โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

8 Short List เรื่องสั้นไทย (ที่ชื่อไม่ค่อยจะสั้น) ชิงชัย SEA Write เข้มข้น

Sarakadee Lite

อัพเดต 08 ก.ย 2563 เวลา 16.51 น. • เผยแพร่ 08 ก.ย 2563 เวลา 16.50 น.

เมื่อบ่ายวันศุกร์ที่ 28 สิงหาคม 2563 ที่ผ่านมา ณ โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพ มีการประกาศผลSEA Write รอบ Short List ของการคัดเลือกวรรณกรรมรวมเรื่องสั้นดีเด่นของประเทศไทยประจำปี พ.ศ. 2563 โดยมี 8 เล่มด้วยกันที่เข้ารอบรองสุดท้ายนี้ ทั้งจากนักเขียนที่เคยได้รับรางวัลนี้มาแล้ว 3 คน ได้แก่ แดนอรัญ​ แสงทอง (แพรกหนามแดง) วิภาส​ ศรีทอง​ (รยางค์และเงื้อมเงา) และ ​จเด็จ​ กำจรเดช (คืนปีเสือ และเรื่องเล่าของสัตว์อื่น ๆ)​ มีที่เคยเข้ารอบมาแล้วอีก 3 คน ​ได้แก่ บัญชา​ อ่อนดี (ไร้สัญชาติและตัวละครอื่น ๆ)  ภาณุ​ ไตรเวช (ลิงหินและเรื่องสั้นอื่น ๆ)​ และ ​วัฒน์​ ยวงแก้ว (ในโลกเล่า) และมีที่เพิ่งเข้ารอบครั้งแรกอีก 2 คน ได้แก่นักเขียนมือเก๋าที่เพิ่งรวมเล่มอย่าง กำพล​ นิรวรรณ​ (อาถรรพ์ภาพวาดเสื้อดำ)​ และ​ แพรพลอย​ วนัช​ ผู้หญิงหนึ่งเดียวที่ฝ่าด่านมาได้ และเป็นนักเขียนรุ่นใหม่ที่คว้าชัยมาแล้วหลายเวที

ส่วนนักเขียนอีก 5 คนซึ่งถือเป็นส่วนน้อยที่ตกรอบนี้ แต่ได้เข้ารอบ Long List ก่อนหน้ามาแล้ว ได้แก่ นักเขียนชายที่คร่ำหวอดในแวดวงน้ำหมึกมานานและฉิวเฉียด SEA Write มาหลายครั้ง อย่าง ฟ้า พูลวรลักษณ์ (กวีพูด: รวมสิบเรื่องสั้นของฟ้า) และอนุสรณ์ ติปยานนท์ (ตะวันออกศอกกลับ) ส่วนกลุ่มนักเขียนหญิงอีก 3 คน ได้แก่ ตินกานต์ (ดอกรัก) ปันนารีย์ (ภาพเหมือนของคืนฤดูร้อน) และ กฤติศิลป์ ศักดิ์ศิริ (เรื่องราวในหนึ่งวันกับเหตุการณ์ไม่ปกติอื่น ๆ) ซึ่งถือเป็นกลุ่มนักเขียนหญิงร่วมสมัยที่มาแรงในระยะหลัง 

แม้ว่าจะมีข้อน่าสังเกตเกี่ยวกับจำนวนเล่มที่ส่งเข้าประกวดว่ามีเพียง 40 เล่ม น้อยกว่าทุกปีที่ผ่านมา ซึ่งปกติจะมีประมาณ 60-70 เล่ม แต่ทางคณะกรรมการคัดสรร (ซึ่งเป็นคนละชุดกับคณะกรรมการรอบสุดท้าย) จำนวนทั้งหมด 7 ท่าน นำโดย ผศ.สกุล บุณยทัต ก็แจกแจงว่ามีความเข้มข้นทางด้านคุณภาพเป็นอย่างมากดังตัวอย่างคำชี้แจงประกอบการประกาศผลที่ว่า

