดยศูนย์การค้าเอ็มโพเรียม-เอ็มควอเทียร์ เปลี่ยนโฉมหน้าจากย่านที่พักอาศัยแนวราบเมื่อ 60 ปีก่อน กลายเป็นอาคารชุดระฟ้าราคาแพง เฉลี่ยตารางเมตรละ 3 แสนบาทขึ้นไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...