โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

ทำความรู้จัก ‘Hospitel’ ข้อแตกต่างจาก ‘โรงพยาบาลสนาม’ แต่สำคัญทั้งคู่

The Bangkok Insight

อัพเดต 04 ม.ค. 2564 เวลา 09.26 น. • เผยแพร่ 04 ม.ค. 2564 เวลา 09.26 น. • The Bangkok Insight

Hospitel กับ โรงพยาบาลสนาม กรมการแพทย์ เผยความแตกต่างชัดเจน แต่ความสำคัญไม่ต่างกัน เครื่องมือรับการแพร่ระบาดโควิด-19 ขอประชาชนมั่นใจความปลอดภัย

กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข โพสต์เพจเฟซบุ๊ก "กรมการแพทย์" ให้ความรู้ความเข้าใจประชาชน เพื่อสร้างความเข้าใจ และให้ประชาชนมั่นใจถึงความปลอดภัย และเปิดเผยถึงแนวทางการจัดตั้ง Hospitel และโรงพยาบาลสนาม ที่มีความแตกต่างกัน แต่มีความสำคัญ ในการรับมือการกระบาดของโควิด-19 ระลอกใหม่ โดยระบุว่า

Hospitel

"Hospitel VS โรงพยาบาลสนาม

หอผู้ป่วยเฉพาะกิจ (Hospitel)หรือฮอลพิทัล

  • ผู้ป่วยได้รับการรักษาในโรงพยาบาลมาแล้ว ไม่น้อยกว่า 5-7 วัน และมีผลภาพถ่ายรังสีปอดคงที่

  • ผู้ป่วยยินดีให้ความร่วมมือ สามารถสื่อสารได้รู้เรื่องดูแลตนเองได้ดี ไม่ก้าวร้าว และไม่มีความเสี่ยงทางจิตเวช

  • ผู้ป่วยไม่มีไข้ กรณีมีโรคประจำตัว ต้องควบคุมอาการได้ดี

  • ต้องจัดยาให้พร้อม สำหรับให้ผู้ป่วยรับประทานด้วยตนเองจนครบตามแผนการรักษาของแพทย์

  • โรงพยาบาลต้นทาง ต้องยินดีรับผู้ป่วย กลับเข้ารักษาที่โรงพยาบาล หากผู้ป่วยมีอาการเปลี่ยนแปลง

โรงพยาบาลสนามหรือ Field hospital หรือ cohort center

  • เป็นการจัดตั้งที่พัก สำหรับการสังเกตอาการผู้ติดเชื้อที่มีอาการเล็กน้อย หรือไม่มีอาการ ในพื้นที่ที่มีการควบคุม

  • จะต้องมีการคัดกรอง ไม่รับกลุ่มที่มีอาการ หรือมีความเสี่ยง รวมถึงระบบส่งต่อกรณีที่ต้องการรักษาพยาบาลฉุกเฉิน

  • มีระบบดูแลรักษาพยาบาลเบื้องต้น และระบบสำคัญ ๆ ของ โรงพยาบาล โดยเฉพาะระบบการควบคุมการติดเชื้อ เพื่อป้องกันการระบาด สู่บุคคลภายนอกและชุมชน

ทั้งนี้ Hospitel(ฮอสพิทัล) มาจากคำว่า Hospital บวกกับ Hotel คือ หอผู้ป่วยเฉพาะกิจโควิด-19 สำหรับผู้ป่วยที่มีอาการน้อยหรือไม่รุนแรง โดยปรับเปลี่ยนโรงแรม ให้เป็นพื้นที่เฝ้าระวังอาการ เพื่อให้ทางโรงพยาบาล สามารถรองรับผู้ป่วยหนักได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ"

สำหรับโรงแรมที่ต้องการจัดตั้ง หอผู้ป่วยเฉพาะกิจ จะต้องเตรียมการสถานที่ ดังต่อไปนี้

1. ในห้องพักไม่ควรมีพรม ผ้าม่าน เพื่อไม่ให้เป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรค

2. ทำการล็อกประตู และหน้าต่างระเบียงของห้อง เพื่อความปลอดภัยของผู้ป่วย

3. สำหรับระบบปรับอากาศดีที่สุด ควรจะเป็นแบบแยกห้อง หากเป็นแบบรวม ควรจัดแยกเป็นชั้น

4. มีระบบบำบัดน้ำเสียที่ได้มาตรฐาน

5. ควรมีสัญญาณ wi-fi และโทรศัพท์ในทุกห้องเพื่อให้บุคลากรผู้ดูแล สามารถสื่อสารกับผู้ป่วยได้

นอกจากนี้ โรงพยาบาลต้นทางที่ประสานจัดตั้ง หอผู้ป่วยเฉพาะกิจ COVID -19 จะต้องมีการจัดเตรียมบุคลากรทางการแพทย์ ไปประจำจุด หอผู้ป่วยเฉพาะกิจ โดย หมอ พยาบาล และผู้ช่วยพยาบาล ควรมีสัดส่วน 3 คนต่อคนไข้ 100 คนเป็นอย่างน้อย

นอกจากนี้ ต้องทำการจัดอบรมบุคลากรของโรงแรม โดยทีมแพทย์ เพื่อรองรับการดูแลผู้ป่วยโควิด-19 ที่เข้าพักรักษา และควรจัดเตรียมเครื่องมือแพทย์สำคัญ ได้แก่ thermometer เครื่องมือวัดไข้แบบอัตโนมัติ และ Oximeter เครื่องวัดออกซิเจนปลายนิ้วมือ ไว้ในทุกห้อง

การเข้าพักรักษาและสังเกตอาการ ในHospitel ผู้ป่วยจะต้องกักตัวอยู่เฉพาะในห้อง ยกเว้น การออกมารับอาหารที่หน้าห้อง ตามเวลาที่กำหนดไว้เท่านั้น ผู้ป่วยจะต้องทำการวัดอุณหภูมิร่างกาย และวัดออกซิเจนปลายนิ้วมือด้วยตนเอง และรายงานผล ให้พยาบาลผู้ดูแล ทราบตามเวลาที่กำหนด

ขณะที่ ระยะเวลาการเข้ารับการรักษา จะถูกแบ่งเป็น การรักษาที่โรงพยาบาลต้นทางก่อน อย่างน้อย 7 วันและเข้าพักรักษาสังเกตอาการ ในHospitel (หอผู้ป่วยเฉพาะกิจ COVID -19) ไม่น้อยกว่า 7 วัน

เมื่อผู้ป่วยนั้น ไม่มีอาการ ไข้ ไอ และตรวจไม่พบเชื้อแล้ว จึงสามารถอนุญาตให้ผู้ป่วยกลับบ้านได้ โดยจะต้องทำการแยกกักตัว สังเกตอาการ (Self-Isolation) ภายในบ้าน อีกอย่างน้อย 2 สัปดาห์ จนครบระยะเวลา 1 เดือน เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ชุมชน

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...