“(ผลงานเหล่านี้มี) คุณภาพที่สามารถอวดฝีมือของนักเขียนไทยสู่ความเป็นสากลได้อย่างถึงที่สุด…ผลงานแห่งคุณค่าของนักเขียนสตรีหลายท่านถือเป็นพัฒนาการที่น่าจับตามองและชวนยกย่อง ผลงานของนักเขียนผู้เคยได้รับรางวัล ซีไรต์ ที่หวนกลับมาอีกครั้งล้วนมีมิติที่ชวนติดตามและน่าสนใจ…รวมทั้งเลือดใหม่ในวงการที่สร้างกระบวนการเขียนขึ้นมาสู่ภาพฉายทางวรรณกรรมอย่างน่าตื่นตาตื่นใจ”

ในปีนี้ นอกจากจะมีผลงานจากอดีต SEA Write และที่เคยเข้ารอบ Short List และ Long List ของซีไรต์แล้ว ยังมีจากนักเขียนรุ่นใหม่ที่เตรียมตัวกันมาอย่างดี หลายคนเคยคว้ารางวัลจากสนามอื่นมาแล้ว ไม่ว่าจะเป็น รางวัลพานแว่นฟ้า รางวัลเซเว่นบุ๊คอวอร์ด รางวัลกนกพงศ์ สงสมพันธุ์ รางวัลช่อการะเกด และรางวัล SCG Young Thai Artist เป็นต้น 

มีอีกข้อสังเกตสนุก ๆ ว่ามีหลายเล่มในปีนี้ จากที่ส่งเข้าประกวดทั้ง 40 เล่ม ที่ตั้งชื่อหนังสือค่อนข้างยาว และมักลงท้ายชื่อหนังสือด้วยคำว่า “อื่น ๆ” โดยจับเอาเรื่องสั้นเรื่องที่คิดว่าเด่นที่สุดเป็นชื่อนำ เช่น “เด็กชายที่ปลอมตัวเป็นหนังสือดอกไม้และอื่น ๆ” ของ ปะการัง “ตรอกคนบ้าและเรื่องสั้นอื่น ๆ” ของ ธาร ยุทธชัยบดินทร์ “ในปีที่ยี่สิบเจ็ดและเรื่องสั้นอื่น ๆ” ของ ชาคริต คำพิลานนท์ และ “โรคระบาดและเรื่องสั้นอื่น ๆ” ของ ภพ เบญญาภา เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม การจัดประกวดรอบรวมเรื่องสั้น (ที่สลับกับรอบกวีนิพนธ์และนวนิยายกันคนละปี) ในปีนี้ยังเป็นไปท่ามกลางกระแสวิจารณ์ว่า วรรณกรรมเรื่องสั้นยุคใหม่ของไทยจำนวนหนึ่งมักมุ่งเน้นเรื่องความพิสดารของกลวิธีการแต่งตามแบบอย่างสากลจนอ่านเข้าใจยาก มากกว่าที่จะเน้นความคมคายและลุ่มลึกในการนำเสนอประเด็น และสะท้อนมุมมองชีวิตที่ตกผลึกมาสื่อสารกับคนทั่วไปได้

ปีนี้นับเป็นครั้งที่ 43 ที่รางวัลทางวรรณกรรมระดับภูมิภาคอาเซียน และที่ถือกันว่าเป็นรางวัลสูงสุดรางวัลหนึ่ง ได้จัดขึ้น สำหรับสายประกวดของไทยปีนี้ ได้ประกาศรอบ Long List ไปแล้วเมื่อปลายกรกฎาคมที่ผ่านมา และกำหนดว่าจะมีการประกาศผลรอบสุดท้ายในเร็ว ๆ นี้ เพื่อเป็นการยืนยันเจตนารมณ์มุ่งมั่นในการจัดที่เคยประสบข่าวคราวว่าอาจจะยุติลง

แต่ทั้งนี้ คำถามที่ทุกคนดูจะเฝ้าลุ้นคำตอบอันหนึ่งก็คือว่าจะเกิดปรากฏการณ์ดับเบิลซีไรต์อีกหรือไม่ หลังจากเกิดขึ้นซ้ำมาแล้วหลายครั้ง

ข้อมูลเบื้องต้นและคำสรุปเหตุผลที่หนังสือแต่ละเล่มได้เข้ารอบซึ่งเรียบเรียงจากถ้อยแถลงของคณะกรรมการชุดคัดกรอง มีดังนี้

