โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธปท.จี้แบงก์รับมือเลิก "ไลบอร์" จ่อประกาศ "ดอกเบี้ยข้ามคืน" อ้างอิงแทน

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 07 เม.ย. 2563 เวลา 06.19 น. • เผยแพร่ 07 เม.ย. 2563 เวลา 06.19 น.

แบงก์ไทยเร่งเตรียมพร้อมรับมือเลิกใช้ดอกเบี้ย “ไลบอร์” คาดเอฟเฟ็กต์ธุรกรรมทั่วโลก 470 ล้านล้านดอลลาร์ หวั่นกระทบ “แคชโฟลว์-งบการเงิน” ธุรกิจขนาดใหญ่ ธปท.ชี้เป็นความเสี่ยง-ขอความร่วมมือสถาบันการเงินเร่งจัดทำแผนเตรียมพร้อมครอบคลุม 5 ด้าน คาด เม.ย.นี้ประกาศให้ใช้ดอกเบี้ย “ข้ามคืน” อ้างอิงแทน

แหล่งข่าวจากสถาบันการเงิน เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ขอความร่วมมือให้สถาบันการเงินเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับการยุติการเผยแพร่อัตราดอกเบี้ย LIBOR (London Interbank Offered Rate) ตามที่ Financial Conduct Authority (FCA) หน่วยงานกำกับดูแลอัตราดอกเบี้ย LIBOR (ไลบอร์) ประกาศไม่รับรอง LIBOR หลังสิ้นปี 2564 เป็นต้นไป เนื่องจากพบว่ามีธนาคารพาณิชย์บิดเบือนอัตราอ้างอิงไม่ตรงตามจริง ซึ่งไม่สะท้อนต้นทุนที่แท้จริง (ฮั้ว)

“ธปท.เห็นว่ามีความเสี่ยงอัตราดอกเบี้ย LIBOR อาจจะยุติการใช้ถาวร ซึ่งจะกระทบต่อธุรกรรมการเงินที่อ้างอิง LIBOR ทั้งทางตรงและทางอ้อมที่มีอยู่จำนวนมาก และยังมีอายุสัญญาคงเหลืออีกยาวนาน โดยคาดว่ามีปริมาณธุรกรรมสูงถึง 370 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ (ทั่วโลก) และคาดว่าจะส่งผลกระทบเป็นวงกว้างต่อตลาดการเงินไทย จึงขอความร่วมมือแบงก์เตรียมแผนการรองรับ” แหล่งข่าวกล่าว

สำหรับแผนการเตรียมความพร้อม ธปท.กำหนดว่าต้องครอบคลุมประเด็นสำคัญอย่างน้อย 5 ด้าน

“ธปท.กำหนดให้สถาบันการเงินจัดส่งรายงานผลกระทบ จากการยุติการเผยแพร่ LIBOR และแผนการดำเนินงานการเตรียมความพร้อมให้ ธปท.ภายในวันที่ 30 มิ.ย. 2563 รวมทั้งรายงานความคืบหน้าให้ ธปท.ทราบภายใน 30 วัน นับจากวันสิ้นไตรมาส โดยให้เริ่มรายงานตั้งแต่ไตรมาส 3 ปี 2563 จนถึงไตรมาส 4 ปี 2564” แหล่งข่าวกล่าว

แหล่งข่าวกล่าวอีกว่า การยกเลิกหรือยุติการใช้ LIBOR ในการอ้างอิงการกู้ยืมเงินน่าจะกระทบค่อนข้างมากโดยเฉพาะในแง่กระแสเงินสด (cash flow) และงบการเงินของบริษัท เนื่องจากข้อมูลที่มีการรวบรวมตัวเลขการกู้ยืมเงินโดยใช้ LIBOR ในการอ้างอิง พบว่ามีจำนวนเงินมหาศาล ขณะที่การเปลี่ยนแปลงอัตราดอกเบี้ยการอ้างอิงที่ใช้เป็นเกณฑ์มาตรฐาน (benchmark) ถือเป็นเรื่องค่อนข้างยุ่งยาก