24 ชั่วโมง : แพรพลอย วนัช (สำนักพิมพ์นาคร)

SEA Write

“24 ชั่วโมง นำเสนอโมงยามแห่งชีวิตอันสามัญในพื้นที่ประจำวันที่เราคุ้นเคย เช่น ห้องครัว ห้องนอน หรือบ้าน ทว่าในขณะที่ผู้เขียนค่อย ๆ พาผู้อ่านเดินทางไปสู่ความสัมพันธ์ของตัวละครที่เหมือนจะธรรมดา เรื่องราวอันคาดไม่ถึงก็ค่อย ๆ ปรากฏ นาฬิกาชีวิตของตัวละครในเรื่องสั้นแต่ละเรื่องเดินไม่เท่ากัน บางเรื่องเร็ว บางเรื่องช้า บางเรื่องเข็มชีวิตกลับเหมือนจะหมุนทวนไปในอดีตอย่างไม่สามารถปล่อยวางได้”

ว่ากันว่าผลงานของอดีตพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินที่หันมาเอาดีทางงานขีดเขียนผู้นี้ ไม่ใช่เพียงแต่เป็นหญิงแกร่งคนเดียวที่ฝ่าด่านอรหันต์นักเขียนชายเหลือเข้ารอบสุดท้ายมาได้ แต่เป็นชิ้นงานที่มีโอกาสสูงที่จะคว้าชัยไปทีเดียว ด้วยดีกรีที่เจ้าตัวเคยพิชิตมาแล้วหลายรางวัล ทั้งจากตัวรวมเล่มเอง ที่ได้รางวัลหนังสือดีเด่นจากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ประจำปี พ.ศ. 2563 และได้รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ประเภทเรื่องสั้น เซเว่นบุ๊คอวอร์ด ครั้งที่ 17 ที่ผ่านมาสด ๆ ร้อน ๆ รวมถึงเรื่องสั้นชื่อ “พิซซ่า” ที่เพิ่งได้รางวัล รองชนะเลิศ รางวัลกนกพงศ์ สงสมพันธุ์ มาเช่นกัน 

ในงานรวมเล่มล่าสุดของ แพรพลอย (ชื่อจริงว่า วรรณวนัช เตชะศิลป์เจริญ) เล่มนี้ จับประเด็นความรุนแรงในบ้าน การกดขี่เพศที่ด้อยกว่า และความอยุติธรรมในสังคม โดยแต่ละเรื่องมีโครงเรื่องที่แข็งแรงและจบอย่างชัดเจน บางชิ้นแทรกการหักมุมได้อย่างคิดไม่ถึงจุดที่โดดเด่นของ 24 ชั่วโมงคือวิธีการแต่งที่นำเสนอตัวละครตัวหนึ่งผ่านมุมมองของตัวละครอีกตัวได้อย่างมีมิติและชั้นเชิง

คืนปีเสือและเรื่องเล่าของสัตว์อื่น ๆ : จเด็จ กำจรเดช (ผจญภัยสำนักพิมพ์)

SEA Write

“ถือเป็นปรากฏการณ์ด้านลึกที่กลั่นออกมาจากความรู้สึกภายใน สู่ปฏิกิริยาแห่งการรับรู้ภายนอกที่เปิดกว้างสู่จักรวาลของการตีความ…ด้วยข้อสังเกตแห่งความจริงแท้และความจริงลวงนานัปการ…แก่นสารแห่งสาระเนื้อหาของเรื่องสั้นแต่ละเรื่อง…ล้วนต่างสื่อแสดงถึงสถานะและบทบาทในภาพวาดทางมโนทัศน์ที่เร้นลึก”

หลังจากผลงานรวมเรื่องสั้น “แดดเช้าร้อนเกินกว่าจะนั่งจิบกาแฟ” รับรางวัล SEA Write ประจำปี พ.ศ. 2554 และผลงาน “มะละกาไม่มีทะเล” เข้ารอบในปี พ.ศ. 2557 ศิลปินผู้มากทักษะทั้งดนตรี ทัศนศิลป์ และการประพันธ์ชาวนครศรีธรรมราชผู้นี้ ก็ผลิตผลงานอย่างไม่หยุดหย่อนแต่มักเป็นแนวบทกวีและนวนิยาย “คืนปีเสือฯ” ถือว่าเป็นการกลับมาหลังห่างหายจากการรวมเรื่องสั้นกว่าหกปี ด้วยเรื่องสั้นขนาดยาวที่รวมกันแล้วกว่า 500 หน้า (ถึงกับมีฉบับปกแข็งออกมาจำหน่ายควบคู่) โดยยังคงถ่ายทอดวัฒนธรรมและเรื่องราวของฉากจังหวัดในชายแดนภาคใต้ 

แพรกหนามแดง : แดนอรัญ แสงทอง (สำนักพิมพ์สามัญชน)

SEAWrite

“โดดเด่นด้านการนำเสนอวิถีท้องถิ่น ลีลาการเล่าเรื่องเผยให้เห็นความมีชีวิตชีวาของฉากและสถานที่ ผู้เขียนสามารถรักษาท่วงทำนองของการเล่าเรื่องที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตน…ผู้เขียนใช้ลีลาภาษาที่เรียบง่ายชวนครุ่นคำนึงถึงอดีตของคนลุ่มน้ำที่มีความแนบแน่นกับธรรมชาติ บางเรื่องราวก็โลดโผน ครื้นเครง ซึ่งดำเนินเรื่องผ่านตัวละครต่อสิ่งต่าง ๆ รอบตัว” 

หากจะกล่าวว่านักเขียนไทยร่วมสมัยยุคปัจจุบันคนไหนที่พอจะมีชื่อเสียงในระดับนานาชาติ ก็คงไม่พ้น แดนอรัญ ที่นวนิยายตกรอบ ซีไรต์ เรื่อง “เงาสีขาว” ของเขาที่ออกมาในปี พ.ศ. 2536 ได้รับการแปลหลายภาษา เขาเป็นที่รู้จักพอสมควรในยุโรป ถึงระดับได้รับเหรียญอิสริยาภรณ์ชั้นอัศวิน จากกระทรวงวัฒนธรรม ประเทศฝรั่งเศส

อย่างไรก็ตาม หลังจากคว้ารางวัลซีไรต์ในปี พ.ศ.2557 จากผลงานรวมเรื่องสั้นชุด อสรพิษและเรื่องอื่น ๆ เสน่ห์ สังข์สุข (ชื่อจริงของแดนอรัญ) ชายชาวเพชรบุรีที่เกิดเมื่อปีกึ่งพุทธกาลผู้นี้ก็เริ่มเป็นที่รู้จักในวงกว้าง หลังจากพอเป็นที่รู้จักในฐานะนักแปลงานวรรณกรรมสากลชิ้นสำคัญต่าง ๆ จนได้รับยกย่องเป็นศิลปินแห่งชาติในปี พ.ศ. 2561 

“แพรกหนามแดง” ตีพิมพ์รวมเล่มออกมาเมื่อ 3 ปีที่แล้ว โดยเป็นที่รู้จักอยู่ในระดับหนึ่ง โดยเฉพาะในกลุ่มที่ติดตามงานของแดนอรัญ เรื่องสั้นชุดนี้ถ่ายทอดเรื่องราวของสังคมในทุ่งนาและชายป่าเขา โดยอาศัยตัวละครเด็กชายชนบทไทยภาคกลางในยุคกว่าห้าสิบปีก่อนเป็นเสาหลักในการถ่ายทอดเรื่องราว และยังเสมือนเป็นบันทึกสังคมชนบทไทยที่อ่านได้อย่างเพลิดเพลินด้วยสำนวนภาษาที่ขัดเกลาอย่างดี ชุดตัวละครเดียวกันถูกใช้ซ้ำไปมาให้มีความเชื่อมโยง สร้างความต่อเนื่องกลาย ๆ ไปตลอดทั้งเล่ม ส่วนตัวชื่อเรื่องก็เป็นสถานที่ที่ผู้เขียนเคยสอดแทรกมาแล้วในงานชิ้นก่อน ๆ 

รยางค์และเงื้อมเงา : วิภาส ศรีทอง (สำนักพิมพ์สมมติ)