“การกู้สินเชื่อแบบเทอมโลนทั่วโลกที่อิง LIBOR มีเฉลี่ย 4 ล้านล้านดอลลาร์ต่อปี และคาดกันว่าหลังจากในปี 2564 จะมีวงเงินกู้ที่จะครบกำหนด (roll over) อีกราว 12 ล้านล้านดอลลาร์ ถือว่าค่อนข้างมาก ขณะที่ตลาดการเงินไทยที่มีการใช้อ้างอิงจะมีอยู่ 2 อัตราหลัก คือ THBFIX และอัตราดอกเบี้ย BIBOR (bangkok interbank offered rate) ที่เป็นดอกเบี้ยระยะสั้น” แหล่งข่าวกล่าว

นายศรัณย์ ภู่พัฒน์ หัวหน้าเจ้าหน้าที่บริหาร ธุรกิจตลาดเงินและธุรกรรมระหว่างประเทศ ธนาคารทหารไทย (TMB) กล่าวว่า ขณะนี้ ธปท.และสมาคมธนาคารไทย ได้จัดตั้งคณะทำงานขึ้นมา 3 คณะ เพื่อศึกษาผลกระทบและหาแนวทางการรับมือดังกล่าว โดยระยะแรกจะมี 5 ธนาคารใหญ่และธนาคารต่างประเทศ ในระยะถัดไปสถาบันการเงินจะเข้าร่วมทุกแห่ง

“คณะทำงานจะเริ่มต้นจากการหาไอเดียและแนวทางความเป็นไปได้ที่จะนำอะไรมาใช้ทดแทนอัตราดอกเบี้ย LIBOR โดยเบื้องต้นมีแนวคิดนำอัตราดอกเบี้ยธุรกรรมซื้อคืนพันธบัตรระยะเวลา 1 วัน (1 day repo rate) ที่เป็นอัตราดอกเบี้ยกู้ยืมที่มีพันธบัตรรัฐบาลเป็นหลักทรัพย์ ซึ่งตอนนี้กำลังพิจารณาอยู่ว่าหากนำมาใช้จะต้องหาวิธีการนำมาใช้อย่างไร และจะมีผลกระทบอย่างไร สิ่งเหล่านี้คณะทำงานกำลังหาแนวทางร่วมกัน คาดว่าน่าจะเริ่มมีความชัดเจนภายในเร็ว ๆ นี้” นายศรัณย์กล่าว

นายศรัณย์กล่าวว่า ระหว่างนี้แบงก์ทุกแห่งจะต้องเตรียมตัวและสำรวจสัญญาการกู้ยืมของลูกค้าว่ามีการใช้ดอกเบี้ยอ้างอิงเป็น LIBOR รวมถึง THBFIX มากน้อยระดับใด และหากยุติการใช้ LIBOR จะมีอะไรมารองรับ โดยทุกแบงก์ต้องทำตามแผนที่ ธปท.กำหนดให้ครอบคลุม 5 ด้าน

นายจงรัก รัตนเพียร รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) กล่าวว่า ธนาคารมีคณะทำงานร่วมกับ ธปท.อย่างใกล้ชิด เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือการยุติการใช้ LIBOR โดยปัจจุบันตัวแทนแบงก์ต่าง ๆ อยู่ระหว่างการให้ความเห็นในเรื่องการหาอัตราดอกเบี้ยในประเทศที่จะนำมาใช้อ้างอิงแทน LIBOR คาดว่าภายในไตรมาส 2 ปีนี้น่าจะได้ข้อสรุป จากนั้นในปี 2564 จะทยอยแจ้งลูกค้าและทยอยเปลี่ยนสัญญาและเงื่อนไขเงินกู้เดิมที่เคยใช้ LIBOR ในการอ้างอิงมาเป็นอัตราดอกเบี้ยใหม่ที่นำมาใช้

“ลูกค้ารายใหญ่ที่มีการกู้เงินต่างประเทศจะใช้ LIBOR ในการอ้างอิงในการทำการแลกเปลี่ยนอัตราดอกเบี้ยต่างสกุลเงิน (swap) ซึ่งธนาคารต้องสื่อสารทำความเข้าใจกับลูกค้า แต่เชื่อว่าจะทันภายในกรอบตามที่ ธปท.กำหนดไว้” นายจงรักกล่าว

นายแพททริก ปูเลีย ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสายตลาดการเงิน ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) กล่าวว่า ภายในเดือน เม.ย. หรืออย่างช้าไม่เกินไตรมาส 2 นี้ ธปท.น่าจะประกาศอัตราดอกเบี้ยตัวใหม่ที่จะนำมาใช้อ้างอิง LIBOR และ THBFIX ซึ่งจะสะท้อนธุรกรรมในประเทศมากขึ้น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...