“ถูกจัดวางไว้อย่างเป็นลำดับน่าติดตาม เมื่อนำมารวมกันแล้วให้ภาพสมบูรณ์ ผู้เขียนใช้ภาษาที่เรียบง่าย แต่แฝงสัญลักษณ์อย่างแยบยล แต่ละเรื่องมีจุดร่วมกันคือ การเปิดเผยให้เห็นกลไกที่ซุกซ่อนอยู่ภายในตัวตนของมนุษย์ แปรเปลี่ยน เลื่อนไหล มีความดำมืด และน่าสะพรึงกลัว”

ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา นักเขียนชาวพัทลุงผู้นี้วนเวียนสายนวนิยายของสนามซีไรต์มาโดยตลอด จากที่คว้าชัยในปี พ.ศ. 2555 กับผลงานขึ้นชื่ออย่าง “คนแคระ”เขาก็พา “หมาหัวคน” (2558) “หลงลบลืมสูญ” (2558) และ “อนุสาวรีย์” (2561) ผลัดกันเข้ารอบ Short List บ้าง Long List บ้าง แต่ “รยางค์และเงื้อมเงา”เป็นครั้งแรกที่เขานำผลงานรวมเรื่องสั้นเข้ามาท้าชิงได้ลึกถึงในรอบ Short List

วิภาสยังคงรักษาลายเซ็นของสำนวนการประพันธ์ที่ย่อยไม่ง่าย ความลุ่มลึกและชั้นเชิงในการเล่าเรื่อง บรรยากาศของเรื่องราวที่กำกวมชวนตีความ การสะท้อนความไร้สาระของสรรพสิ่ง ตัวละครหนุ่มสาวที่เต็มไปด้วยแรงปรารถนาของจิตใจ ไปพร้อม ๆ กับยังคงลีลาภาษาที่ประณีตงดงาม

ไร้สัญชาติและตัวละครอื่น ๆ : บัญชา อ่อนดี (สำนักพิมพ์บ้านแม่น้ำ)

SEA Write

“ด้วยสุ้มเสียงที่ดูเป็นกันเอง แต่กลับซ่อนรายละเอียดของชีวิตเอาไว้อย่างแยบยล โดยเฉพาะปัญหาไร้สัญชาติของคนชายขอบ คนที่เราพบเห็นได้ตามรอยตะเข็บของประเทศ ที่บางครั้งเราทำได้แค่เหลือบมองแล้วเดินผ่านไป แต่บัญชา อ่อนดี มีสายตาแบบที่นักข่าวมี เขารายงานออกมาด้วยลีลาและสำนวนชวนอ่าน”

บัญชา​ อ่อนดี​ เป็นกวีอีกคนที่หันมาเขียนเรื่องสั้นจนมีแนวทางของตนเอง อดีตนักหนังสือพิมพ์ผู้นี้ยังเคยมีงานหนังสือเล่มออกมาหลายเล่ม และเคยมีนวนิยาย “เสือตีตรวน”เข้ารอบสุดท้ายซีไรต์เมื่อปี พ.ศ. 2546 มาแล้ว

สำนวนภาษาของเขามีกลิ่นอายของนักเขียนวัยเดียวกัน แต่ก็ไม่ขาดซึ่งขนบการประพันธ์ร่วมสมัยที่ชอบท้าทายกับการเขียนเชิงทดลอง ในผลงานเล่มนี้ เขาสำรวจฉากงานศพของตัวเอง ชีวิตของชาวบ้านธรรมดา ไปจนถึงนักเลง และตัวละครในสังคมจากบริบทต่าง ๆ ผลงาน “ไร้สัญชาติฯ” ดีเด่นจนคว้ารางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 จากเวที เซเว่นบุ๊คอวอร์ดมาแล้ว 

ในโลกเล่า : วัฒน์ ยวงแก้ว (สำนักพิมพ์ต้นโมกข์)

“นี่คือรวมเรื่องสั้นที่เต็มไปด้วยคำถาม ทั้งต่อชีวิต ระบบ ความเชื่อ ศาสนา จิตวิญญาณ ตัวตนที่แท้จริง วัฒน์ ยวงแก้ว ซ่อนเงื่อนไว้ในปมชีวิตให้ผู้อ่านแก้และหาคำตอบด้วยตัวเอง เขาค่อย ๆ กะเทาะเปลือกหนา ๆ ของศาสนา ผ่านสายตาของผู้เฝ้ามอง กระหน่ำลงไปในจิตสำนึกของคนที่ทอดทิ้งคนที่สมควรดูแล หรือแม้แต่แง่มุมที่เกี่ยวกับเสรีภาพ ที่ในที่สุดก็ไม่อาจทานทน”

หนึ่งในแนวหน้าของนักเขียนร่วมสมัยอย่างวัฒน์ เคยคว้ารางวัลมาแล้วมากมาย ทั้ง รางวัลพานแว่นฟ้า, รางวัลสุภาว์ เทวกุลฯ, รางวัลช่อการะเกดยอดเยี่ยม, รางวัลเปลื้อง วรรณศรี, รางวัล Indy Shot Story Award ฯลฯ โดยมี “บันไดกระจก” รวมเรื่องสั้นที่เข้ารอบสุดท้ายซีไรต์เมื่อปี พ.ศ. 2554 มาแล้ว

รวมเรื่องสั้นชุด “ในโลกเล่า” เล่มนี้รวบรวมเรื่องสั้นที่ได้รางวัลเหล่านั้นผสมกับเรื่องที่แต่งใหม่ โดยมีเนื้อหาว่าด้วยสภาวะที่ทำอะไรไม่ถูกกับชะตากรรมที่ประสบของผู้คนในชายแดนใต้ โดยนำเสนอไปพร้อม ๆ กับการเผยแรงปรารถนาของตัวละคร 

สุวัฒน์ ยวงแก้ว (ชื่อจริงของ วัฒน์ ยวงแก้ว) เป็น ครูสอน กศน. ที่ดั้งเดิมเป็นคนสุราษฎร์ธานี นอกจากชอบอ่านงานแนวปรัชญา เขายังเขียนบทกวีเป็นบางครั้ง

ลิงหินและเรื่องสั้นอื่น ๆ : ภาณุ ตรัยเวช (สำนักพิมพ์มติชน)

“เรื่องสั้นทั้ง 11 เรื่อง เป็นตัวแทนของเรื่องเล่าจากมุมมองของคนที่หลงรักวรรณกรรม เพื่อให้คนที่รักวรรณกรรมได้อ่านแล้วสนุกสนาน ลองตีความ และคิดตามไปด้วยกัน ภาณุใช้กลวิธีที่เขาบอกว่าเป็นการหยิบยืม ‘ลมหายใจ’ ของนักเขียนชื่อดังหลายคน ทั้งไทยและเทศ เอามาใช้ในเรื่องสั้นของตัวเอง”

ดอกเตอร์แห่งภาควิชาวิทยาศาสตร์พื้นพิภพ ม.เกษตรศาสตร์ ผู้นี้ แม้จะไม่ใช่นักเขียนที่อยู่ในระยะประชิดของวงวรรณกรรมไทยร่วมสมัย แต่ก็ไม่ใช่หน้าใหม่ มีผลงานเขียนมาให้เห็นเป็นระยะ และเคยเข้ารอบซีไรต์มาแล้ว 2 ครั้งจากนวนิยายเรื่อง “เด็กกำพร้าแห่งสรวงสวรรค์” เมื่อปี พ.ศ. 2549 และจากผลงานรวมเรื่องสั้น “วรรณกรรมตกสระ” เมื่อปี พ.ศ. 2551

ในผลงาน “ลิงหินฯ” ภาณุยังคงเอกลักษณ์ในการหยิบยืมกลวิธีการประพันธ์หลายแนวและเพิ่มเติมเข้ามาอย่างเด่นชัดในเล่มนี้คือได้นำตัวบุคคลที่มีจริงและตัวละครในงานวรรณกรรมต่าง ๆ ทั้งของ เหม เวชกร,น.ม.ส.,อกาธา คริสตี้, อิตาโล คัลวีโน,วิลเลียม เช็กสเปียร์ และอื่น ๆ มาเป็นตัวละครในเรื่องสั้นสิบเรื่องของเขา และแทรกด้วยชิ้นที่ชื่อว่า “เรื่องที่ 11” ซึ่งเป็นเสมือนการแต่ง นิทานเวตาล ตอนที่ 11 ขึ้นมาใหม่ เติมจากฉบับเดิมที่ น.ม.ส. ประพันธ์ไว้เพียงสิบตอน

การอ่านงานของภาณุที่เต็มไปด้วยการเสียดสีและล้อเลียนให้สนุกอาจต้องพึ่งการเข้าใจในบริบทที่อ้างอิงอยู่บ้างถึงจะตามเขาทัน โดยชิ้นที่พอจะใกล้กับบริบทแวดวงวรรณกรรมไทยอยู่บ้าง คือเรื่องสั้นที่ชื่อ “เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์” ที่เขานำกวีอาวุโสของไทยมาเป็นฐานในการให้คนดูตีความถึงนัยที่สื่อ 

อาถรรพ์ภาพวาดเสือดำและเรื่องราวอื่น ๆ : กำพล นิรวรรณ (ผจญภัย)

“รวมเรื่องสั้นอาถรรพ์ภาพวาดเสือดำและเรื่องราวอื่น ๆ ของกำพล นิรวรรณ มิใช่คำบอกเล่าประวัติศาสตร์ของ ซ้าย พ่ายศึก หรือ คนที่ล้มเหลวในขบวนปฏิวัติประชาชน แม้ว่าฉากและชีวิตของตัวละครที่ผู้เขียนนำเสนอจะกลั่นมาจากชีวิตจริงของผู้เขียน” 

ชาวนครศรีธรรมราช อดีตคนเดือนตุลาที่ผลิตงานวรรณกรรมมาแสนนาน ตั้งแต่ยุคเป็นนิตยสารในตำนานอย่าง ปุถุชน รวมถึงมีผลงานแปลไปแล้วหลายเล่ม หลังจากใช้ชีวิตในต่างประเทศมาพักใหญ่ ทั้งในฐานะอดีตผู้ประกาศข่าวของ BBC และอื่น ๆ ก็กลับมาขยันจับปากกาจรดงานอย่างสม่ำเสมอจนคว้ารางวัลยอดเยี่ยม กนกพงศ์ สงสมพันธุ์ เมื่อปีที่แล้ว จากเรื่องสั้น “คนธรรพ์แห่งภูบรรทัด” จนนำมาสู่ผลงานรวมเรื่องสั้นเป็นของตนเองเล่มแรก 

“อาถรรพ์ภาพวาดเสือดำฯ” โดดเด่นด้วยแนวงานกึ่งสัจนิยมผสมเหนือจริง นำเสนอมุมมองต่อโลกอย่างคนที่เคี่ยวกรำกับชีวิตมาแล้ว โดยเสนอให้เห็นว่าอดีตสามารถนำมาทบทวนเพื่อให้ความคลี่คลายให้กับคนยุคปัจจุบันได้ ถ้าตระหนักถึงมันด้วยเหตุและผล 

นักเขียนประสบการณ์โชกโชนผู้นี้ได้แบ่งหนังสือเล่มนี้ออกเป็น 3 ภาค ด้วยปริมาณเรื่องในแต่ละภาคที่ต่างกันไป ได้แก่ “คนธรรพ์แห่งภูบรรทัด”ที่ว่าด้วยนักต่อสู้ในป่า“อาถรรพ์ภาพวาดเสือดำ”ที่นำเสนอความลึกลับของป่าลึก และ “ความลับของหุบเขาเซียน็อก”ที่ใช้บริบทเรื่องราวของต่างประเทศ จึงโดดเด่นในแง่ของการเป็นบรรณาธิการเรียบเรียงเนื้อหา

ปัจจุบัน กำพลใช้ชีวิตอยู่ที่นครนิวยอร์กและไม่ลืมที่จะใช้ทักษะทางน้ำเสียงและการเขียนที่เขาถนัดทำคลิปโดยมี YouTube channel เป็นของตนเอง ในชื่อช่อง Kampol Nirawan

The post 8 Short List เรื่องสั้นไทย (ที่ชื่อไม่ค่อยจะสั้น) ชิงชัย SEA Write เข้มข้น appeared first on SARAKADEE LITE.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...